หัวข้อ : การเตรียมตัวสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาของที่1 โดยท่านสรรเสริญ เอี่ยมสุทธิวัฒน์
หมวดหมู่ : บทความกฎหมาย
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับบทความกฎหมาย เกี่ยวกับ การคิด วิคราะห์ หลักการทางกฎหมาย อื่นๆ



 การเตรียมตัวสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาของที่1

         โดยท่านสรรเสริญ เอี่ยมสุทธิวัฒน์ ที่ 1 ผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่นล่าสุด รุ่นที่ 68 และที่ 1 เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 65 คำแนะนำมีประโยชน์มากจริงๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม

          สืบเนื่องจากมีผู้สอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับประสบการณ์ของผมในการเตรียมตัวสอบสนามผู้ช่วยผู้พิพากษา ผมมีความยินดีที่จะแบ่งปันประสบการณ์ดังกล่าว และเห็นว่าการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊คน่าจะเป็นช่องทางที่สะดวกรวดเร็วที่สุด จึงได้ตัดสินใจเขียนโพสต์นี้ขึ้นมาโดยรวบรวมจากคำถามต่าง ๆ ที่มีผู้สอบถามเข้ามาตลอดสองเดือนนี้ แต่ขอบอกกล่าวไว้เบื้องต้นก่อนครับว่า เทคนิคที่แต่ละคนใช้ในการเตรียมตัวสอบอาจมีความแตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะจำเพาะ ตลอดจนเงื่อนไขและสถานการณ์ชีวิตของแต่ละคนไป ดังนั้น วิธีการที่ผมกำลังจะบอกเล่าต่อไปนี้คงไม่ใช่สูตรสำเร็จเพื่อให้สอบผ่าน แต่ก็หวังว่าจะเป็นแนวทางสำหรับให้บางท่านใช้เป็นประโยชน์ได้ครับ

1️⃣ หนังสือที่ใช้ในการเตรียมตัวสอบ

ในข้อนี้จะขอแยกเป็นรายกลุ่มวิชา และจะแบ่งเป็น #หนังสือที่ต้องอ่าน กับ #หนังสือที่ควรอ่าน นะครับ โดยหลักการในการเลือกหนังสืออ่านของผมนั้น จะเน้นไปที่หนังสือที่อธิบายตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นหลัก รวมถึงมีการอัพเดตคำพิพากษาศาลฎีกาอยู่เสมอ ส่วนตำราที่อธิบายแนวคิดทฤษฎีทางวิชาการ ผมจะใช้อ่านเสริมเฉพาะจุดที่ต้องการทำความเข้าใจเชิงลึกเท่านั้นครับ

#กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
#หนังสือที่ต้องอ่าน ได้แก่ (1) แพ่งพิสดาร 4 เล่ม และ (2) หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา สำนักอำนวยการศาลฎีกา ปี 2557-2559
#หนังสือที่ควรอ่าน ได้แก่ คำถาม-คำตอบ ปัญหาข้อกฎหมายแพ่ง โดยอาจารย์ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์

#กฎหมายอาญา
#หนังสือที่ต้องอ่าน ได้แก่ (1) อาญาพิสดาร 2 เล่ม และ (2) หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา สำนักอำนวยการศาลฎีกา ปี 2557-2559
#หนังสือที่ควรอ่าน ได้แก่ (1) คำถาม-คำตอบ ปัญหาข้อกฎหมายอาญา โดยอาจารย์ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ (2) คำบรรยายเนฯ คาบอาจารย์เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ และ (3) ถาม-ตอบ อาญา โดยอาจารย์สมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์

#กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
#หนังสือที่ต้องอ่าน ได้แก่ (1) วิแพ่งพิสดาร 3 เล่ม และ (2) หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา สำนักอำนวยการศาลฎีกา ปี 2557-2559
#หนังสือที่ควรอ่าน ได้แก่ (1) คำถาม-คำตอบ ปัญหาข้อกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและพระธรรมนูญศาลยุติธรรม โดยอาจารย์ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ (2) คู่มือการศึกษา สัมมนากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยอาจารย์ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ (3) สัมมนากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 3 เล่ม โดยอาจารย์สมชัย ฑีฆาอุตมากร (3 เล่มนี้ ผมใช้ในฐานะหนังสืออ่านประกอบเพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาเฉพาะจุดที่ต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม) และ (4) คำบรรยายเนฯ คาบสัมมนากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

#กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
#หนังสือที่ต้องอ่าน ได้แก่ (1) วิอาญาพิสดาร 2 เล่ม (2) หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา สำนักอำนวยการศาลฎีกา ปี 2557-2559 (3) คำถาม-คำตอบ ปัญหาข้อกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและพยานหลักฐาน โดยอาจารย์ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ และ (4) คำบรรยายเนฯ คาบสัมมนากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
#หนังสือที่ควรอ่าน ได้แก่ (1) ถาม-ตอบ วิ.อาญา โดยอาจารย์สมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์ และ (2) คำอธิบายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2 เล่ม โดยอาจารย์ธานิศ เกศวพิทักษ์ (2 เล่มนี้ ผมใช้ในฐานะหนังสืออ่านประกอบเพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาเฉพาะจุดที่ต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม)

#กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน
#หนังสือที่ต้องอ่าน ได้แก่ (1) พยานพิสดาร (2) หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา สำนักอำนวยการศาลฎีกา ปี 2557-2559
#หนังสือที่ควรอ่าน คำบรรยายเนฯ คาบอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล

#กฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ
#หนังสือที่ต้องอ่าน ได้แก่ (1) คำบรรยายเนฯ คาบกฎหมายล้มละลาย โดยอาจารย์ชีพ จุลมนต์ (2) กฎหมายฟื้นฟูกิจการ โดยอาจารย์เอื้อน ขุนแก้ว และ (3) หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา สำนักอำนวยการศาลฎีกา ปี 2557-2559

#พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
#หนังสือที่ต้องอ่าน ได้แก่ (1) หัวใจของพระธรรมนูญศาลยุติธรรมฯ โดยอาจารย์ธานิศ เกศวพิทักษ์ และ (2) พระธรรมนูญศาลยุติธรรม โดยอาจารย์สมชัย ทีฆาอุตมากร

#กฎหมายรัฐธรรมนูญ
#หนังสือที่ต้องอ่าน ได้แก่ (1) คำบรรยายเนฯ คาบอาจารย์อธิคม อินทุภูติ และ (2) คู่มือสอบกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยอาจารย์สุริยา ปานแป้น

#ภาษาอังกฤษ : ผมไม่ได้อ่านหนังสือเล่มใดเป็นพิเศษครับ ทั้งนี้ เนื่องจากชีวิตการทำงานของผมต้องใช้ทักษะการอ่านการเขียนภาษาอังกฤษอยู่เรื่อย ๆ ด้วย ในส่วนนี้จึงไม่ได้เตรียมตัวครับ แต่เท่าที่ฟัง ๆ มา มีรุ่นพี่แนะนำหนังสือ "คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับนักกฎหมาย" โดย ดร. ดวงเด่น นาคสีหราช จึงกล่าวถึงไว้เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อท่านที่สนใจครับ

2️⃣ เทคนิคการอ่าน

จากลิสต์หนังสือข้างบนนั้น ผมอ่าน #หนังสือที่ต้องอ่าน เป็นจำนวน 3 รอบ โดยแบ่งเป็น 
#รอบที่หนึ่ง อ่านเก็บรายละเอียดทุกหน้าทุกบรรทัด พร้อมทำไฮไลท์ไว้

#รอบที่สอง อ่านเฉพาะข้อความสำคัญที่ผมได้ทำไฮไลท์หรือเครื่องหมายพิเศษไว้ และเน้นทำความเข้าใจเชิงลึกเฉพาะเนื้อหาหรือฎีกาที่เห็นว่าน่าสนใจ รวมถึงเก็บรวบรวมฎีกาที่สะดุดตาไว้เป็นพิเศษครับ

#รอบที่สาม คือการอ่านทบทวนช่วงสุดท้ายก่อนสอบ ซึ่งผู้เข้าสอบจะมีเวลาทบทวนเนื้อหาหนึ่งสัปดาห์ ตามตารางการจัดสอบ ผมเลือกใช้วิธีทบทวนโดยการแบ่งเวลาครึ่งวันเช้าท่องตัวบท และอีกครึ่งวันที่เหลือก็อ่านอัด #หนังสือที่ต้องอ่าน ให้จบหนึ่งเล่ม (อ่านแบบกวาดสายตาเร็ว ๆ เรื่องใดรู้อยู่แล้วพลิกผ่าน ๆ เรื่องใดหลงลืมหรือเห็นว่าสำคัญก็ตั้งข้อสังเกตไว้เป็นพิเศษ) ทำเช่นนี้ไปทุกวันจนครบกำหนดครับ

#วิธีลัดในการรวบรวมคำพิพากษา
นอกจากนี้ กลุ่มเตรียมสอบของผมได้คิดค้นวิธีลัดในการรวบรวมคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่ ๆ จากหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกาฯ โดยแบ่งเป็นทีมงานราว 5-6 คน ผมจะรับหน้าที่เป็นคนอ่านและคัดเลือกฎีกา จากนั้นจึงถ่ายส่งไปให้ทีมงานที่รับหน้าที่พิมพ์ เมื่อได้ไฟล์แล้ว จะส่งต่อไปยังทีมงานที่รับหน้าที่แยกฎีกาไปเรียงให้เข้าหมวดหมู่กลุ่มวิชาและเลขมาตรา ซึ่งวิธีการนี้ ช่วยให้การเตรียมตัวสอบช่วงสุดท้ายเป็นไปได้สะดวกขึ้น เนื่องจากทุกคนในกลุ่มจะมีไฟล์ฎีกาที่แยกรายวิชาและเรียงมาตราไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมพิมพ์ออกมาใช้ในการเตรียมตัวสอบแต่ละวันได้ทันที (สำหรับท่านที่ตามฎีกาจากหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกาฯ คงทราบดีว่า ฎีการวมเล่มไม่มีแยกวิชาและลำดับเรื่อง จึงค่อนข้างหยิบมาใช้ในวันเตรียมสอบยาก) วิธีการนี้เวิร์คนะครับ ผมอยากแนะนำให้ลองนำไปใช้กัน แถมเป็นมรดกตกทอดไปยังรุ่นน้องได้ด้วย

ส่วนกลุ่ม #หนังสือที่ควรอ่าน ผมอ่านรอบเดียวครับ โดยถ้าเจอฎีกาสำคัญ ๆ จะถ่ายส่งไปให้ทีมงานพิมพ์รวมไว้ในไฟล์ตามที่กล่าวไว้ในย่อหน้าก่อน แล้วค่อยอ่านจากไฟล์รวมดังกล่าวอีกครั้งในช่วงสุดท้ายก่อนสอบรวดเดียวครับ

#อ่านวันละกี่หน้าและใช้เวลาเตรียมสอบเท่าใด
อีกคำถามหนึ่งที่มีผู้สอบถามเข้ามามากคืออ่านวันละกี่หน้าและใช้เวลาเตรียมสอบทั้งสิ้นนานเท่าใด เกี่ยวกับจำนวนหน้า ผมใช้วิธีค่อนข้างต่างกับตอนเรียนเนฯ พอสมควร คือตอนเรียนเนฯ นั้น ผมไม่ได้วางเป้าเรื่องจำนวนหน้าไว้เป็นพิเศษ เน้นที่การทำความเข้าใจเนื้อหาแต่ละส่วนเป็นสำคัญ แต่สำหรับการเตรียมสอบผู้ช่วยฯ ผมมองว่าเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องกับชุดเรียนรู้เดิม อีกทั้งยังมีเนื้อหาปริมาณมหาศาล ผมจึงต้องตั้งกติกากับตนเองว่าต้องอ่านและเข้าใจเนื้อหาให้ได้อย่างน้อยวันละ 80-120 หน้า เว้นแต่วันใดที่ภาระงานประจำหนักหนาจริง ๆ ก็เอาให้ได้ตามอัตภาพครับ แต่ต้องบังคับตัวเองอ่านให้ได้ทุกวัน ใช้เวลาในการเตรียมสอบนับจากวันแรกจนถึงวันสอบ ประมาณ 10 เดือนเศษ ครับ

#ต้องจดประเด็นลงสมุดหรือประมวลกฎหมายหรือไม่
มีผู้สอบถามเข้ามาบ้างเหมือนกันว่า ผมจดประเด็นต่าง ๆ ลงสมุดหรือประมวลกฎหมายหรือไม่ ในเรื่องนี้ ผมเปลี่ยนเทคนิคไปจากตอนเรียนเนฯ อย่างสิ้นเชิงเลย กล่าวคือ ตอนเรียนเนฯ ผมให้ความสำคัญกับการจดทุกประเด็นสำคัญลงประมวลกฎหมายเล่มใหญ่อย่างมาก แต่ตอนเตรียมตัวสอบผู้ช่วยฯ นี้ ผมเลือกที่จะไม่จดครับ สาเหตุหลักคือลองจดตอนช่วงอ่านแรก ๆ แล้ว รู้ตัวเลยว่าหากจะจดทุกประเด็นจริง ๆ คงไม่มีทางจดทันสอบแน่นอน จึงเน้นใช้ความรู้เดิมเป็นฐาน แล้วอ่านซ้ำหลาย ๆ รอบเพื่อซึมเข้าไปแทนการจดครับ

#หนังสือออกใหม่ต้องอ่านทั้งหมดหรือไม่
นอกจากนี้ อีกคำถามหนึ่งคือ หากมีหนังสือออกใหม่ (เช่น ซีรีส์พิสดาร) ต้องตามเก็บอ่านใหม่หมดหรือไม่ ผมไม่ได้ตามซื้อหนังสือใหม่ทั้งหมดครับ ไม่เช่นนั้นคงต้องซื้อไม่มีทางจบสิ้น แต่ใช้วิธีอ่านหนังสือเดิมแล้วอัพเดตฎีกาเพิ่มเติมจากหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา สำนักอำนวยการศาลฎีกาครับ

3️⃣ เทคนิคการท่องตัวบท

ผมไม่ได้ใช้วิธีท่องตัวบททุกวันครับ แต่ใช้วิธีการอ่านหนังสือ (รอบแรก) ไปพร้อมกับการจำเลขมาตราและอ่านตัวบทไปพร้อมกันด้วย แล้วค่อยมาท่องจำแบบจริงจังเอาช่วงสุดท้ายก่อนสอบ โดยกลุ่มกฎหมายแพ่ง ใช้เวลาครึ่งวันเช้าทั้งสิ้น 6 วัน (ครึ่งบ่ายอัดพิสดารวันละเล่ม) กลุ่มกฎหมายอาญา ใช้เวลาครึ่งวันเช้าทั้งสิ้น 4 วัน (ผมกัน “ช่วงสุดท้าย” ไว้ท่องตัวบทสำหรับสอบวันแรก อย่างน้อย 10 วัน) กลุ่มกฎหมายพิเศษ ก็ทำเช่นเดิมวันละวิชา ส่วนกลุ่มกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา ใช้เวลาท่องประมวล กลุ่มละครึ่งวันเช้าทั้งสิ้น 2 วัน ครึ่งบ่ายก็อัดพิสดารวันละเล่ม เวลาที่เหลือก็อ่านไฟล์รวมฎีกาที่ทีมงานช่วยกันเตรียมไว้ครับ

#ต้องแม่นยำแค่ไหน
อีกคำถามหนึ่งที่ถามกันมากในหัวข้อนี้ คือการสอบผู้ช่วยฯ ต้องท่องจำเลขมาตราและวรรคอย่างแม่นยำหรือไม่ และในการเขียนตอบต้องอ้างเลขมาตราและวรรคหรือไม่ ส่วนตัวผมใช้วิธีพยายามจำทั้งเลขมาตรา อนุมาตราและวรรคในแต่ละมาตราให้แม่นยำที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ และในการตอบผมก็อ้างเลขมาตรา อนุมาตราและวรรคประกอบการวินิจฉัยทุกครั้งครับ

4️⃣ การฝึกเขียน

สำหรับผม #การฝึกเขียนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเตรียมตัวสอบมากไม่น้อยไปกว่าการอ่าน เพราะเป็นกระบวนการที่ช่วยฝึกฝนทั้งทักษะการจับประเด็นข้อสอบ การจับจังหวะความเร็วของการคิดและการเขียนภายใต้สถานการณ์จำลองที่มีเวลาจำกัด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นอะไรที่ต้องเผชิญแน่ ๆ ในวันสอบจริง ที่เพิ่มเติมคือความกดดันมหาศาลเมื่อเจอข้อสอบที่ทำไม่ได้หรือไม่มั่นใจ แล้วเห็นเวลาค่อย ๆ ล่วงผ่านไปแต่ละนาที

#โดยทั่วไปแล้วมีเทคนิคในการฝึกเขียนสองวิธี คือ 
(1) อ่านข้อสอบเก่า แล้วเปิดธงคำตอบ จากนั้นลอกให้ทันภายในเวลา 25 นาที และ 
(2) ฝึกทำข้อสอบเก่าโดยไม่ดูธงคำตอบ แล้วจับเวลาให้ทำทันภายใน 25 นาที ผมเลือกใช้วิธีที่ (2) ครับ เพราะเชื่อว่าเป็นวิธีที่จะทำให้พบข้อผิดพลาดของตัวเองได้ดีกว่า พอเราทำผิดซ้ำ ๆ ขาดตกประเด็นที่ไม่คิดว่าจะเป็นประเด็นบ่อย ๆ ก็จะเกิดความระมัดระวังมากขึ้นโดยอัตโนมัติครับ ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดในวันสอบจริงได้มากทีเดียว

#วิธีการฝึกเขียน
ในการฝึกเขียนตอบข้อสอบเก่านั้น ผมใช้วิธีฝึกเขียนโดยจับเวลาข้อละ 25 นาที วันละ 1-2 ข้อ วันใดเกิดอารมณ์อยากลองทำกลุ่มวิชาใด ก็ฝึกเขียนข้อของกลุ่มวิชานั้น ไม่ได้ไล่ทำครบทุกข้อรวดเดียวจบครับ ส่วนตัวผมทำข้อสอบย้อนหลังไปแค่ 5 ปี เท่านั้น เพราะผมเห็นว่าวัตถุประสงค์ของการฝึกเขียน ก็คือเพื่อให้คุ้นเคยกับแนวทางคำถาม เกิดทักษะในการจับประเด็น และการจับจังหวะความเร็วของกระบวนการคิดและนำเสนอภายใต้กรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ผมเห็นว่าทำย้อนหลังเพียง 5 ปี ก็น่าจะบรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้นแล้วครับ

5️⃣ ก่อนเข้าห้องสอบ

ในวันสอบนั้น ผมจะไม่นำหนังสือใด ๆ มาอ่านเพิ่มเติมทั้งสิ้นครับ แต่จะนำตัวบทมานั่งอ่าน ให้สายตาคุ้นชินกับเลขมาตรา อนุมาตรา และวรรค ของแต่ละกฎหมายที่จะเข้าทดสอบความรู้ ในขั้นตอนนี้ผมเลือกที่จะไม่ท่องแล้วครับ แต่ให้สมองเกิด “ภาพจำ” กับตำแหน่งแห่งที่ของข้อความ ตัวเลข และวรรคตอนต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด เมื่อเหลือเวลาก่อนเข้าห้องสอบ 45 นาที ผมจะวางทุกอย่างลง แล้วไปเดินเล่นแถวสนามสอบ โดยจะพยายามไม่คิดถึงการสอบ ฎีกา หรือมาตราใด ๆ ทั้งสิ้นครับ เพื่อให้สมองได้ผ่อนคลายลงบ้าง

6️⃣ การเขียนตอบข้อสอบ

วิธีการเขียนของผมนั้น จะไม่วางตัวบทกฎหมายก่อนวินิจฉัย แต่จะใช้วิธีวินิจฉัยปัญหาไปพร้อมกับการให้เหตุผลและปรับบทกฎหมายไปทีเดียวครับ หลักการสำคัญคือต้องจับประเด็นให้ครบถ้วน แยกตอบทุกประเด็นเป็นรายย่อหน้า ส่วนการให้เหตุผลนั้น หากข้อสอบข้อนั้นทดสอบความรู้จากคำพิพากษาศาลฎีกา การให้เหตุผลตามคำพิพากษาศาลฎีกาในเรื่องนั้น ๆ ได้อย่างแม่นยำ คงจะช่วยให้ได้คะแนนข้อนั้นมากขึ้นครับ ส่วนเรื่องลีลาการใช้สำนวนเขียน ผมคิดว่าคงฝึกฝนได้โดยการพยายามใช้ศัพท์ตามตำราและฎีกาในการฝึกเขียนบ่อย ๆ ซึ่งน่าจะช่วยให้พัฒนาส่วนนี้ได้ดีขึ้นครับ

#อ่านเจอข้อไหนทำได้ทำข้อนั้นทันที
นอกจากนี้ มีผู้สอบถามว่า ผมทำข้อสอบทีละข้อ หรืออ่านข้อสอบทุกข้อแล้วค่อยทำทีเดียว ในเรื่องนี้ ผมเปลี่ยนเทคนิคจากที่เคยใช้ตอนสอบเนฯ คืออ่านข้อสอบทุกข้อก่อนแล้วค่อยไล่ทำ เป็นว่าอ่านเจอข้อไหนทำได้ ทำข้อนั้นทันทีครับ ส่วนข้อไหนแน่ใจบางประเด็น ไม่แน่ใจบางประเด็น ผมก็ทำประเด็นที่แน่ใจทันที ส่วนประเด็นที่ไม่แน่ใจ จะทำเครื่องหมายค้างไว้ แล้วข้ามไปทำข้อใหม่ทันทีครับ สำคัญคือต้องอย่าลืมกลับมาทำข้อที่ไม่แน่ใจนั้นนะครับ

สาเหตุที่ผมใช้วิธีเช่นนี้ เนื่องจากผมเห็นว่าข้อสอบผู้ช่วยฯ มีประเด็นเยอะและมีความยาวมาก หากอ่านทุกข้อแล้วค่อยไล่ทำ คงต้องกลับมาอ่านข้อเท็จจริงใหม่เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่วินิจฉัยผิดพลาด สุดท้ายแล้วอาจต้องรับความเสี่ยงที่จะทำข้อสอบไม่ทัน ดังนั้น ผมจึงใช้วิธีเห็นข้อไหนทำได้ หรือกระทั่งประเด็นไหนทำได้ ก็จัดการประเด็นนั้นให้เสร็จไปก่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องมาพะวงอ่านซ้ำอีกครับ

#พยายามเฉลี่ยเวลาให้อยู่ใน25นาที
อีกหนึ่งคำถาม คือว่าผมทำทุกข้อเสร็จภายใน 25 นาที หรือไม่ คำตอบคือไม่ครับ ทั้งสามวันที่เข้าสอบ มีอยู่หลายข้อเหมือนกันที่เวลาล้นออกมา 5 นาทีบ้าง 10 นาทีบ้าง (ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีครับ) แต่ผมพยายามเฉลี่ยเวลาโดยเร่งรัดทำข้อที่ไม่มั่นใจหรือข้อที่มีประเด็นน้อยให้เสร็จก่อน 25 นาที โดยเฉลี่ยตามเวลาที่เกินจากข้ออื่นมา เช่น ผมทำข้อ 1 ไป 30 นาที ก็พยายามปั่นข้อ 2 ให้เสร็จภายใน 20 นาที เป็นต้น

#ห้ามปล่อยข้อใดหรือประเด็นใดว่าง
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าปล่อยข้อใดหรือประเด็นใดว่างเป็นอันขาดครับ ถ้าไม่แน่ใจก็ต้องตัดสินใจให้ได้ว่าจะไปทางซ้ายหรือขวา (สำคัญมากครับ) เพราะถ้าลังเลไปจนเวลาหมดแล้วไม่ได้เขียนในประเด็นนั้น ก็เท่ากับว่าท่านจะไม่ได้คะแนนในประเด็นดังกล่าวเลยครับ ในทางกลับกัน ถ้าท่านตัดสินใจไปแล้วไม่ถูกต้องตามธงคำตอบ อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสได้คะแนนบ้างครับ

#นำไปปรับใช้ตามความเหมาะสม
ท้ายนี้ ผมขอย้ำว่าแนวทางข้างต้นไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะรับประกันการสอบผ่านนะครับ ผมยังคงยืนยันว่าการค้นหาแนวทางเฉพาะตัวให้เหมาะสมกับเงื่อนไขสถานการณ์ชีวิตของแต่ละคนเป็นสิ่งจำเป็น โดยผมหวังอย่างยิ่งว่า คำแนะนำข้างต้นจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังค้นหาแนวทางของตัวเองบ้างไม่มากก็น้อย ในการนี้ ผมขอส่งความปรารถนาดีและเป็นกำลังใจให้ทุกท่านค้นพบแนวทางดังกล่าว กอปรกับมีพลังกายและพลังใจในอันที่จะบากบั่นบนเส้นทางนี้ต่อไปจนกระทั่งประสบกับผลสัมฤทธิ์ในท้ายที่สุดครับ

 

ด้วยความปรารถนาดี

สรรเสริญ เอี่ยมสุทธิวัฒน์





การเตรียมตัวสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาของที่1 โดยท่านสรรเสริญ เอี่ยมสุทธิวัฒน์ | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 354 ครั้ง
ลงวันที่ 23/05/2017 20:07:29





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน

ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ

Username :

Password :

เลือกประเภท:

 



[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ คลิก!]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ลงทะเบียนใช้งานในระบบ (ฟรี) ที่นี่..

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

    คำค้น :
    ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ข้อคิด คำคม วลีกฎหมาย

ข้อคิด อ.มล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ เนติบัณฑิต สมัยที่ 1/70

อ่านรายละเอียด..


กลุ่มสังคมออนไลน์

       



ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 20014 คน


ผู้ใช้งานเว็บไซต์ ล่าสุด