พยานหลักฐานในคดีอาญา เก็งเนติ 2/668 , เตรียมสอบตั๋วทนาย เนติบัณฑิต อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา | กระดานสนทนากฎหมาย - Lawyer Webboard ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
พยานหลักฐานในคดีอาญา เก็งเนติ 2/668
หมวดหมู่กระดานสนทนา : เตรียมสอบตั๋วทนาย เนติบัณฑิต อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา



ตั้งกระทู้โดย :ซีเค เมื่อวันที่ : 24/03/2016 00:01:10 เข้าชม : 1187 ครั้ง

พยานหลักฐานในคดีอาญา ; ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนก่อนมีการแจ้งข้อหาเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยไม่ชอบธรรม เป็นพยานที่เกิดขึ้นโดยไม่ชอบ ต้องห้ามรับฟัง
ฎีกาที่ 4765/2558 วางหลักว่า บันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเป็น "พยานบอกเล่า" อย่างหนึ่ง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 226/3 ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธต่อศาลและไม่มีข้อเท็จจริงแวดล้อมน่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ลำพัง รับฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ ยิ่งบันทึกคำให้การของผู้ให้ถ้อยคำ ซึ่งจำเลยให้การปรักปรำตนเองโดยเจ้าพนักงานตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหาทำให้จำเลยไม่มีโอกาสต่อสู้เพื่อความบริสุทธิ์ของตนจึงเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยเจ้าพนักงานตำรวจยังไม่ได้ปฏิบัติตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134 นอกจากจะเป็นพยานบอกเล่าแล้ว ยังไม่ชอบธรรมที่จะรับฟังเป็นผลร้ายแก่จำเลย ย่อมไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานตาม ป.วิ.อ. มาตรา 226
หมายเหตุ องค์ประกอบของพยานบอกเล่ามี 3 ประการ ได้แก่
(1) ข้อความหรือถ้อยคำที่มีผู้เล่าหรือทำบันทึกไว้นอกศาล
(2) คู่ความนำสืบข้อความหรือถ้อยคำดังกล่าวต่อศาลโดยไม่ได้ตัวประจักษ์พยานมาเบิกความ
(3) การนำสืบข้อความหรือถ้อยคำดังกล่าวไม่ได้นำสืบเพียงว่ามีการบอกเล่าหรือทำบันทึกข้อมูลนั้นไว้เท่านั้น แต่จะต้องเอาข้อมูลมาใช้ในการพิสูจน์ว่าเนื้อหาของข้อความหรือถ้อยคำเหล่านั้นเป็นความจริง
ดังนั้น พยานบอกเล่า จึงหมายถึง การที่พยานหลักฐานนั้นนำคำบอกเล่าของบุคคลอื่นมาเสนอต่อศาลเพื่อพิสูจน์ความจริงแห่งข้อความนั้น หากบุคคลใดมาเบิกความต่อศาลในเรื่องที่ตนประสบพบเห็นเหตุการณ์โดยตรงและตอบคำถามของทุกฝ่ายในศาลในเรื่องที่เป็นถ้อยคำของตนที่เคยให้ไว้ จึงไม่ใช่พยานบอกเล่า โดย. พยานบอกเล่าไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปของ "พยานบุคคล" เท่านั้น อาจอยู่ในรูปของพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ หรือพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ทั้งสิ้น เช่น
ฎีกาที่ 9065/2556 โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายและ ส มาเป็นพยานต่อศาล คงมีเพียงบันทึกคำให้การของบุคคลดังกล่าวในชั้นสอบสวนและแถบบันทึกภาพการสอบสวนพยานทั้งสอง (VCD) โดยโจทก์แถลงในวันนัดสืบพยานโจทก์ลอยๆ ว่าผู้เสียหายและ ส ได้รับหมายเรียกแล้ว ไม่มาศาลและไม่สามารถจับกุมตัวมาเบิกความได้ ดังนั้น การที่โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายและ ส มาเบิกความ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง อันจะรับฟังภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหายและ ส ในชั้นสอบสวนเสมือนหนึ่งเป็นคำเบิกความของผู้เสียหายและ ส ในชั้นพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 172 ตรี วรรคท้าย คงรับฟังได้ในฐานะพยานบอกเล่าเท่านั้น

เก็บมาฝาก




แจ้งให้ทราบ : กระดานสนทนา (Webboard) สมาชิกทุกคนใช้เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ผู้ใช้งานเป็นผู้นำเสนอข้อมูลและตอบข้อซักถาม ,ร่วมกันแบ่งปันข้อมูล ความรู้ ตอบข้อซักถาม ทางเว็บไซต์ลอว์สยาม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการโพสตั้งกระทู้-แสดงความเห็นต่างๆ ดังข้อความที่ปรากฎข้างต้น. หากท่านใดมีปัญหาในการใช้งาน สามารถติดต่อทีมงาน ที่ support@lawsiam.com




ตอบกระทู้ ร่วมแสดงความเห็น

<< แรกสุด < ย้อนกลับ ต่อไป > ท้ายสุด >>

 




แสดงความคิดเห็น
รายละเอียด:
ผู้แสดงความเห็น :
E-mail:
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
 


คลิกที่รูป เพื่อแทรกรูปลงในข้อความ

 
  
สงวนสิทธิ์การตอบกระทู้ สำหรับสมาชิกที่ ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ (Login) แล้วเท่านั้น.
การ Spam เว็บไซต์ มีความผิดตามกฎหมาย ระบบของเราได้บันทึก IP ของท่านทุกครั้งเมื่อมีการใช้งาน

ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ

Username :

Password :

เลือกประเภท:

 



[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ลงทะเบียนใช้งานในระบบ (ฟรี) ที่นี่..

เตรียมสอบเนติ ภาค2/70

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

    คำค้น :
    ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ข้อคิด คำคม วลีกฎหมาย

ข้อคิด อ.มล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ เนติบัณฑิต สมัยที่ 1/70

อ่านรายละเอียด..


กลุ่มสังคมออนไลน์

       



ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 19339 คน


ผู้ใช้งานเว็บไซต์ ล่าสุด