หัวข้อ : แนวการตอบข้อทดสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิต
หมวดหมู่ : บทความกฎหมาย
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับบทความกฎหมาย เกี่ยวกับ การคิด วิคราะห์ หลักการทางกฎหมาย อื่นๆ



แนวการตอบข้อทดสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิต

 

แนวคำตอบ
          ๑.อ่านโจทก์ทั้งสิบข้อเพื่อหาคำตอบแต่ละข้อไว้ แล้วเลือกทำข้อที่มั่นใจที่สุด วิธีนี้ดีกว่าอ่านแล้วทำทีละข้อ เพราะอ่านทั้ง ๑๐ ข้อ และหาคำตอบแต่ละข้อไว้นั้นสมองยังไม่สับสน ทำให้จับประเด็นได้ครบ การลงมือตอบจึงเป็นเพียงตกแต่งหรือเรียบเรียงถ้อยคำเท่านั้น วิธีนี้เปรียบเสมือนการสร้างบ้านต้องมีแบบแปลนก่อนแล้วจึงลงมือทำตามแบบแปลนนั้น
          ๒.อ่านโจทก์แต่ละข้อต้องย่อโจทก์ให้สั้นโดยขีดเส้นใต้ เพราะจะทำให้พบประเด็นโจทก์ที่ซ่อนไว้ จุดใดที่คิดว่าเป็นประเด็นให้ทำเครื่องหมาย * และใส่เลขกำกับไว้ตามลำดับเพราะการตอบตามลำดับที่วางไว้ผู้ตรวจจะมีความรู้สึกคล้อยตามลำดับที่วางไว้จากต้นจนจบเปรียบเสมือนการเดินทางตามขั้นบันไดไปสู่จุดสุดท้ายคือคำตอบที่โจทก์ถาม ส่วนชื่อคนให้ตีกรอบเพื่อป้องกันการสับสน
          ๓.ประเด็นที่ตอบแต่ละประเด็นต้องมีว่า เป็นอย่างนี้เพราะอะไร ตามหลักกฎหมายใด หรือเป็นอย่างนี้ตามหลักกฎหมายใด เพราะอะไร
          ๔.การเขียนคำตอบมี 3 ส่วน
                   ๔.๑.๑ หลักกฎหมายใช้ “ประมวลกฏหมาย............................มาตรา.........ได้วางหลักกฎหมายไว้ว่า...................................และมาตรา.................ได้วางหลักไว้ว่า...........................และมาตรา....................ว่า...............”
* จะต้องใช้รูปแบบนี้เสมอทุกข้อ เลขมาตราต้องจำให้ได้ เพราะชี้ให้เห็นว่าเป็นนักกฎหมายที่มีรูปแบบและมีหลักเกณฑ์
                   ๔.๑.๒ เนื้อหาหลักกฎหมายถ้าจำได้ไม่ผิดเพี้ยนจะเป็นการดี เพราะแสดงถึงความแม่นยำ ประทับใจกรรมการ
                   ๔.๑.๓ หลักกฎหมายที่จะยกมี ๒ รูปแบบ คือ
                   ๔.๑.๓.๑ อาจนำหลักกฎหมายซึ่งเป็นประเด็นหลักของคำถามมาตั้งก็ได้ หรือ
                   ๔.๑.๓.๒ อาจนำหลักกฎหมายในประเด็นรองแตร่ต้องวินิจฉัยเป็นประเด็นมาตั้งก็ได้
* ข้อสำคัญ หลักกฎหมายจะต้องไม่เกิน 2 มาตรา(และจะต้องเฉพาะวรรคที่จะตอบ) หรือมากสุด ๓ มาตรา ทั้งนี้ เพราะหลักกฎหมายคะแนนน้อย แต่ไม่มีไม่ได้ เพราะอาจถูกหักคะแนนเนื่องจากถือว่าหากไม่มีหลักกฎหมายก็ไม่ใช่นักกฎหมาย เปรียบเสมือนผู้เรียนสาขาอื่นก็สามารถตอบกฎหมายถูกต้องได้ หากวางหลักกฎหมายเกิน ๒/๓ มาตรา ระยะเวลาจะไปเบียดข้ออื่นๆได้
          ๔.๒ การวินิจฉัยให้ย่อหน้า แล้วขึ้นต้นด้วย “การที่” แล้วดูประเด็นตามที่ได้บันทึกไว้ ประเด็นที่ตอบแต่ละประเด็นต้องมีว่า เป็นอย่างนี้เพราะอะไร ตามหลักกฎหมายใด หรือเป็นอย่างนี้ตามหลักกฎหมายใด เพราะอะไร ถ้อยคำที่ตอบต้องปรับข้อเท็จจริงให้กลมกลืนกับตัวบทของกฎหมายนั้นๆด้วย และพยายามใช้ถ้อยคำของตัวบท จุดนี้เองที่จะถือว่าตอบได้ดีแค่ไหนเพียงใด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมีค่าเท่ากับลำดับของประเด็นที่จะตอบและธงคำตอบที่ถูกต้อง
* การวินิจฉัยสุดท้ายต้องมี “ดังนั้น” และตอบตามประเด็นที่โจทก์ถามว่าได้หรือไม่อย่างไร
          ๔.๓ สรุปคำตอบใช้ว่า “ด้วยเหตุผลดังวินิจฉัยมาข้างต้น” ให้นำถ้อยต่อจาก ดังนั้น มาตอบ
* การตอบสอบประเด็นว่าตอบครบหรือไม่นั้น ให้ดูที่ข้อเท็จจริงที่ให้มาว่าเราได้ใช้ตอบหมดหรือไม่ หากใช้ข้อเท็จจริงที่ให้มายังไม่หมดให้พึงระลึกไว้ว่าตอบตกไปบางประเด็นแล้ว

คำถาม นายหมัดกับนายประทวนเข้าหุ้นคนละหนึ่งแสนบาทร่วมกันซื้อโคส่งไปขายต่างประเทศ ตกลงกันด้วยว่า ถ้าได้กำไรจะแบ่งกันคนละครึ่ง* (๑) ถ้ากิจการขาดทุนนายประทวนจะแบ่งเงินเป็นกำไรให้นายหมัดดไม่ต่ำกว่าเดือนละสองพันบาท* (๒) ต่อมารายได้จากกิจการโคตกต่ำ นายหมัด นายประทวนมีเหตุบาดหมางกัน ทั้งนายประทวนยังอ้างว่า นายหมัดมิได้ออกเงินทุนร่วมหุ้นด้วย* (๔)(๕) นายหมัดจึงฟ้องขอบอกเลิกห้างหุ้นส่วนกับให้ตั้งผู้ชำระบัญชี * (๗) นายประทวนต่อสู้ว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่ใช่สัญญาเข้าหุ้นส่วน* (๓) และนายหมัดไม่ได้บอกกล่าวเลิกห้างหุ้นส่วนล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกเดือน* (๖) ขอให้ยกฟ้อง ถ้าท่านเป็นศาลจะวินิจฉัยอย่างไร

ประเด็น (๑) เป็นการตกลงกันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนี้ และผู้เป็นหุ้นส่วนต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่มีจำกัด อันเป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้น
ส่วนสามัญ ตามมาตรา ๑๐๑๒ ประกอบมาตรา ๑๐๒๕
          (๒) เป็นเพียงคำรับรองของนายประทวนต่อนายหมัดเท่านั้น มิใช่กรณีจะไม่เข้ามาตรา ๑๐๒๕ อันจะทำให้นายหมัดไม่ต้องรับผิดชอบสำหรับหนี้ของห้างหุ้นส่วนต่อบุคคลภายนอกก็หาไม่
          (๓) ที่นายประทวนต่อสู้ว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่ใช่สัญญาเข้าหุ้นส่วนกันฟังไม่ขึ้น
          (๔) ถือว่ามีเหตุอื่นใดทำให้ห้างหุ้นส่วนนั้นเหลือวิสัยที่จะดำรงคงอยู่ต่อไปได้ ตามมาตรา ๑๐๕๗(๓) อันเป็นเหตุที่ศาลอาจสั่งให้ห้างหุ้นส่วนสามัญเลิกกันเสียก็ได้
(๕) นายหมัดมีสิทธิฟ้องขอให้เลิกห้างโดยไม่ต้องบอกกล่าวเลิกห้างหุ้นส่วนล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกเดือนตามมาตรา ๑๐๕๖

คำตอบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๐๑๒ ได้วางหลักกฎหมายไว้ว่า อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจกรรมร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น และมาตรา ๑๐๒๕ ได้วางหลักกฎฆมายไว้ว่า อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด
การที่ *(๑) นายหมัดกับนายประทวนตกลงเข้าหุ้นส่วนร่วมกันซื้อโคส่งไปขายต่างประเทศ โดยตกลงกันว่าได้กำไรจะแบ่งกันคนละครึ่งนั้น เป็นการตกลงเข้ากันทำกิจกรรมร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น อันถือเป็นสัญญาเข้าหุ้นส่วนสามัญซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทุกหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัดตามมาตรา ๑๐๑๒ ประกอบมาตรา ๑๐๒๕ แล้ว *(๒ ) แม้ในสัญญญาเข้าหุ้นส่วนจะตกลงกันด้วยว่าถ้ากิจการขาดทุน นายประทวนจะแบ่งเงินเป็นกำไรให้นายหมัดไม่ต่ำกว่าเดือนละสองพันบาทก็เป็นเพียงคำรับรองของนายประทวนต่อนายหมัดเท่านั้น มิใช่กรณีจะไม่เข้าบทบัญญัติมาตรา ๑๐๒๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันจะทำให้นายหมัดไม่ต้องรับผิดชอบสำหรับหนี้ของห้างหุ้นส่วนต่อบุคคลภายนอกก็หามิได้ *(๓) ดังนั้นที่นายประทวนต่อสู้ว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่ใช่สัญญาเข้าหุ้นส่วนกัน จึงฟังไม่ขึ้น
*(๔) การที่ต่อมารายได้จากกิจการค้าโคตกต่ำ นายหมัด นายประทวนมีเหตุบาดหมางกัน ทั้งนายประทวนยังอ้างว่านายหมัดมิได้ออกเงินลงทุนร่วมหุ้นด้วย ถือว่ามีเหตุอื่นใดๆ ทำให้ห้างหุ้นส่วนนั้นเหลือวิสัยที่จะดำรงคงอยู่ต่อไปได้ ตามมาตรา ๑๐๕๗(๓) อันเป็นเหตุที่ศาลอาจสั่งให้ห้างหุ้นส่วนสามัญเลิกเสียก็ได้ *(๕) และในกรณีเช่นนี้นายหมัดมีสิทธิฟ้องขอให้ศาลสั้งเลิกห้างหุ้นส่วนได้โดยไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกส่า ๖ เดือนตามมาตรา ๑๐๕๖ เพราะเป็นการลิกโดยมีเหตุการณ์เสียหายเกิดขึ้นกลางคันซึ่งควรจะต้องเลิกและชำระบัญชีเสียโดยพลัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายมากไปอีก *(๖) ดังนั้น ที่นายประทวนต่อสู้ว่านายหมัดไม่ได้บอกกล่าวเลิกห้างหุ้นส่วนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๖ เดือน จึงฟังไม่ขึ้น
*(๗) เมื่อห้างหุ้นส่วนเลิกกันแล้วก็ให้จัดการชำระบัญชีตามมาตรา ๑๐๖๑ *(๘) ดังนั้น การที่นายหมัดฟ้องขอให้เลิกห้างหุ้นส่วนกับให้ตั้งผู้ชำระบัญชี ศาลชอบที่จะวินิจฉัยให้เลิกห้างหุ้นส่วนระหว่างนายหมัดกับนายประทวนและให้ตั้งผู้ชำระบัญชี
ด้วยเหตุผลดังวินิจฉัยข้างต้น ศาลชอบที่จะวินิจฉัยให้เลิกห้างหุ้นส่วนระหว่างนายหมัดกับนายประทวน และให้ตั้งผู้ชำระบัญชี

คำถาม นายกอบและนายกำเป็นหุ้นส่วนกันในห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนขายเครื่องสำอาง ไม่มีข้อสัญญากำหนดว่าใครเป็นผู้จัดการ * (1) นายกอบขับรถยนต์ของห้างไปสืบราคาสินค้าในท้องตลาด *(2) ด้วยความประมาทเลินเล่อชนนายเก่งบาดเจ็บ *(3) ส่วนนายกำไปกู้เงินนายกล้ามาซื้อน้ำหอมเข้าร้าน *(5) ดังนี้ นายเก่งและนายกล้า จะฟ้องนายกอบและนายกำให้รับผิดได้อย่างไรหรือไม่ *(4)(6)

ประเด็น (๑) ไม่มีข้อสัญญากำหนดว่าใครเป็นผู้จัดการ ผู้เป็นหุ้นส่วนย่อมจัดการห้างหุ้นส่วนนั้นได้ทุกคน ตามมาตรา ๑๐๓๓ วรรคหนึ่ง
(๒) ย่อมถือได้ว่าได้จัดทำไปในทางที่เป็นทางที่เป็นทางธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้นตามมาตรา ๑๐๕๐ เพราะเป็นการกระทำซึ่งเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนหรือจำเป็นในการดำเนินกิจการของห้างหุ้นส่วน
(๓) เป็นการกระทำละเมิดต่อบุคคลอื่นในขณะไปสืบราคาสินค้า ผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมผูกพันในการนั้นๆด้วย และจะต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้อันได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะจัดการไปเช่นนั้น ตามมาตรา ๑๐๕๐
(๔) ดังนั้น นายเก่งจะฟ้องนายกอบหรือนายกำคนใดคนหนึ่งให้รับผิดทั้งหมดหรือจะฟ้องนายกอบและนายกำให้รับผิดร่วมกันก็ได้
(๕) ย่อมถือได้ว่าได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้นตามมาตรา ๑๐๕๐ เพราะ(เช่นเดียวกับข้อ ๒)
(๖) ผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมมีความ(ตามข้อ ๓)
(๗) ดังนั้น นายกล้าจะฟ้อง (ตามข้อ ๔)
(๘) ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นนายเก่งและนายกล้า(ตามข้อ ๔ +๗)
คำตอบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๐๕๐ ได้วางหลักกฎหมายไว้ว่า การใดๆอันผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้น ผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมมีความผูกพันในการนั้นๆด้วย และจำต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้อันได้ก่อให้เกิดขึ้น เพราะจัดการไปเช่นนั้น
*(1) การที่นายกอบและนายกำเป็นหหุ้นส่วนกันในห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนขายเครื่องสำอาง ไม่มีข้อสัญญากำหนดว่าใครเป็นผู้จัดการ ผู้เป็นหุ้นส่วนย่อมจัดการห้างหุ้นส่วนนั้นได้ทุกคน ตามมาตรา ๑๐๓๓ วรรคหนึ่ง
*(2) การที่นายกอบขับรถยนต์ของห้างไปสืบราคาสินค้าในท้องตลาด ย่อมถือได้ว่าได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้นตามมาตรา ๑๐๕๐
*(3) เมื่อกระทำด้วยความประมาทเลินเล่อชนนายเก่งบาดเจ็บอันเป็นการกระทำละเมิดต่อบุคคลอื่นในขณะไปสืบราคาสินค้า นายกอบและนายกำผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมมีความผูกพันในการนั้นๆด้วย และจะต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้อันได้ก่อให้เกิดขึ้น เพราะจัดการไปเช่นนั้นตามมาตรา ๑๐๕๐
*(4) ดังนั้น นายเก่งจะฟ้องนายกอบหรือนายกำคนใดคนหนึ่งให้รับผิดทั้งหมดหรือจะฟ้องนายกอบและนายกำให้รับผิดร่วมกันก็ได้
*(5) และการที่นายกำไปกู้เงินนายกล้ามาซื้อน้ำหอมเข้าร้านก็ถือได้ว่า ได้กระทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการาค้าขายของห้างหุ้นส่วนตามมาตรา ๑๐๕๐ เพราะโดยปกติการค้าย่อมมีการกู้หนี้ยืมสินกันมาลงทุนบ้าง และวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนก็เพื่อขายเครื่องสำอาง น้ำหอมก็เป็นเครื่องสำอางอย่างหนึ่ง
*(6) เมื่อนายกำไปก่อหนี้ขึ้นดังกล่าว นายกำและนายกอบผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมมีความผูกพันในการนั้นๆด้วย และจะต้องรับผิดชอบร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้อันได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะจัดการไปเช่นนั้นตามมาตรา ๑๐๕๐
*(7) ดังนั้น นายกล้าจะฟ้องนายกำหรื อนายกอบคนใดคนหนึ่งให้รับผิดทั้งหมดหรือจะฟ้องนายกำและนายกอบให้รับผิดร่วมกันก็ได้
*(8) ด้วยเหตุผลดังวินิจฉัยข้างต้น นายเก่งและนายกล้าจะฟ้องนายกอบหรือนายกำคนใดคนหนึ่งให้รับผิดทั้งหมดหรือจะฟ้องนายกอบและนายกำให้รับผิดร่วมกันก็ได้

คำถาม นายเก่งและนายกล้าเข้าหุ้นกันตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนมีวัตถุประสงค์รับส่งสินค้าทางรถยนต์และรับจ้างบรรทุกของ โดยนายเก่งนำรถยนต์บบรทุกคนหนึ่งมาลงหุ้น ส่วนนายกล้าลงหุ้นด้วยแรงงาน ตกลงจะแบ่งกำไรกันคนละครึ่ง *(1) แต่ไม่ได้ตกลงกันในเรื่องการขาดทุน *(2) ปรากฏว่า นายกล้าซึ่งเป็นผู้จัดการได้ขับรถยนต์บรรทุกดังกล่าวบรรทุกสินค้าไปส่งให้นายตรีตามที่ว่าจ้าง *(3) ระหว่างทางนายกล้าขับรถยนต์บรรทุกด้วยความประมาทไปชนนายโทได้รับบาดเจ็บสาหัส*(4) ให้วินิจฉัย นายเก่งและนายกล้าต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้นายโทตามกฎหมายลักษณะหุ้นส่วนหรือไม่*(5)

ประเด็น (๑) เป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนตามมาตรา ๑๐๑๒,๑๐๒๕ และ ๑๐๒๖ แล้ว
(๒) ไม่ได้ตกลงเรื่องขาดทุนก็ไม่สำคัญ เพราะต้องเฉลี่ยขาดทุนตามส่วนที่ลงหุ้น ตามมาตรา ๑๐๔๔
(๓) ถือว่าได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนตามมาตรา ๑๐๕๐ เพราะเป็นวัตถุประสงค์ของห้าง
(๔) เป็นการละเมิด ผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมมีความผูกพันในการนั้นๆด้วย และจะต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้อันได้ก่อให้เกิดขึ้น เพราะจัดการไปเช่นนั้นตามมาตรา ๑๐๕๐
(๕) นายเก่งและนายกล้าต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้นายโท ตามกฎหมายลักษณะหุ้นส่วน

คำตอบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๐๑๒ ได้วางหลักกฎหมายไว้ว่าอันส่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นคือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น มาตรา ๑๐๒๕ ได้วางหลักกฎหมายไว้ว่า อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้นคือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด และมาตรา ๑๐๒๖ ได้วางหลักกฎหมายไว้ว่า ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาลงหุ้นด้วยในห้างหุ้นส่วน และวรรคสองว่า สิ่งที่นำมาลงหุ้นด้วยนั้น จะเป็นเงินหรือทรัพย์สินสิ่งอื่นหรือแรงงานก็ได้
การที่ *(1) นายเก่งและนายกล้าตกลงเข้าหุ้นกันตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนมีวัตถุประสงค์รับส่งสินค้าโดยทางรถยนต์และรับจ้างบรรทุกของ โดยนายเก่งนำรถยนต์บรรทุกคันหนึ่งมาลงหุ้น ส่วนนายกล้าลงหุ้นด้วยแรงงานตกลงจะแล่งกำไรกันคนละครึ่งนั้นเป็นการเข้าหุ้นกันเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนตามมาตรา ๑๐๑๒,๑๐๒๕ และมาตรา ๑๐๒๖ แล้ว *(2) แม้จะไม่ได้ตกลงกันในเรื่องการขาดทุนก็หาเป็นข้อสำคัญไม่ เพราะหากมีการขาดทุนก็ต้องเฉลี่ยกันขาดทุนตามส่วนที่ลงทุนตามมาตรา ๑๐๔๔ เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
*(๓) การที่นายกล้าซึ่งเป็นผู้จัดการได้ขับรถยนต์บรรทุกดังกล่าวบรรทุกสินค้าไปส่งนายตรีตามที่ว่าจ้าง อันถือว่าได้จัดทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้นตามมาตรา ๑๐๕๐ เพราะกระทำภายในวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนอันเป็นความมุ่งหมายโดยตรงในการตั้งห้างหุ้นส่วน *(4) เมื่อนายกล้าขับรถยนต์บรรทุกด้วยความประมาทไปชนนายโทได้รับบาดเจ็บสาหัสอันเป็นการกระทำละเมิดต่อบุคคลอื่น นายเก่งและนายกล้าผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมมีความผูกพันในการนั้นๆด้วย และจะต้องรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวนในการชำระหนี้อันได้ก่อให้เกิดขึ้น เพราะจัดการไปเช่นนั้นตามมาตรา ๑๐๕๐ ดังนั้น *(5) นายเก่งและนายกล้าต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายโทตามกฎหมายลักษณะหุ้นส่วน
ด้วยเหตุผลดังได้วินิจฉัยข้างต้น นายเก่งและนายกล้าต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายโทตามกฎหมายลักษณะหุ้นส่วน

โดย วิรัตน์ สีดาคุณ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดขอนแก่น



หนังสืออ้างอิง
หนังสือ “วันรพี ๒๕๔๗” พิมพ์โดย ศาลจังหวัดขอนแก่น พิมพ์ที่ บริษัท อทตยา มิเล็นเนียน จำกัด สิงหาคม ๒๕๔๗
 





แนวการตอบข้อทดสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิต | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 1734 ครั้ง
ลงวันที่ 16/08/2015 04:24:58





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน

ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ

Username :

Password :

เลือกประเภท:

 



[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ลงทะเบียนใช้งานในระบบ (ฟรี) ที่นี่..

เตรียมสอบเนติ ภาค2/70

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

    คำค้น :
    ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ข้อคิด คำคม วลีกฎหมาย

ข้อคิด อ.มล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ เนติบัณฑิต สมัยที่ 1/70

อ่านรายละเอียด..


กลุ่มสังคมออนไลน์

       



ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 19829 คน


ผู้ใช้งานเว็บไซต์ ล่าสุด