ลอว์สยาม ดอทคอม เตรียมสอบ 3 สนาม




ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มกฎหมายแพ่ง >> สรุปย่อ สกัดหลัก-ฎีกาเด่น 5 ดาว ละเมิด

ชื่อไฟล์ : ฎีกาห้องบรรยายเนติ ละเมิด อ.ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ (ภาคปกติ) 9 ก.ค 61 สัปดาห์ที่ 8 สมัยที่71
หมวด : สรุปย่อ สกัดหลัก-ฎีกาเด่น 5 ดาว ละเมิด
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) 5,6,14,15,17,18 กลุ่มรวม (ใช้งานทั้งหมด) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


กลุ่มเตรียมสอบ 3 สนาม (กฎหมายแพ่ง และ กฎหมายพิเศษ อื่นๆ)

รายละเอียด

ฎีกาห้องบรรยายเนติ ละเมิด อ.ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ (ภาคปกติ)  9 ก.ค 61 สัปดาห์ที่ 8 สมัยที่71

.............................. 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1627/2544 รถแท็กซี่คันเกิดเหตุมีชื่อจำเลยที่ 2 และหมายเลขโทรศัพท์ของจำเลยที่ 2 ปรากฏอยู่ข้างรถ การที่จำเลยที่ 1 นำรถคันดังกล่าวออกมาขับรับผู้โดยสาร ย่อมเป็นการแสดงออกต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริตว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 2เจ้าของรถในการรับจ้างบรรทุกผู้โดยสาร จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งละเมิดที่เกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 427,821

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5896/2558 สัญญาเช่าข้อ 7 ระบุว่า สมาชิกต้องไม่นำรถยนต์ไปให้ผู้อื่นขับขี่เป็นอันขาด แสดงว่าจำเลยที่ 2 ทราบแต่แรกว่าไม่สามารถนำรถของตนให้ผู้อื่นหรือจำเลยที่ 1 เช่า สัญญาดังกล่าวนี้จึงเป็นการทำขึ้นเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการนำรถออกรับจ้างเท่านั้น เมื่อจำเลยร่วมที่ 2 กับจำเลยที่ 2 ทำสัญญายอมผูกพันให้จำเลยร่วมที่ 2 ใช้รอยตราหรือเครื่องหมายและคำว่า "สหกรณ์แท็กซี่รวมมิตร จก" ไว้ที่ด้านข้างของรถแท็กซี่เพื่อออกแล่นรับผู้โดยสารในนามของจำเลยที่ 2 โดยเปิดเผย จำเลยร่วมที่ 2 เป็นสมาชิกของจำเลยที่ 2 การนำรถแท็กซี่เข้าร่วมเป็นกิจการและตรงตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงได้ผลประโยชน์จากการที่จำเลยที่ 1 ขับรถแท็กซี่ที่มีตราของจำเลยที่ 2 ออกแล่นรับจ้าง จำเลยร่วมที่ 2 เจ้าของรถย่อมต้องได้รับผลประโยชน์ร่วมกับจำเลยที่ 2 ได้เชิดให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทน จำเลยร่วมที่ 2 และจำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 ด้วยเช่นกัน

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2347/2532 แม้จำเลยไม่ส่งสำเนาเอกสารที่อ้างเป็นพยานแก่โจทก์ก่อนวันสืบพยาน เป็นการฝ่าฝืนต่อ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 90 แต่ ถ้า ศาลเห็นว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมทั้งไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบในการต่อสู้คดี ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจ รับฟังเอกสารดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2) ส่วนภาพถ่ายไม่เป็นพยานเอกสาร จำเลยไม่จำต้องส่งสำเนาให้แก่โจทก์ก่อนวันสืบพยาน โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยเพื่อให้ศาลปฏิเสธไม่ยอมรับคำร้องดังกล่าว ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งรับหรือปฏิเสธไม่ยอมรับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยคำแถลงดังกล่าวไม่ใช่คำร้องโต้แย้งคำสั่ง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลย ซึ่ง เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อโจทก์ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งนั้นไว้โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว การที่จำเลยเชื่อ โดยสุจริตว่า ที่พิพาทเป็นทางสาธารณะ และเมื่อโจทก์มีชื่อ ใน น.ส. 3 ด้วย จำเลยจึงได้ มีคำสั่งให้โจทก์ออกจากทางสาธารณประโยชน์และนำประกาศคำสั่งไปปิดประกาศในที่ที่พิพาทและที่อื่น ๆ เพื่อให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากทางสาธารณประโยชน์ จึงไม่เป็นละเมิด.

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 831/2532 จำเลยที่ 1 ใช้ มือซ้ายกระชากคอเสื้อผู้เสียหาย แล้วใช้ มือขวากระชากสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง ของผู้เสียหายขาดออกจากกัน และเอาสร้อยคอกับพระเลี่ยมทองคำซึ่ง แขวนอยู่ 1 องค์ไป เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันในทันใดเพื่อประสงค์จะเอาสร้อยคอของผู้เสียหายเป็นสำคัญ และเป็นเพียงวิธีการเอาทรัพย์ของผู้เสียหายเท่านั้นมิใช่เป็นการใช้ กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายอันจะเป็นความผิดฐาน ชิงทรัพย์ แต่ เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ใช้ กิริยาฉกฉวย เอาสร้อยคอและพระเลี่ยมทองคำของผู้เสียหายไปซึ่งหน้าอันเป็นความผิดฐาน วิ่งราวทรัพย์ เมื่อโจทก์มิได้บรรยายองค์ประกอบความผิดฐาน นี้มาและคำขอท้ายฟ้องก็มิได้ขอให้ลงโทษฐาน วิ่งราวทรัพย์ จึงเป็นเรื่องทีโจทก์มิได้ประสงค์ให้ลงโทษในความผิดฐาน วิ่งราวทรัพย์ คงลงโทษจำเลยได้ เฉพาะ ฐาน ลักทรัพย์เท่านั้น

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2977/2523 ในทางแพ่ง เมื่อโจทก์ฟ้องได้บรรยายข้อเท็จจริงมาชัดแจ้งแล้ว ศาลมีหน้าที่ยกตัวบทกฎหมายขึ้นปรับแก่คดีเอง คดีนี้โจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงให้เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 สั่งให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นทหารรับใช้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุไปรับบุตรจำเลยที่ 2 มาจากโรงเรียน ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการ และจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของ จำเลยที่ 2 ในกิจการนั้นโดยปริยายส่วนที่มีข้อความว่ากระทำไปใน ฐานะลูกจ้างกระทำไปในทางการที่จ้างด้วยนั้น ก็เป็นเพียงเหตุที่ยกขึ้น อ้างเปรียบเทียบเท่านั้นจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการจึงต้องรับผิดร่วมกับ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวแทน ในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำไปนั้นตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 427 ประกอบด้วย มาตรา 820 ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้อง

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2516 การที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพลาธิการกองพลทหารม้า สั่งให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพลขับและสังกัดอยู่ในกองพลเดียวกัน ขับรถยนต์ของทางราชการกองพลทหารม้าไปขนปูนซิเมนต์ให้วัดซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการวัดอยู่ด้วย กิจการดังกล่าวมิใช่ราชการของกองทัพบกจำเลยที่ 3 ทั้งมิได้เกี่ยวกับตัวจำเลยที่ 1 แต่ประการใด ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่2 เป็นตัวการ และจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ในกิจการนี้โดยปริยาย เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์กลับกองพลทหารม้าได้ชนรถยนต์โจทก์เสียหาย ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ทำละเมิดภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทนจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นตัวการย่อมต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวแทนในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำไปนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 427 ประกอบด้วยมาตรา 820 (วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 32/2515)
แม้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 จะเป็นข้าราชการทหารสังกัดอยู่ในกองพลทหารม้าซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาของกองทัพบกจำเลยที่ 3 ก็ตาม แต่การขนปูนซิเมนต์ดังกล่าวข้างต้นเป็นเรื่องส่วนตัวของจำเลยที่ 2 มิได้เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการของจำเลยที่ 3 แต่อย่างไร การใช้รถยนต์ของทางราชการก็ดี การเติมน้ำมันของทางราชการก็ดี หาทำให้กิจการส่วนตัวจำเลยที่ 2 กลายเป็นงานราชการของจำเลยที่ 3 ไปไม่ จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 1 ก่อขึ้นแก่โจทก์
ในเรื่องค่าเสื่อมราคารถยนต์ของโจทก์ซึ่งเป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้นั้น แม้จำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์ฎีกาก็ตาม เมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรลดจำนวนค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ผู้ฎีกา ศาลฎีกาอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 245(1),247 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พิพากษาให้จำเลยที่ 1รับผิดเท่ากับจำเลยที่ 2 ได้

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1980/2505 การใช้หรือวานบุคคลที่มิใช่ลูกจ้างให้ขับรถยนต์ไปในธุรกิจของผู้ใช้เอง โดยผู้ถูกใช้เป็นผู้ที่ขับรถยนต์ได้และเคยขับให้ผู้ใช้มาก่อนแล้วนั้น หากผู้ถูกใช้ขับรถยนต์ไปชนบุคคลอื่นอันเป็นการละเมิดขึ้น ผู้ใช้หาจำต้องร่วมรับผิดด้วยไม่ เพราะมิได้ประมาทเลินเล่อในการใช้หรือวาน
การรับใช้หรือรับวานขับรถยนต์ให้นั้น ไม่ใช่เป็นตัวแทนเพราะมิใช่เป็นกิจการที่ทำแทนตัวการต่อบุคคลที่สามแต่เป็นกิจการระหว่างผู้ใช้กับผู้รับใช้ ไม่ได้เกี่ยวกับบุคคลที่สามเลย

 

 คำพิพากษาฎีกาที่ 5106/2560 (ฎีกาใหม่*) จำเลยที่ 3 ประกอบกิจการรับจ้างขนส่งกระเบื้องโดยให้เจ้าของรถนำรถเข้ามาร่วมรับขนส่งกระเบื้องกับจำเลยที่ 3 โดยจำเลยที่ 3 จะรับงานจากบริษัทที่ประสงค์จะขนส่งสินค้าเมื่อได้รับงานแล้ว พนักงานของจำเลยที่ 3 จะโทรศัพท์ไปแจ้งเจ้าของรถบรรทุกให้ไปรับสินค้าจากบริษัทที่จะขนส่งสินค้าโดยเจ้าของรถบรรทุกจะรับค่าจ้างจากจำเลยที่ 3 การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งนำรถกระบะคันเกิดเหตุเข้าร่วมรับขนส่งกระเบื้องกับจำเลยที่ 3 จะขับรถกระบะไปส่งกระเบื้องในกิจการของจำเลยที่ 3 ที่ไหนและเมื่อใด จำเลยที่ 3 จะเป็นผู้กำหนดและใช้ให้จำเลยที่ 1 กระทำตามนั้น จำเลยที่ 3 ได้ผลประโยชน์จากการดำเนินการให้จำเลยที่ 1 ขับรถกระบะไปส่งกระเบื้องด้วย  ดังนั้นแม้สัญญาว่าจ้างขนส่งกระเบื้องจะระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตามสัญญามีลักษณะเป็นการจ้างทำของก็ตาม  แต่เมื่อรถบรรทุกที่เข้าร่วมรับขนส่งสินค้ากับจำเลยที่ 3 ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับในการนำรถเข้าร่วมขนส่งกระเบื้อง  พฤติการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ก็ยังอยู่ในอำนาจสั่งการหรือควบคุมดูแลของจำเลยที่ 3 สัญญาว่าจ้างขนส่งกระเบื้องดังกล่าวจึงไม่ใช่กรณีที่จำเลยที่ 1 รับเอาการงานของเจ้าเลยที่ 3 ไปทำโดยเด็ดขาดและโดยอิสระ ดังนั้นในส่วนที่จำเลยที่ 1 ทำแทนนั้น ย่อมถือว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3 เข้าลักษณะเป็นสัญญาตัวแทนด้วย  สัญญาดังกล่าวจึงมีทั้งสัญญาจ้างทำของและสัญญาตัวแทนรวมอยู่ในสัญญาฉบับเดียวกัน  จำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิดในการทำละเมิดของจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 427

 

           สรุป สัญญาจ้างทำของและสัญญาตัวแทน สามารถรวมอยู่ในสัญญาเดียวกันได้ ดังนั้นแม้สัญญาจ้างขนส่งกระเบื้องจะระบุความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 3 ว่าเป็นสัญญาจ้างทำของ แต่เมื่อรถบรรทุกที่เข้าร่วมรับขนส่งสินค้ากับจำเลยที่ 3 ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับในการนำรถเข้าร่วมขนส่งกระเบื้อง  จำเลยที่ 1 จึงไม่ได้รับเอาการงานของจำเลยที่ 3 ไปทำโดยเด็ดขาดและอิสระ จำเลยที่ 1 จึงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3 ด้วย เมื่อขับรถไปทำละเมิดผู้อื่น จำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิดตามมาตรา 427

อ่านต่อ...


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนเข้าชม/ดาวน์โหลด : 161 ครั้ง

 

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  








 
 
 
 
 
ฎีกาห้องบรรยายเนติ ละเมิด อ.ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ (ภาคปกติ) 9 ก.ค 61 สัปดาห์ที่ 8 สมัยที่71 | สกัดหลัก ฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ (เอกสารเตรียมสอบ 3 สนาม) ที่ LawSiam.com :- ฎีกาห้องบรรยายเนติ ละเมิด อ.ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ (ภาคปกติ) 9 ก.ค 61 สัปดาห์ที่ 8 สมัยที่71 , เตรียมสอบเนติบัณฑิต ฎีกาห้องบรรยายเนติ ละเมิด อ.ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ (ภาคปกติ) 9 ก.ค 61 สัปดาห์ที่ 8 สมัยที่71 , เตรียมสอบอัยการผู้ช่วย ฎีกาห้องบรรยายเนติ ละเมิด อ.ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ (ภาคปกติ) 9 ก.ค 61 สัปดาห์ที่ 8 สมัยที่71 , เตรียมสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ฎีกาห้องบรรยายเนติ ละเมิด อ.ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ (ภาคปกติ) 9 ก.ค 61 สัปดาห์ที่ 8 สมัยที่71 อัพเดท

คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบเนติฯ กลุ่มที่ 2, 6 และเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 1,3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ support@lawsiam.com


ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุน ข้อมูลเตรียมสอบ คลิก!]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง อัพเดท

เตรียมสอบเนติ วิอาญา อัพเดท

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 21496 คน