หัวข้อข่าวสาร : อัยการชี้ข้อกม.ขวดน้ำอัดลมระเบิดใส่น.ศ.ตาบอด หลังศาลสั่งจ่ายกว่า2ล้าน คดีตัวอย่างสินค้าไม่ปลอดภัย
หมวดหมู่ : ข่าวกฎหมาย



เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีมีข่าวจากศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ว่า มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ให้ความช่วยเหลือนายธีรเกียรติ เจริญบัณฑิตสกุล นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ทำงานพิเศษช่วงเย็นเป็นพนักงานร้านอาหารใน จ.ขอนแก่น ได้รับบาดเจ็บจากการที่ขวดแก้วที่ใช้บรรจุน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่ง เกิดระเบิดขณะกำลังหยิบขวดส่งให้ลูกค้า และเศษแก้วกระเด็นเข้าตาซ้ายทำให้เลนส์ตาซ้ายแตก จนตาบอดสนิท และคู่กรณีไม่สามารถไกล่เกลี่ยตกลงกันได้ มีการยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) และศาลพิพากษาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ให้บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ชำระเงิน1,410,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 เป็นวันเกิดเหตุเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่นายธีรเกียรติ รวมทั้งชำระค่าสูญเสียความสามารถในการประกอบอาชีพเป็นเงิน 900,000 บาท โดยให้สงวนสิทธิที่จะแก้ไข คำพิพากษาเกี่ยวกับค่าเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน ค่าเสียหายกรณีสูญเสียความสามารถในการประกอบอาชีพทั้งในปัจจุบันและอนาคตกับค่ารักษาพยาบาลในอนาคตไว้ จนกว่าการรักษาจะเสร็จสิ้น แต่ทั้งนี้ไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา

นายธนกฤตกล่าวต่อว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคที่เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 เนื่องด้วยคดีผู้บริโภคเป็นคดีที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ด้อยกว่าผู้ประกอบการ ทำให้ขาดอำนาจต่อรองและตกอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบ เจตนารมณ์ของกฎหมายจึงต้องการคุ้มครองสิทธิและเยียวยาความเสียหายของผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรม ดังจะเห็นได้จากบทบัญญัติกฎหมายในหลายๆ เรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ความรับผิดตาม พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551นั้น ใช้หลักความรับผิดโดยเคร่งครัด (Strict liability) บังคับกับผู้ประกอบการ โดยมีหลักเกณฑ์ว่า ในกรณีที่มีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ถึงแม้ผู้ประกอบการไม่จงใจ ไม่ประมาทเลินเล่อก็ต้องรับผิด โดยผู้บริโภคที่เป็นผู้เสียหายไม่ต้องพิสูจน์ถึงความจงใจหรือความประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย หากพิสูจน์หักล้างได้ว่าสินค้านั้นไม่ได้เป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัย หรือผู้เสียหายรู้อยู่แล้วว่าเป็นสินค้าไม่ปลอดภัย หรือความเสียหายเกิดขึ้นจากการที่ผู้เสียหายใช้หรือเก็บรักษาสินค้าไม่ถูกต้อง

นายธนกฤตกล่าวอีกว่า ดังนั้น ในคดีนี้ภาระการพิสูจน์ความปลอดภัยของสินค้าน้ำอัดลมในประเด็นต่างๆ เช่น มาตรฐานการผลิตขวดแก้วที่ใช้บรรจุน้ำอัดลม กระบวนการผลิตน้ำดื่มอัดลมบรรจุขวด จึงตกอยู่แก่บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการ ที่จะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าสินค้าน้ำอัดลมซึ่งรวมถึงขวดแก้วที่ใช้บรรจุน้ำอัดลมไม่ได้เป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัย หากพิสูจน์ได้ก็ไม่ต้องรับผิด แต่หากพิสูจน์ไม่ได้ก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ในคดีนี้ผู้ประกอบการไม่สามารถพิสูจน์ให้ศาลเห็นได้ว่าสินค้าน้ำอัดลมเป็นสินค้าที่ปลอดภัย จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้บริโภคที่เป็นผู้เสียหาย

นายธนกฤตกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 29 กำหนดให้การพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่อยู่ในความรู้เห็นโดยเฉพาะของคู่ความฝ่ายที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ได้แก่ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการผลิต การออกแบบ ส่วนผสมของสินค้า การให้บริการ หรือการดำเนินการใดๆ ศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวอยู่ในความรู้เห็นโดยเฉพาะของคู่ความฝ่ายที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ
ให้ภาระการพิสูจน์ในประเด็นดังกล่าวตกอยู่แก่คู่ความฝ่ายที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ทำให้ภาระการพิสูจน์เกี่ยวกับความปลอดภัยของสินค้าน้ำอัดลม ซึ่งเกี่ยวข้องกับมาตรฐานการผลิตขวดแก้วที่ใช้บรรจุน้ำอัดลม กระบวนการผลิตน้ำดื่มอัดลมบรรจุขวด เป็นประเด็นสำคัญที่จะพิสูจน์ว่าสินค้าน้ำอัดลมเป็นสินค้าที่ปลอดภัยหรือเป็นอันตราย ตกอยู่กับบริษัทเสริมสุข จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการ โดยนายธีรเกียรติ ผู้บริโภคที่เป็นผู้เสียหาย ไม่ต้องมีภาระการพิสูจน์ในประเด็นเรื่องความปลอดภัยของสินค้าน้ำอัดลมนี้ เนื่องจากข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อยู่ในความรู้เห็นโดยเฉพาะของผู้ประกอบการ

 

“สำหรับนายธีรเกียรติ ผู้บริโภคที่เป็นผู้เสียหาย มีภาระการพิสูจน์ตามพ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551 มาตรา 6 ที่กำหนดให้ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้บริโภคที่เป็นผู้เสียหายได้รับความเสียหายจากสินค้าน้ำอัดลมที่เป็นสินค้าของผู้ประกอบการและการใช้หรือการเก็บรักษาสินค้าน้ำอัดลมเป็นไปตามปกติธรรมดา ปรากฏจากทางนำสืบในคดีนี้ว่า นายธีรเกียรติได้รับอันตรายจากการระเบิดของขวดน้ำอัดลมขณะอยู่ในมือ ในขณะที่หยิบจับแบบวิญญูชนทั่วไป และสถานที่เก็บน้ำอัดลมของร้านอาหารที่นายธีรเกียรติทำงานมีหลังคาคลุมเรียบร้อย ตามพ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 11 ศาลมีอำนาจกำหนดค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายต่อจิตใจ และค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ที่ผู้ประกอบการต้องรับผิดชดใช้

“ส่วนที่ศาลกล่าวไว้ในคำพิพากษาคดีนี้ว่า ศาลสงวนสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษาดังกล่าวข้างต้น ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา ก็เป็นการใช้อำนาจของศาลตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 40 ที่บัญญัติให้อำนาจศาลที่จะกล่าวไว้ในคำพิพากษาหรือคำสั่งว่า ศาลสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง หากเป็นกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ร่างกาย สุขภาพ หรืออนามัย และในเวลาที่ศาลพิพากษาคดีเป็นการพ้นวิสัยที่จะรู้ได้แน่นอนว่าความเสียหายที่แท้จริงมีเพียงใด แต่ก่อนที่จะมีการแก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งต้องให้โอกาสคู่ความอีกฝ่ายที่จะคัดค้านด้วย”นายธนกฤตกล่าว

นายธนกฤต กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ตามพ.ร.บวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 43 หากปรากฏว่าเมื่อศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีไปแล้ว สินค้าที่ได้จำหน่ายไปแล้วหรือที่เหลืออยู่ในท้องตลาดอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ หรืออนามัยของผู้บริโภคโดยส่วนรวม และไม่อาจใช้วิธีป้องกันอย่างอื่นได้ ศาลมีอำนาจออกคำสั่งห้ามผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าที่เหลืออยู่และเรียกเก็บสินค้าที่ยังไม่ได้จำหน่ายคืนจนกว่าจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขสินค้าให้ปลอดภัย และถ้าแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ศาลมีอำนาจสั่งห้ามผลิตได้ และหากสงสัยว่าผู้ประกอบธุรกิจจะเก็บสินค้าที่เหลือไว้จำหน่ายต่อไป ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจทำลายสินค้าที่เหลือได้ บทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลดังกล่าวตามมาตรา 43 นี้ ศาลยังไม่ได้นำมาบังคับใช้กับคดีนี้ เป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากสินค้าน้ำอัดลมที่ได้จำหน่ายไปแล้วและที่เหลืออยู่ในท้องตลาดว่ามีหรือไม่ รวมทั้งความเหมาะสมและความจำเป็นของการนำเอามาตรการตามมาตรา 43 นี้มาบังคับใช้

“คดีนี้เป็นคดีที่น่าสนใจเพราะถึงแม้พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551 และพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 จะบังคับใช้มาเป็นเวลาร่วม 10 ปี แล้ว แต่ไม่ปรากฏบ่อยนักที่จะมีคดีพิพาทระหว่างผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายใหญ่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลในประเด็นเรื่องความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และถือเป็นตัวอย่างของคดีที่สำคัญซึ่งผู้บริโภคต่อสู้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลเพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิของตนเอง”อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าว

 

อ้างอิง : https://www.matichon.co.th/news/572669





อัยการชี้ข้อกม.ขวดน้ำอัดลมระเบิดใส่น.ศ.ตาบอด หลังศาลสั่งจ่ายกว่า2ล้าน คดีตัวอย่างสินค้าไม่ปลอดภัย | ข่าวกฎหมาย อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 284 ครั้ง
ลงวันที่ 02/06/2017 18:37:12




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน

ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ

Username :

Password :

เลือกประเภท:

 



[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ คลิก!]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ลงทะเบียนใช้งานในระบบ (ฟรี) ที่นี่..

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

    คำค้น :
    ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ข้อคิด คำคม วลีกฎหมาย

ข้อคิด อ.มล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ เนติบัณฑิต สมัยที่ 1/70

อ่านรายละเอียด..


กลุ่มสังคมออนไลน์

       



ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 20007 คน


ผู้ใช้งานเว็บไซต์ ล่าสุด