หัวข้อ : คำแนะนำนักศึกษาเนติบัณฑิต โดย อาจารย์ หม่อมหลวง ไกรฤกษ์ เกษมสันต์
หมวดหมู่ : บทความกฎหมาย
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับบทความกฎหมาย เกี่ยวกับ การคิด วิคราะห์ หลักการทางกฎหมาย อื่นๆ



คำแนะนำนักศึกษาเนติบัณฑิต 
โดย อาจารย์ หม่อมหลวง ไกรฤกษ์ เกษมสันต์

นักศึกษาต่างมีความปรารถนาแตกต่างกันไป แต่ที่เป็นหนึ่งเดียวคือการสอบได้เป็นเนติบัณฑิตซึ่งเป็นสิ่งไม่ไกลเกินฝัน หากรู้จักนำข้อผิดพลาดมาแก้ไข เช่น ปรับปรุงวิธีการเขียนการตอบเป็นต้น ขอให้ระลึกว่า ความผิดหวังการผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดาของปุถุชนแต่จะผิดธรรมดาก็ตรงที่ไม่รู้จักแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นให้เป็นความสำเร็จ ทุกท่านล้วนเป็นบัณฑิต หมายถึง ผู้รู้ ผู้มีปัญญา จงใช้ปัญญาแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ให้หมดไป ขออวยพร ให้ทุกท่านสมหวังในสิ่งอันพึงปรารถนาและนำความรู้ส่วนหนึ่งที่ได้จากการเรียนนี้ สร้างประโยชน์ให้ตนเองและส่วนรวม ผู้ใช้กฎหมายมีความสำคัญไม่น้อยกว่าตัวบทกฎหมาย หากนำไปใช้อย่างอคติ ย่อมก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองได้ กฎหมายเป็นกติกาของสังคม แต่คนที่ทำลายกติกาเหล่านี้ได้อย่างใหญ่หลวงคือนักกฎหมาย ถ้าผู้นั้นปราศจาก “คุณธรรม” 
ขอนำประสบการณ์และให้ข้อเสนอแนะบางประการแก่นักศึกษาทั้งหลายในการเรียนและการสอบกฎหมาย บางครั้งอาจจะสอดแทรกให้เห็นว่าความยุติธรรมจะอาศัยแต่เพียงตัวหนังสืออย่างเดียวไม่ได้

• ข้อสังเกตประการแรก นักศึกษามักจะมีปัญหาว่าจะอ่านตำราของท่านใดดี....การอ่านตำรากฎหมายก็เหมือนกับการรับประท่านอาหาร ย่อมสุดแท้แต่รสนิยมของแต่ละท่าน ตำรากฎหมายอาญานั้นมีอยู่มากมาก เช่น ของศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง เหล่านี้เป็นต้น วิธีการเขียนของแต่ละท่านไม่เหมือนกัน จึงสุดแท้แต่ว่าท่านอ่านตำราของมหาวิทยาลัย แห่งใดหรือของผู้ใดแล้วท่านจะเกิดความเข้าใจดี ตำรากฎหมายอาญาของศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ เป็นตำราที่บุคคลส่วนใหญ่มักจะอ้างอิงอยู่เสมอ แต่สำหรับผู้ที่ขาดพื้นฐานทางกฎหมายอาญาอาจจะอ่านเข้าใจค่อนข้างยาก

• ข้อสังเกตประการที่สอง ประเทศไทยใช้ประมวลกฎหมาย ดังนั้น การเรียนกฎหมายอาญาในเบื้องต้นท่านต้องจำตัวบทให้ได้อย่างแม่นยำและทำความเข้าใจกับตัวบทได้เป็นอย่างดี...การอ่านตัวบทแต่ละมาตราต้องจับสาระสำคัญของกฎหมายมาตรานั้นๆ ว่าหัวใจอยู่ตรงจุดไหน ยิ่งไปกว่านั้นต้องรู้จักจัดหมวดหมู่ของตัวบทซึ่งอาจจะเป็นความผิดที่ซ้อนกันได้หรือใกล้เคียงกัน ยกตัวอย่าง เช่น ความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพตามมาตรา ๓๐๙ ความผิดฐานกรรโชกตามมาตรา ๓๓๗ และความผิดฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา ๓๓๙ มาตรา ๓๐๙ บัญญัติว่า ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่ กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ก็สรุปได้ว่า มาตรา ๓๐๙ นั้น เป็นเรื่องข่มขืนใจ ให้บุคคลกระทำการหรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมโดยทำให้เขากลัว หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย มาตรา ๓๓๗ เรื่องกรรโชกก็เริ่มต้นด้วยการข่มขืนใจโดยใช้วิธีการเช่นเดียวกันเพียงแต่การข่มขืนใจ นั้นเพื่อที่จะให้เขายอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน ไม่ใช่เป็นการข่มขืนใจให้กระทำการหรือไม่กระทำการหรือจำยอมต่อสิ่งใด ซึ่งมาตรา ๓๐๙ มีความหมายกว้างกว่าอาจกล่าวว่าความผิดฐานกรรโชกหรือชิงทรัพย์ย่อมเป็นความผิดต่อเสรีภาพอยู่ในตัว แต่มีความผิดต่อเสรีภาพอาจไม่ผิดฐานชิงทรัพย์ย่อมเป็นความผิดต่อเสรีภาพอยู่ในตัว แต่มีความผิดต่อเสรีภาพอาจไม่ผิดฐานชิงทรัพย์หรือกรรโชก (ดูข้อสอบ เนติฯ ข้อ ๖ ของปีที่แล้วสมัยที่ ๕๔) 
บางความผิดเช่นความผิดต่อชีวิต ร่างกาย ที่กระทำโดยเจตนาอาจจัดลำดับ ฆ่าผู้อื่นตามมาตรา ๒๘๘ ที่เบาลงมาคือมาตรา ๒๙๐ คือมีเจตนาทำร้าย แต่โดยผลของการกระทำทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต่อมา มาตรา ๒๙๗ คือทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส แล้วมาถึงมาตรา ๒๙๕ ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกาย และจิตใจ และจบลงตรงที่มาตรา ๓๙๑ กล่าวคือ ถ้าเป็นการกระทำโดยเจตนา แม้ไม่ถึงเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจก็เป็นความผิด 
โดยจะต้องเปรียบเทียบกับเรื่องประมาท เริ่มต้นที่ประมาทเป็นเหตุให้คนตายมาตรา ๒๙๑ แล้วประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสำหัสมาตรา ๓๐๐ ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บมาตรา ๓๙๐ แต่ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจไม่มี เช่น ท่านได้ยินเสียงกอกๆแกกๆ อยู่ใต้ถุนท่านนึกว่าเป็นสุนัข แต่ถ้าใช้ความระมัดระวังเล็กน้อยก็จะรู้ว่าเป็นนายเขียนมาคลานอยู่แถวนั้นท่านใช้ไม้ตีไปหนึ่งทีนายเขียวหัวโนเพียงเล็กน้อย เช่นนี้ท่านมีความผิดหรือไม่ ถ้าจัดระดับโยงตัวบทเข้าหากันดังที่กล่าวมาก็สรุปได้ว่า ประมาทจบลงที่มาตราสุดท้ายคือมาตรา ๓๙๐ คือจะเป็นความผิดต่อเมื่อเกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ เมื่อนายเขียวเพียงแต่หัวโนไม่ได้รับอันตรายถึงขนาดแก่กายและจิตใจตามมาตรา ๓๙๐ ดังนั้น การกระทำจึงเป็นความผิด

• ข้อสังเกตประการที่สาม คือ เรื่องการอ่านฎีกา
มีนักศึกษาเป็นจำนวนมากที่มักจะถามว่าจำเป็นต้องอ่านหรือไม่ อ่านแต่เพียงตัวบทพอไหม ถ้าท่านมีความสามารถที่จะใช้ตัวบทได้อย่างเก่งกาจ ท่านอาจจะไม่ต้องอ่านฎีกาก็ได้ แต่ขอเสนอแนะว่าจำเป็นต้องอ่าน เพราะฎีกาเป็นวิธีการใช้กฎหาย ยิ่งไปกว่านั้นคำพิพากษาฎีกาจะใช้ถ้อยคำสั้นกะทัดรัดได้ใจความ ถ้าคำพิพากษาฎีกาเรื่องใดเขียนด้วยถ้อยความกระชับชัดเจน ก็จะทำให้ภาษาหนังสือที่ท่านใช้ในการตอบเป็นภาษาหนังสือที่รัดกุมและทำให้ได้คะแนน ก็คงจะต้องยอมรับว่าแนวข้อสอบส่วนใหญ่จะอิงคำพิพากษาฎีกาเป็นสำคัญ ดังนั้น ถ้าท่านอ่านคำพิพากษาฎีกาก็ค่อนข้างจะแน่ชัดได้ว่าเปอร์เซ็นต์ที่ท่าจะสอบได้มีค่อนข้างสูง แต่ทั้งนี้จะต้องมีปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย 
ขอย้ำว่าการอ่าน ฎีกาไม่ใช่เป็นการท่องจำฎีกา แต่ต้องอ่านฎีกาด้วยความเข้าใจไม่ใช่ท่องว่าเป็นฎีกาตัดโซ่เรือ ฎีกาตามกระบือ ซึ่งเดี๋ยวผมจะหยิบยกฎีกาต่างๆ เหล่านี้มาให้ท่านดู และสังเกตว่าศาลฎีกาวินิจฉัยในเรื่องนั้นๆ ด้วยเหตุผลประการใด 
กล่าวโดยสรุป การอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการศึกษาวิธีใช้กฎหมาย เพื่อให้เกิดแนวคิด ไม่ใช่เพียงแค่ท่องจำเหมือนนกแก้ว นกขุนทอง มิฉะนั้นแล้วจะไม่มีการพัฒนาการใช้กฎหมายให้เหมาะสมกับกาลสมัยและเกิดความยุติธรรม

• ข้อสังเกตประการที่สี่ เรื่องการดูหนังสือ 
ผมอยากจะเสนอแนะว่าการดูหนังสือนั้นควรจะมีการจัดระบบการดูให้เป็นที่แน่นอน แบ่งเวลาให้ชัดเจน ไม่ใช่มาดูหนังสือตะลุมบอนเอาตอนใกล้สอบ และถ้าดูหนังสือไม่ทันจริงๆ ต้องดูตัวบทเป็นหลักเพราะอย่างน้อยเข้าห้องสอบจำตัวบทได้แม่นก็ถือว่ามีอาวุธอยู่ในมือ

• ข้อสังเกตประการที่ห้า ก็คือ จะต้องเอาข้อสอบเก่าๆ มาดูเพื่อจะได้ศึกษาถึงแนวทางในการออกข้อสอบ ก็พอสรุปได้ว่าข้อสอบเนติฯ นั้นไม่มีออก ประเด็นเดียวต้องมีอย่างน้อยสองหรือมีประเด็น บางประเด็นเป็นคำถามที่สั้นและง่ายแต่เมื่อท่านลืมตอบบางประเด็นไป ขอให้ท่านคิดว่าข้อสอบ ๑๐ ข้อถ้าท่านทำได้ข้อที่ถูกข้อละ ๗ คะแนน ๗ ข้อได้ ๔๙ คะแนน แต่ข้อผิดได้ ๐ ท่านยังสอบตกอยู่

• ข้อสังเกตประการที่หก ก็คือ ก่อนวันสอบควรจะทำใจให้ร่าเริงแจ่มใสควรจะต้องรักษาสุขภาพให้ดี ในวันที่มาสอบนั้นไม่ควรจะพบใครเลยควรจะหามุมสงบเพื่อทบทวนตัวบทเท่าที่พึงกระทำได้ เพราะบางทีการไปพบเพื่อน เพื่อนถามโน่นถามนี่หรือคุยบางเรื่องซึ่งท่านไม่รู้เรื่องเลย ก็จะก่อให้เกิดขวัญเสีย เมื่อขวัญเสียการรบก็มีทางแต่จะพ่ายแพ้ และที่สำคัญไม่ควรกินยาบำรุงต่างๆ จนเกินขนาด เพราะเวลาเข้าห้องสอบอาจจะส่งผลเสียเกิดอาการเบลอ

• ข้อสังเกตประการที่เจ็ด เมื่อท่านเข้าไปในห้องสอบขอให้จำไว้ว่าข้อสอบนั้นสามารถตอบสั้นหรือยาวก็ได้ แต่ไม่ควรตอบแบบปรนัย ต้องทำจิตใจให้มั่นคงอย่างพึ่งเปิดข้อสอบ เมื่อรู้ว่าจิตใจดีแล้วจึงค่อยเปิดคำถาม แล้วก็ค่อยๆ อ่านถ้ารู้ว่าท่านเก่งเรื่องไหนก็หาข้อสอบส่วนที่ถนัดทำก่อน แต่ถ้าถนัดแล้วยังทำไม่ได้ ก็สุดแท้แต่กรรม ความรู้สึกครั้งแรกมักจะเป็นความรู้สึกที่ถูกเสมอ ท่านควรจะเขียนสรุปไว้สั้นๆ ในแต่ละคำถามว่ามีประเด็นอะไรบ้าง เพื่อเวลามาถึงตรงจุดนั้นท่านจะตอบได้อย่างครบถ้วน และไม่ควรรีบออกจากห้องสอบในขณะที่เวลายังเหลืออยู่ ควรจะตรวจดูว่าทำครบทุกข้อหรือไม่ ถ้าข้อใดตอบไม่ชัดเจน ถ้ามีเวลา ท่านอาจจะเขียนตอบใหม่ทำให้ได้คะแนนดียิ่งขึ้น

• ข้อสังเกตประการที่แปด การเขียนตอบชัดเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากเพราะว่าถ้าท่านได้คะแนนในแต่ละข้อ เช่นได้ข้อละ ๙ คะแนนท่านทำเพียง ๖ ข้อ ก็สอบได้แล้ว วิธีการเขียนตอบนั้นมีหลายวิธีแต่ความสำคัญท่านควรจะตอบตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เอาท้ายมาไว้หัว เอาหัวไปไว้ท้าย ซึ่งทำให้ผู้ให้คะแนนเกิดการสับสน การตอบของท่านอาจจะฟันธงไปเลยหรืออาจจะใช้วิธีการเขียนอ้อมไปมาเหมือนกับท่านหลงคำถามแต่ในที่สุดท่านตวัดกลับตรงประเด็นตรงใจผู้ถามเช่นนี้ก็อาจจะได้คะแนนมาก ก็ย่อมสุดแล้วแต่ผู้ตรวจ แต่สำคัญที่สุดก็คือต้องอ่านแล้วทำให้ผู้ตรวจเข้าใจว่าท่านตอบว่าอะไร จากประสบการณ์ของผม ผมรู้สึกว่านักศึกษาเป็นจำนวนมากยังเขียนตอบข้อสอบไม่ค่อยเป็น ในใจของท่านนั้นอาจจะตอบได้เป็นฉากๆ แต่เวลาเขียนเข้าจริงๆ พัวพันยุ่งเหยิง ตอบข้อสอบนั้นไม่ใช่ว่า ข้อไหนทำได้ท่านก็เขียนยาวเหมือนอย่างกับทำวิทยานิพนธ์ แต่ข้อไหนท่านทำไม่ได้ท่านตอบแค่เพียงสามสี่บรรทัดหวังคะแนนเห็นใจ ในเรื่องนี้คงยาก ข้อสำคัญที่สุด ท่านจะต้องไม่สับสนเกี่ยวกับตัวตุ๊กตาเพราะผมเคยประสบมาด้วยตนเองแล้วทำไปทำมากลายเป็นว่าคนตายรับมรดกคนเป็น เพราะข้อสอบเนติบัณฑิตก็ดี ข้อสอบอัยการหรือผู้พิพากษาก็ดีมักจะมีตัวละครหลายคน เพื่อป้องกันความสับสนควรจะเขียนโน้ตตัวเล็กๆ เอาไว้ว่าใครกันแน่คือผู้เสียหายใครกันแน่คือตัวประกอบ

• ข้อสังเกตประการที่เก้าหรือประการสุดท้าย เมื่อสอบในวันแรกเสร็จขอแนะนำว่าท่านไม่ควรลงมาวิสัชนาอยู่กับเพื่อนๆ ที่ทำเสร็จก่อนและยืนอยู่ข้างล่างเพราะจะมีมหาบัณฑิตอยู่มากมายที่จะเฉลยคำตอบ ซึ่งในตอนหรือเวลานั้นไม่ว่าท่านจะตอบผิดหรือตอบถูกท่านไม่มีทางที่จะแก้ไขได้แล้ว ท่านควรจะสำนึกว่าท่านยังมีพรุ่งนี้อีกวันหนึ่งที่ท่านจะต้องต่อสู้ เมื่อการสอบวันสุดท้ายผ่านไปแล้วท่านจะลงมาถกเถียงกันข้างล่าง จะไม่กลับบ้านนั่นเป็นสิทธิโดยชอบธรรมถ้าท่านทำไม่ได้รู้สึกเศร้าสร้อยใจ ก็ให้คิดเสียว่าวันหน้ายังมีอีก
------------------------------------------------
บรรณานุกรม 
เนติบัณฑิตยสภา. รวมคำบรรยายเนติบัณฑิต รุ่นที่ ๕๕ เล่ม ๑ หน้า ๑ , ๒๕๔๕





คำแนะนำนักศึกษาเนติบัณฑิต โดย อาจารย์ หม่อมหลวง ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 2755 ครั้ง
ลงวันที่ 16/12/2014 21:01:28





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน

ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ

Username :

Password :

เลือกประเภท:

 



[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ลงทะเบียนใช้งานในระบบ (ฟรี) ที่นี่..

เตรียมสอบเนติ ภาค2/70

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

    คำค้น :
    ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ข้อคิด คำคม วลีกฎหมาย

ข้อคิด อ.มล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ เนติบัณฑิต สมัยที่ 1/70

อ่านรายละเอียด..


กลุ่มสังคมออนไลน์

       



ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 19829 คน


ผู้ใช้งานเว็บไซต์ ล่าสุด