หัวข้อ : การพิจารณาคดีปกครองมีขั้นตอนอย่างไร
หมวดหมู่ : บทความกฎหมายมหาชน กฎหมายปกครอง
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับบทความกฎหมาย เกี่ยวกับ การคิด วิคราะห์ หลักการทางกฎหมายมหาชน กฎหมายปกครอง อื่นๆ



 การพิจารณาคดีปกครองมีขั้นตอนอย่างไร


       สำหรับการทำความเข้าใจขั้นตอนการดำเนินกระบวนวิธีพิจารณาของศาลปกครองนั้นจะมีถ้อยคำสำคัญที่จำเป็นต้องทำความเข้า ใจในเบื้องต้น ดังต่อไปนี้
1. คำฟ้องคดี หมายถึง เอกสารที่ผู้ฟ้องคดีได้จัดทำขึ้นและยื่นต่อศาลเพื่อเสนอข้อพิพาทที่เกิดขึ้นซึ่งประกอบไปด้วย ชื่อและที่อยู่ของผู้ฟ้องคดี และชื่อของผู้ถูกฟ้องคดี ข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดี คำขอของผู้ฟ้องคดี และลายมือชื่อ ของผู้ฟ้องคดี
2. คำให้การ หมายถึง เอกสารที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้จัดทำขึ้นและยื่นต่อศาลเพื่อแสดงให้เห็นว่าการปฏิเสธหรือการยอมรับข้อหา ของผู้ฟ้องคดีที่มีอยู่ในคำฟ้องคดี และในกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ได้จัดทำคำให้การยื่นต่อศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด ศาลจะถือว่าผู้ถูกฟ้องคดียอมรับข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง
3. คำคัดค้านคำให้การ หมายถึง เอกสารที่ผู้ฟ้องคดีได้จัดทำขึ้นและยื่นต่อศาลเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนจะยอมรับตามคำให้การ หรือคัดค้านพยานหลักฐานที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้ยื่นคำให้การต่อศาล
4. คำให้การเพิ่มเติม หมายถึง เอกสารที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้จัดทำขึ้นและยื่นต่อศาลเพื่อแสดงให้เห็นว่ายอมรับ หรือการปฏิเสธ ข้อเท็จจริงที่ผู้ฟ้องคดีได้กล่าวอ้าง
5. บันทึกของตุลาการเจ้าของสำนวน หมายถึง บันทึกที่ตุลาการเจ้าของสำนวนได้จัดทำขึ้นเพื่อเสนอต่อองค์คณะเพื่อพิจารณา โดยบันทึกดังกล่าวจะประกอบไปด้วย สรุปข้อเท็จจริงจากคดีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย และความเห็นในประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย โดยบันทึกดังกล่าวจะทำขึ้นเมื่อตุลาการเจ้าของสำนวนเห็นว่าข้อเท็จจริงในคดีมีเพียงพอที่จะพิจารณาพิพากษาได้แล้ว
6. คำแถลงการณ์ หมายถึง เอกสารที่ตุลาการผู้แถลงคดีจัดทำขึ้น ซึ่งจะประกอบด้วยสรุปข้อเท็จจริงจากคดี ข้อกฎหมาย และความเห็นในการวินิจฉัยคดี คำแถลงการณ์ไม่ใช่คำพิพากษาแต่เป็นเพียงความเห็นในทางวิชาการเพื่อที่จะถ่วงดุลกับ คำพิพากษาขององค์คณะโดยคำแถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเสนอต่อองค์คณะพิจารณาพิพากษาในวันนั่งพิจารณา ซึ่งคำแถลงการณ์ดังกล่าวไม่ผูกพันองค์คณะพิจารณาพิพากษาเพราะองค์คณะอาจจะมีคำพิพากษาที่อาจจะตรงกับ คำแถลงการณ์หรือไม่ก็ได้ เมื่อทำความเข้าใจถึงถ้อยคำต่างๆ ที่ใช้อยู่ในกระบวนพิจารณาคดีปกครองแล้วต่อไปจะกล่าวถึง ขั้นตอนในกระบวนพิจารณาคดีปกครอง ซึ่งสามารถอธิบายในส่วนที่เป็นสาระสำคัญดังนี้
1. เมื่อมีการยื่นคำฟ้องคดีต่อศาลปกครองแล้ว เจ้าหน้าที่ศาลจะรับคำฟ้องดังกล่าวไว้โดยจะออกหมายเลขรับคำฟ้องซึ่ง ในทางปฏิบัติของศาลจะเรียกว่าเป็นการออกหมายเลขคดีดำให้ พร้อมกันนั้นเจ้าหน้าที่ศาลจะออกใบรับคำฟ้อง คดีให้กับผู้ฟ้องคดี แต่การออกหมายเลขคดีดำและการออกใบรับคำฟ้องคดีดังกล่าวไม่ได้ หมายความว่าศาลปกครอง ได้มีคำสั่งให้รับคำฟ้องคดีนั้นไว้พิจารณาแล้ว แต่เป็นเพียงขั้นตอนในทางธุรการของเจ้าหน้าที่ศาลเท่านั้น หลังจากนั้นเมื่อศาลได้รับคำฟ้องคดีมาแล้ว ตุลาการเจ้าของสำนวนจะตรวจความสมบูรณ์ของคำฟ้อง หากเห็นว่าคำฟ้องคดี นั้นไม่สมบูรณ์หรือมีข้อบกพร่องที่ผู้ฟ้องคดีอาจแก้ไขได้ เช่น คำฟ้องไม่มีข้อเท็จจริงให้พอที่จะเข้าใจได้ ไม่มีคำขอ ไม่ชำระค่าธรรมเนียมศาลหรือคำฟ้องไม่ได้แนบสำเนาคำฟ้องหรือสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยว ข้องมาให้ครบตามจำนวน ผู้ถูกฟ้องคดี ตุลาการเจ้าของสำนวนก็จะสั่งให้ผู้ฟ้องคดีแก้ไขคำฟ้องให้ถูกต้อง หากผู้ฟ้องคดีไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาล ดังกล่าวศาลปกครองอาจจะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา แต่ถ้าเป็นกรณีที่ความไม่สมบูรณ์ของคำฟ้องนั้นไม่ สามารถแก้ไขได้ เช่น คดีที่ฟ้องไม่ใช่คดีปกครอง ผู้ฟ้องคดีไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรือคดีขาดอายุความ ศาลก็จะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในคดีนั้นไว้พิจารณาแต่ถ้าเป็น คำฟ้องที่สมบูรณ์
ตุลาการเจ้าของสำนวนก็จะสั่งรับ คำฟ้องไว้พิจารณาและมีคำสั่งเรียกให้ผู้ถูกฟ้องคดีทำคำให้การภายใน 30 วัน หรือตามที่ศาลปกครองกำหนด
2. เมื่อผู้ถูกฟ้องคดียื่นคำให้การต่อตุลาการเจ้าของสำนวนแล้วก็จะมีคำสั่งเรียกให้ผู้ฟ้องคดีทำ คำคัดค้านคำให้การ เพื่อโต้แย้งคำให้การของผู้ถูกฟ้องคดียื่นต่อศาลภายใน 30 วัน หรือตามที่ศาลปกครองกำหนด หากผู้ฟ้องคดีไม่ดำเนินการจัดทำคำคัดค้านคำให้การยื่นต่อศาลหรือไม่แจ้งเป็นหนังสือต่อศาลว่าไม่ประสงค์ จะทำคำคัดค้านคำให้การแต่ประสงค์จะให้ศาลพิจารณาพิพากษาต่อไป ศาลอาจมีคำสั่งจำหน่ายคดีได้ เมื่อผู้ฟ้องคดีทำคำคัดค้านคำให้การยื่นต่อศาล ตุลาการเจ้าของสำนวนก็จะมีคำสั่งเรียกให้ผู้ถูกฟ้องคดีทำคำให้การเพิ่มเติมยื่น ต่อศาลภายใน 15 วัน หรือตามที่ศาลปกครองกำหนด เมื่อมีการยื่นคำให้การเพิ่มเติมต่อศาลตุลาการเจ้าของสำนวนก็จะจัดส่งคำให้ การเพิ่มเติมดังกล่าวให้ผู้ฟ้องคดีทราบ
3. หากตุลาการเจ้าของสำนวนเห็นว่าข้อเท็จจริงในคดียังไม่เพียงพอ ตุลาการเจ้าของสำนวนอาจเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบถาม ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หรือให้ส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติมเข้ามาในสำนวนคดีได้เมื่อเห็นว่าข้อเท็จจริงเพียงพอแล้ว ตุลาการเจ้าของ สำนวนจะจัดทำบันทึกของตุลาการเจ้าของสำนวนเพื่อ เสนอองค์คณะเพื่อพิจารณาและตุลาการหัวหน้าคณะจะมีคำสั่งกำหนด วันสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริงในคดีนั้น โดยจะต้องแจ้งให้คู่กรณีทราบถึงกำหนดวันดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ จะมีการส่งบันทึกของ ตุลาการเจ้าของสำนวนให้คู่กรณีทราบก่อนการนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก และเมื่อตุลาการเจ้าของสำนวนจัดทำบันทึกของตุลาการเจ้าของสำนวนเสร็จแล้ว จะจัดส่งสำนวนคดีพร้อมกับบันทึกดังกล่าวให้ตุลาการผู้แถลงคดีเพื่อจัดทำคำแถลงการณ์ที่จะ นำไปแถลงต่อองค์คณะพิจารณาพิพากษาในวันนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก
4. วันนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก คือ วันที่ตุลาการเจ้าของสำนวนจะชี้แจงข้อเท็จจริงตามบันทึกของตุลาการเจ้าของสำนวนให้คู่ กรณีทราบ คู่กรณีมีสิทธิยื่นคำแถลงเป็นหนังสือและแถลงด้วยวาจาต่อศาลพร้อมทั้งสามารถนำพยาน หลักฐานมาชี้แจง ประกอบคำแถลงของตนในวันที่พิจารณาคดีหรือจะยื่นคำแถลงเป็นหนังสือ ก่อนวันนั่งพิจารณาคดีก็ได้ โดยการชี้แจงประกอบคำแถลงในวันนั่งพิจารณาคดีจะต้องเกี่ยวกับประเด็นที่ได้กล่าวไว้แล้วในคำฟ้องคำให้การ คำคัดค้านคำให้การ หรือคำให้การเพิ่ม เติมเท่านั้น หลังจากนั้นตุลาการผู้แถลงคดีจะแถลงการณ์ต่อองค์คณะ ในขั้นตอนนี้โดยหลักแล้วกฎหมายห้ามไม่ให้คู่กรณีหรือบุคคล ใดอยู่ในห้องพิจารณาคดีขณะที่ตุลาการผู้แถลงคดีแถลงการณ์ ทั้งนี้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาตให้คู่กรณีหรือบุคคลอื่น อยู่ในห้องพิจารณา คดีได้ โดยทั่วไปในคดีแต่ละคดีจะมีการนั่งพิจารณาเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น แต่หากมีความจำเป็นศาลอาจกำหนดให้มีการนั่งพิจารณา คดีในคดีนั้นๆ เกินกว่าหนึ่งครั้งได้
5. ภายหลังจากวันนั่งพิจารณาคดี ศาลก็จะนัดคู่กรณีมาฟังคำพิพากษาต่อไปทั้งนี้ เมื่อศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษา หรือคำสั่งแล้วหากคู่กรณีประสงค์จะคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครอง ชั้นต้นก็สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ปกครองชั้นต้นที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นเพื่อให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาอุทธรณ์ต่อไปได้ โดยคู่กรณีจะต้องอุทธรณ์ภายในกำหนด 30 วันนับแต่วันที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งหากไม่มีการอุทธรณ์ภายในระยะเวลาดังกล่าวคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นก็จะถึงที่สุด
6. ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลปกครอง ศาลอาจจะกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาได้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวแยกออกเป็น 2 ประเภท คือ
(1) การทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง ทั้งนี้โดยศาลเห็นเองว่าควรมีการทุเลาการบังคับ หรือผู้ฟ้องคดี ขอมาในคำฟ้องหรือยื่นคำขอเข้ามาในเวลาใดๆก่อนที่ศาลจะพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดี หากศาลปกครองมีคำสั่งตาม คำขอก็จะมีผลเป็นการชะลอหรือระงับการบังคับตามผลของกฎหรือ คำสั่งทางปกครองเป็นการชั่วคราว เช่น มีการฟ้องคดีเกี่ยวกับคำสั่งของเทศบาลที่สั่งให้รื้อบ้าน หากผู้ฟ้องคดีมีคำขอให้ศาลสั่งระงับการรื้อบ้านไว้ชั่วคราวก่อนที่ศาลจะพิพากษา และศาลเห็นสมควรให้มีการทุเลาการบังคับตามคำสั่งดังกล่าวไว้ก่อนศาลก็จะ สั่งห้ามไม่ให้มีการรื้อถอนบ้านตามคำสั่งไว้ ก่อนจนกว่าที่ศาลจะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งก็ได้
(2) การบรรเทาทุกข์ชั่วคราว เป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีอาจยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อคุ้มครอง หรือเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาโดยยื่นคำขอดังกล่าวก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดี หรือคู่กรณีอาจยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ ขอในระหว่างการพิจารณาหรือระหว่างบังคับตามคำพิพากษาได้ เช่น เทศบาลแห่งหนึ่งได้ก่อสร้างสะพานลอยคนข้ามบังหน้าบ้านของผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึง ขอให้ศาลสั่งให้เทศบาลแห่งนั้นระงับการก่อสร้างไว้ก่อน เป็นต้น
7. ในการดำเนินคดีปกครอง คู่กรณี ซึ่งได้แก่ ผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดี หรือผู้ร้องสอดเข้ามาในคดี มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอตรวจสำนวนคดี หรือขอคัดสำเนาเอกสารของคู่กรณีที่ยื่นต่อศาลได้เสมอในระหว่างการดำเนินคดีและนอกจากนี้ในการ ดำเนินคดีของศาลปกครอง เช่น การนัดไต่สวนคู่กรณีหรือพยาน หรือการดำเนินคดีในทุกขั้นตอนนั้น โดยหลักแล้วศาลปกครองจะมีหมายแจ้งให้คู่กรณีทราบถึงการดำเนินการดังกล่าวของศาลเสมอ





การพิจารณาคดีปกครองมีขั้นตอนอย่างไร | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 94 ครั้ง
ลงวันที่ 09/10/2017 08:25:03





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน

ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ

Username :

Password :

เลือกประเภท:

 



[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ คลิก!]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ลงทะเบียนใช้งานในระบบ (ฟรี) ที่นี่..

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

    คำค้น :
    ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ข้อคิด คำคม วลีกฎหมาย

ข้อคิด อ.มล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ เนติบัณฑิต สมัยที่ 1/70

อ่านรายละเอียด..


กลุ่มสังคมออนไลน์

       



ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 20344 คน


ผู้ใช้งานเว็บไซต์ ล่าสุด