หัวข้อ : การบังคับคดี ศาลปกครอง
หมวดหมู่ : บทความกฎหมายมหาชน กฎหมายปกครอง
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับบทความกฎหมาย เกี่ยวกับ การคิด วิคราะห์ หลักการทางกฎหมายมหาชน กฎหมายปกครอง อื่นๆ



การดำเนินการของตัวความในชั้นบังคับคดี

       พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้

        (๑) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใด เนื่องจากกระทำโดยไม่มีอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่ หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบหรือขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการนั้น หรือโดยไม่สุจริต หรือมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม หรือมีลักษณะเป็นการสร้างขั้นตอนโดยไม่จำเป็นหรือสร้างภาระให้เกิดกับประชาชนเกินสมควร หรือเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ

        (๒) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร

       (๓) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร

       (๔) คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง

       (๕) คดีที่มีกฎหมายกำหนดให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับให้บุคคลกระทำการหรือละเว้นกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด

       (๖) คดีพิพาทเกี่ยวกับเรื่องที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครอง

       เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว คำพิพากษาศาลปกครองจะผูกพันคู่กรณีที่จะต้องปฏิบัติตามคำบังคับนับแต่วันที่กำหนดในคำพิพากษาจนถึงวันที่คำพิพากษานั้นถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับ หรืองดเสีย ในกรณีที่เป็นคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ให้รอการปฏิบัติตามคำบังคับไว้จนกว่าจะพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์หรือในกรณีที่มีการอุทธรณ์ ให้รอการบังคับคดีไว้จนกว่าคดีถึงที่สุด

  1. ลักษณะคำบังคับคดีปกครอง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้ศาลปกครองมีอำนาจกำหนดคำบังคับอย่างหนึ่งอย่างใดในการในพิพากษาคดี  ดังนี้

       (๑)  กรณีที่มีการฟ้องว่าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา  ๙ วรรคหนึ่ง (๑)  ศาลปกครองมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนกฎหรือคำสั่งหรือสั่งห้ามการกระทำทั้งหมดหรือบางส่วน  นอกจากนี้ยังให้อำนาจศาลปกครองในการกำหนดว่าจะให้มีผลย้อนหลังหรือไม่ หรือมีผลไปในอนาคตถึงขณะใดขณะหนึ่งได้ หรือจะกำหนดให้มีเงื่อนไขอย่างใดก็ได้ ทั้งนี้ตามความเป็นธรรมแห่งกรณี

       (๒)  กรณีฟ้องว่าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร  ศาลปกครองมีอำนาจสั่งให้หัวหน้าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามหน้าที่ภายในเวลาที่ศาลกำหนด

       (๓)  กรณีฟ้องเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือการฟ้องเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง  ศาลปกครองมีอำนาจสั่งให้ใช้เงินหรือให้ส่งมอบทรัพย์สินหรือให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการ โดยจะกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขอื่น ๆ ไว้ด้วยก็ได้

       (๔)  กรณีฟ้องให้ศาลมีคำพิพากษาแสดงความเป็นอยู่ของสิทธิหรือหน้าที่ ศาลปกครองมีอำนาจสั่งให้ถือปฏิบัติต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลที่เกี่ยวข้องได้

       (๕)  ศาลปกครองมีอำนาจพิพากษาหรือมีคำสั่งให้บุคคลกระทำหรือละเว้นกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

       ในกรณีศาลปกครองมีคำบังคับให้บุคคลกระทำการหรือละเว้นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือในกรณีมีคำบังคับให้ผู้ใดชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินตามคำพิพากษา ถ้าผู้นั้นไม่ชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สิน ศาลปกครองอาจมีคำสั่งให้มีการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของบุคคลนั้นได้ ซึ่งทั้งสองกรณีดังกล่าว กฎหมายบัญญัติให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการบังคับคดีตามประมวลกฎหมาย   วิธีพิจารณาความแพ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม เช่น อาจมีการดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เป็นต้น

      ๒.  การบังคับคดีปกครอง

      ในการดำเนินการบังคับเพื่อให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง นั้น พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานศาลปกครอง[1] ซึ่งได้จัดตั้งหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่บังคับคดีปกครองคือ สำนักบังคับคดีปกครอง

       สำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครองได้แบ่งลักษณะของการบังคับคดีออกเป็น  ๓ ลักษณะ คือ

      ๒.๑ การดำเนินการบังคับตามคำบังคับของศาลปกครองในการบังคับคดีส่วนนี้ สำนักบังคับคดีปกครองได้แบ่งการบังคับคดีออกเป็น ๔ กลุ่มตามลักษณะของคำบังคับ ดังนี้

       (๑) วิธีการบังคับกรณีเพิกถอนกฎ

       เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาให้เพิกถอนกฎ สำนักบังคับคดีปกครองมีหน้าที่จัดส่งผลแห่งคำพิพากษาที่ให้เพิกถอนกฎไปลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาซึ่งการประกาศดังกล่าวมีผลเป็นการเพิกถอนกฎนั้น และสำนักบังคับคดีปกครองมีหน้าที่ติดตามผลการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อรายงานศาลปกครอง

      

 

 

(๒) วิธีการบังคับกรณีเพิกถอนคำสั่งอย่างเดียว

       เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งอย่างเดียว โดยผลของกฎหมาย ถือว่าคำสั่งนั้นได้มีการเพิกถอนแล้ว แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากบางคำสั่งอาจมีผลต่อเนื่องที่ต้องมีการดำเนินการต่อไปศาลปกครองอาจมีคำสั่งให้สำนักบังคับคดีปกครองติดตามการดำเนินการดังกล่าวและรายงานศาลได้

       (๓) วิธีการบังคับกรณีสั่งให้ชดใช้เงิน

       เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษา(คู่กรณีที่แพ้คดี)ชดใช้เงิน สำนักบังคับคดีปกครองมีหน้าที่ติดตามผลการปฏิบัติตามคำบังคับดังกล่าว หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาปฏิบัติตามคำบังคับครบถ้วน สำนักบังคับคดีปกครองจะรายงานศาลเพื่อยุติการบังคับคดี แต่หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาปฏิบัติยังไม่ครบถ้วนหรือมิได้ปฏิบัติ สำนักบังคับคดีปกครองจะรายงานศาลพร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา(หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ)ที่ประสงค์จะบังคับคดีต่อไป ให้ยื่นขอออกหมายบังคับคดีต่อศาลปกครอง

       เมื่อศาลออกหมายบังคับคดีแล้ว จะเป็นการบังคับตามหมายบังคับคดีของศาลปกครองซึ่งขั้นตอนต่อไปจะบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่นำมาใช้โดยอนุโลม

       (๔)  การบังคับกรณีสั่งให้กระทำการหรือห้ามการกระทำทั้งหมดหรือบางส่วน

       เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาให้คู่กรณีกระทำการใดๆ หรือห้ามการกระทำทั้งหมดหรือบางส่วน สำนักบังคับคดีปกครองมีหน้าที่ติดตามผลการปฏิบัติตามคำบังคับดังกล่าว หากคู่กรณีปฏิบัติตามคำบังคับครบถ้วน สำนักบังคับคดีปกครองจะรายงานศาลเพื่อยุติการบังคับคดี แต่หากคู่กรณีปฏิบัติยังไม่ครบถ้วนหรือมิได้ปฏิบัติ สำนักบังคับคดีปกครองจะรายงานศาลเพื่อมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เรียกมาไต่สวน ให้ชี้แจงข้อเท็จจริง ออกตรวจสถานที่พิพาท หรือให้ติดตามต่อไป เป็นต้น เมื่อศาลมีคำสั่งอย่างใดสำนักบังคับคดีปกครองจะปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว

       ๒.๒ การดำเนินการบังคับตามคำสั่งศาลเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา

       ก่อนศาลปกครองมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดี ศาลอาจมีคำสั่งซึ่งมีผลให้มีการบังคับตามคำสั่งศาลเป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาได้ แม้คดียังไม่ถึงที่สุด เรียกว่า “วิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา” ได้แก่

        (๑) การทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง

       เมื่อมีการฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนกฎหรือคำสั่งทางปกครอง ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับกฎหรือคำสั่งทางปกครองนั้น ผู้ฟ้องคดีอาจขอมาในคำฟ้องหรือยื่นคำขอในเวลาใดๆ ก่อนศาลจะพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดี เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองได้ หากมีคำสั่งตามคำขอดังกล่าว จะมีผลเป็นการชะลอหรือระงับการบังคับตามผลของกฎหรือคำสั่งทางปกครองไว้เป็นการชั่วคราว

       (๒)  การบรรเทาทุกข์ชั่วคราว

       การบรรเทาทุกข์ชั่วคราว เป็นกรณีผู้ฟ้องคดีขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีคุ้มครองอย่างใด ๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา หรือคู่กรณีขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง[2] ซึ่งเป็นผลให้มีการบังคับตามคำสั่งศาลเป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาแม้คดียังไม่ถึงที่สุด เช่น ผู้ฟ้องคดีฟ้องขอให้เพิกถอนกฎหรือคำสั่งทางปกครอง และขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองดังกล่าว หากศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง คำสั่งศาลดังกล่าวจะมีผลบังคับเป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดี หรือกรณีฟ้องผิดสัญญาทางปกครอง เรียกค่าเสียหาย    ผู้ฟ้องคดีอาจขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ฟ้องคดีในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา โดยให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ถูกฟ้องคดีไว้ชั่วคราว เป็นต้น ซึ่งตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยการพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้นำความในลักษณะ ๑ ของภาค ๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับกับผลของคำสั่งศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาหรือวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับ ตามคำพิพากษาโดยอนุโลมเท่าที่สภาพของเรื่องจะเปิดช่องให้กระทำได้และไม่ขัดต่อระเบียบและหลักกฎหมายทั่วไปว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง

       เมื่อศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง หรือมีคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ซึ่งกฎหมายกำหนดให้คำสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองจะมีผลเมื่อคู่กรณีและผู้ออกกฎหรือคำสั่งทางปกครองได้รับทราบคำสั่งศาลหรือหมายแจ้งคำสั่งศาลแล้วแต่กรณี สำนักบังคับคดีปกครองจะประสานเป็นการภายในไปยังผู้ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลว่าได้รับทราบและปฏิบัติตามคำสั่งศาลแล้วหรือไม่ อย่างไร และให้ทำหนังสือขอทราบผลการดำเนินการไปยังคู่กรณีฝ่ายที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อรายงานผลเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมเอกสาร เมื่อคู่กรณีฝ่ายที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลมีหนังสือแจ้งผลการดำเนินการ สำนักบังคับคดีปกครองจะรายงานให้ศาลทราบต่อไป

       ๒.๓  การดำเนินการบังคับตามหมายบังคับคดี

       เมื่อศาลมีพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีแล้วพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้ คำพิพากษาศาลปกครองมีผลผูกพันคู่กรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม    คำบังคับนับตั้งแต่วันที่กำหนดในคำพิพากษาจนถึงวันที่คำพิพากษานั้นถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขกลับหรือ งดเสียและในกรณีที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษา ให้รอการปฏิบัติตามคำบังคับไว้จนกว่าจะพ้นระยะเวลาการอุทธรณ์ หากมีการอุทธรณ์ ให้รอการบังคับคดีไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด[3] จึงเห็นได้ว่าเมื่อศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว จะยังไม่มีการปฏิบัติตามคำบังคับจนกว่าจะพ้นกำหนดระยะเวลาการอุทธรณ์และจะมีการบังคับคดีเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว

       เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาและคำบังคับดังกล่าว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องบังคับคดีภายใน ๑๐ ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุด โดยเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการดังนี้

       (๑)  ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี

       (๒)  แจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าศาลได้ออกหมายบังคับคดีแล้ว[4]     

(๓)  แถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ยึดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา[5]  

เมื่อศาลแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจในฐานะเป็นผู้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในอันที่จะได้รับชำระหนี้หรือทรัพย์สิน มีอำนาจยึดหรืออายัดและยึดถือทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา มีอำนาจที่จะเอาทรัพย์สินออกขายทอดตลาดและดำเนินการบังคับทั่วๆไปตามที่ศาลได้กำหนดไว้ในหมายบังคับคดี เช่น เรียกให้ส่งโฉนดที่ดิน และรักษาไว้โดยปลอดภัยซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือเอกสารทั้งปวงที่ยึดมาหรือที่ได้ชำระหรือส่งมอบให้เจ้าพนักงาน เป็นต้น มีอำนาจเท่าที่จำเป็นเพื่อที่จะกันสถานที่ใดๆ อันเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ปกครองอยู่ และมีอำนาจร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานตำรวจในกรณีมีผู้ขัดขวางเพื่อดำเนินการบังคับคดีให้เสร็จเรียบร้อย

       ดังนั้น เมื่อศาลปกครองออกหมายบังคับคดีแล้ว และสำนักบังคับคดีปกครองได้รับหมาย  บังคับคดีก็จะดำเนินการตั้งสำนวนบังคับคดีรอเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามาแถลงขอให้ยึดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา และดำเนินการตามกระบวนการในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งภาคบังคับคดีต่อไป

 

      ๓การดำเนินการของพนักงานอัยการและตัวความเกี่ยวกับการบังคับคดี

      ๓.๑  พนักงานอัยการ

      ในการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดี พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งระเบียบดังกล่าวให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศ คือ ตั้งแต่วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เป็นต้น (ภาคผนวก ๙)

      เมื่อศาลปกครองได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง และศาลได้ออกหมายบังคับคดีแล้ว พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปกครองซึ่งได้รับมอบอำนาจจากตัวความให้ดำเนินคดีปกครองแทนมีหน้าที่       ส่งสำเนาหมายบังคับคดีพร้อมสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลและเอกสารที่จำเป็น ให้สำนักงาน    การบังคับคดีสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีตามระเบียบดังกล่าวต่อไปและแจ้งให้ตัวความทราบ 

      ๓.๒ ตัวความ

      กรณีว่าต่าง

      เมื่อศาลปกครองพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ตัวความชนะคดี ตัวความต้องดำเนินการบังคับคดี โดยขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเพื่อบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล เช่นในการฟ้องคดี     ขอบังคับให้ผู้ถูกฟ้องคดีชำระเงิน หรือส่งมอบทรัพย์สิน หากศาลพิพากษาให้ตัวความชนะคดีและ        ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินตามคำพิพากษา ตัวความจะต้องดำเนินการบังคับคดีโดยขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของผู้ถูกฟ้องคดีหรือจะแจ้งให้พนักงานอัยการผู้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีปกครองแทน ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี(ภาคผนวก ๑๐)ให้ก็ได้ และเมื่อศาลออกหมายบังคับคดี(ภาคผนวก ๑๑)แล้ว ตัวความจะต้องดำเนินการนำเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลทำการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ถูกฟ้องคดีออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่ตัวความตามคำพิพากษาต่อไป

       หากเป็นกรณีตัวความฟ้องคดีและศาลพิพากษายกฟ้อง ไม่มีเหตุที่ต้องดำเนินการชั้นบังคับคดี            แต่อย่างใด

 

กรณีแก้ต่าง

       เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ตัวความชนะคดี โดยพิพากษายกฟ้อง ไม่มีเหตุที่ต้องดำเนินการชั้นบังคับคดี

       แต่หากศาลปกครองมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ตัวความแพ้คดี ตัวความมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม       คำพิพากษาหรือคำสั่งให้ถูกต้องครบถ้วน

       ในกรณีที่ต้องมีการบังคับคดี ตัวความอาจขอให้สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีได้ด้วย โดยตัวความต้องส่งสำเนาหมายบังคับคดีและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้ดำเนินการบังคับคดี เมื่อสำนักงานการบังคับคดีสั่งรับดำเนินการบังคับคดีแล้ว จะแจ้งตัวความเพื่อยืนยันที่จะให้มีการบังคับคดี และดำเนินการตรวจสอบสถานะและทรัพย์สินของลูกหนี้ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคลของลูกหนี้ สถานภาพของลูกหนี้และครอบครัวและอื่น ๆ ที่จำเป็นส่งให้สำนักงาน  การบังคับคดี จากนั้นสำนักการบังคับคดีจะดำเนินการตรวจสอบสถานะและทรัพย์สินของลูกหนี้ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดี หากพบว่าสามารถที่จะบังคับคดีนำเงินมาชำระหนี้ได้ จะแจ้งตัวความดำเนินการยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการบังคับคดีต่อไป ในการบังคับคดี พนักงานอัยการ หรือเจ้าหน้าที่บังคับคดีของสำนักงานอัยการสูงสุดจะให้ความช่วยเหลือ ปรึกษาหรือแนะนำแก่ตัวความ เพื่อให้การบังคับคดีเป็นไป โดยรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดในการได้รับเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา ทั้งนี้ในการบังคับคดี หากต้องมีการดำเนินคดีปกครอง สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด จะเป็นผู้ดำเนินการให้ด้วย

 

[1] พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗๗

[2]ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๓ หมวด ๕ วิธีการ  ชั่วคราวก่อนการพิพากษา

[3]พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗๐

[4] ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๖

[5] ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๘





การบังคับคดี ศาลปกครอง | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 132 ครั้ง
ลงวันที่ 08/04/2017 13:43:11





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน

ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ

Username :

Password :

เลือกประเภท:

 



[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ลงทะเบียนใช้งานในระบบ (ฟรี) ที่นี่..

เตรียมสอบเนติ ภาค2/70

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

    คำค้น :
    ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ข้อคิด คำคม วลีกฎหมาย

ข้อคิด อ.มล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ เนติบัณฑิต สมัยที่ 1/70

อ่านรายละเอียด..


กลุ่มสังคมออนไลน์

       



ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 19116 คน


ผู้ใช้งานเว็บไซต์ ล่าสุด