ฎีกาเด่น ห้อบรรยายเนติฯ* กฎหมายล้มละลาย อ.ชีพ 8 มค 62 สัปดาห์ที่ 8 เนติ สมัยที่ 71 | สกัดหลัก-คำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ (เอกสารเตรียมสอบ 3 สนาม) ที่ LawSiam.com :- อัพเดท
ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่ม วิ.แพ่ง >> รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* กฎหมายล้มละลาย (มาตรา 1 ถึง 90, 91 ถึง 180)

ชื่อไฟล์ : ฎีกาเด่น ห้อบรรยายเนติฯ* กฎหมายล้มละลาย อ.ชีพ 8 มค 62 สัปดาห์ที่ 8 เนติ สมัยที่ 71
หมวด : รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* กฎหมายล้มละลาย (มาตรา 1 ถึง 90, 91 ถึง 180)
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) กลุ่มที่ 11, 12, 14 ,16 ,17 ,18 กลุ่มรวม (ใช้งานทั้งหมด) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


กลุ่มเตรียมสอบ 3 สนาม (กฎหมายวิ.แพ่ง และ กฎหมายพิเศษ อื่นๆ)

รายละเอียดเบื้องต้น

ฎีกาเด่น ห้อบรรยายเนติฯ* กฎหมายล้มละลาย อ.ชีพ สมัยที่ 71

วันที่ 8 มกราคม 2562 สัปดาห์ที่ 8 

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3345/2559
โจทก์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
ผู้คัดค้าน นายธนวรรธ โพธิรัตนังกูร
จำเลย บริษัทไทยแมล่อนโปลีเอสเตอร์ จำกัด (มหาชน) กับพวก
ป.พ.พ. โมฆะกรรม การใช้กรรมสิทธิ์ ครอบครองปรปักษ์ มาตรา 150, 1336,1382
พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 (3), 79 วรรคหนึ่ง, 81/1,109

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ล้มละลาย เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2543 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2544 และพิพากษาให้ล้มละลายวันที่ 15 กรกฎาคม 2545 และจำเลยที่ 2 ได้รับการปลดจากล้มละลายเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2550
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2546 จำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 100095 จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 9 ไร่ 25 ตารางวา  ให้แก่ผู้คัดค้าน โดยเสน่หา เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 ประกอบมาตรา 24 ที่ห้ามมิให้ลูกหนี้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตน โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว มีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้ การทำนิติกรรมดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนรายการสารบัญจดทะเบียนการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 100095 จังหวัดปทุมธานี ระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้าน หากผู้คัดค้านไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำสั่งศาลแทนการแสดงเจตนา
ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องเพิกถอนรายการจดทะเบียนนิติกรรมเนื่องจากขาดอายุความ และผู้คัดค้านได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แล้ว ขอให้ยกคำร้อง
ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านเพิกถอนรายการจดทะเบียนการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 100095 จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2546 หาก ไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำสั่งศาลแทนการแสดงเจตนา ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ
ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์ฟ้อง
จำเลยทั้งสองให้ล้มละลาย เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2543 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด วันที่ 28 มิถุนายน 2544  มีคำพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2545 และจำเลยที่ 2 ได้รับการปลดจากล้มละลายเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2545 แต่เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2546 จำเลยที่ 2จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 10095 จังหวัดปทุมธานี ให้แก่ผู้คัดค้าน ที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า ที่ดินพิพาทตามคำร้องเป็นของนางสุภา  ที่ต้องการยกให้แก่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นหลาน แต่ขณะนั้นผู้คัดค้านยังไม่บรรลุนิติภาวะ จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้รับโอนและถือกรรมสิทธิ์แทนผู้คัดค้านเท่านั้น ภายหลังจำเลยที่ 2 จึงโอนที่ดินให้แก่ผู้คัดค้านตามความประสงค์ของนางสุภา การกระทำของจำเลยที่ 2จึงมิได้เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติล้มละลาย  พ.ศ. 2483 มาตรา 22, 24 ที่ผู้ร้องจะขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนการโอนได้เนื่องจากที่ดินไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 แต่แรกแล้วนั้น เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อที่ผู้คัดค้านไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล้มละลายกลาง จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 (เดิม) ประกอบพระราชบัญญัติจัดศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 28 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อแรกว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ได้รับการปลดจากการล้มละลายแล้ว ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอเพิกถอนรายการจดทะเบียนนิติกรรมที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านหรือไม่ เห็นว่าแม้จำเลยที่ 2 จะได้รับการปลดจากล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 81/1 แล้วก็ตาม แต่คำสั่งปลดจำเลยที่ 2 จากล้มละลายดังกล่าวมีผลเพียงให้จำเลยที่ 2 หลุดพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลาย มีอำนาจในการจัดทรัพย์สินหรือกิจการของตนซึ่งได้มานับแต่วันที่ได้รับการปลดจาก ล้มละลายแล้วเท่านั้น ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังคงมีอำนาจในการจัดการและรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทรัพย์สินอันอาจแบ่งได้ในคดีล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 109 ทั้งจำเลยที่ 2 ซึ่งได้รับการปลดจากล้มละลายยังมีหน้าที่ช่วยในการจำหน่ายและแบ่งทรัพย์สินของตนซึ่งตกอยู่กับผู้ร้องตามที่ผู้ร้องต้องการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 79 วรรคหนึ่ง ดังนั้น เมื่อที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่จำเลยที่ 2 มีอยู่ในเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลาย ผู้ร้องจึงมีอำนาจในการจัดการและรวบรวมเพื่อแบ่งแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย และมีอำนาจยื่นคำร้องขอเพิกถอนรายการจดทะเบียนนิติกรรมที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับผู้คัดค้านได้ อุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
ส่วนปัญหาที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ในข้อต่อไปว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ไม่มีบทบัญญัติใดให้อำนาจผู้ร้องดำเนินการยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลได้นั้นเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 (3) บัญญัติว่าเมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ 
การที่ผู้ร้องดำเนินการเพื่อติดตามที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์สินให้กลับมาเป็นชื่อของจำเลยที่ 2ตามคำร้องจึงเป็นการจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยที่ 2  ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลได้ ส่วนที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องจะต้องร้องต่อศาลแพ่งมิใช่ศาลล้มละลายกลางนั้น เป็นเรื่องที่ผู้คัดค้านมิได้โต้แย้งปัญหานี้ในศาลล้มละลายกลางและเมื่อศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ผู้ร้องจึงไม่อาจโต้แย้งคำสั่งเรื่องอำนาจของศาลล้มละลายกลางได้ตามพระราชบัญญัติจัดศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคสอง อุทธรณ์ข้อนี้ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น
คดีมีปัญหาข้อต่อไปตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่า คำร้องขอเพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทขาดอายุความแล้วหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 2 ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดวันที่ 28 มิถุนายน 2544 และปลดจากล้มละลายเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2555 ระหว่างนั้นอำนาจในการจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ตกอยู่แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย
พ.ศ. 2483 มาตรา 22 และห้ามจำเลยที่ 2 กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 24 การที่จำเลยที่ 2 โอนที่ดินให้แก่ผู้คัดค้านในระหว่างจำเลยที่ 2 ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ย่อมเป็นการต้องห้ามโดยชัดแจ้งตามกฎหมาย จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ผู้ร้องชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดินระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้คัดค้านได้ โดยกรณีดังกล่าวจำเลยที่ 2 จึงยังคงเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินอยู่ดังเดิม การที่ผู้ร้องร้องขอให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านต่อศาลเป็นการใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์สินของเจ้าของคืนจากผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์.มาตรา 1336 ซึ่งไม่มีอายุความ อุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่า คำร้องของผู้ร้องขาดอายุความแล้วจึงฟังไม่ขึ้น
คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อสุดท้ายว่า ผู้คัดค้านได้กรรมสิทธิ์
ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 แล้วหรือไม่ เห็นว่า ข้อกล่าวอ้างของผู้คัดค้านว่าผู้คัดค้านได้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2546 ที่จำเลยที่ 2 ทำนิติกรรมยกที่ดินพิพาทให้ผู้คัดค้านติดต่อกันจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 10 ปี โดยผู้คัดค้านได้นำที่ดินพิพาทให้บุคคลภายนอกเช่า นั้น นอกจากจำเลยที่ 2 จะไม่ได้ให้การในชั้นสอบสวนต่อผู้ร้องเพื่อยืนยันการครอบครองที่ดินพิพาทของผู้คัดค้านดังกล่าวแล้ว ในชั้นพิจารณาก็ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านมีพยานหลักฐานใดมาสนับสนุนข้อกล่าวอ้างของตนนอกจากนายธนิน ซึ่งอ้างว่าเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้แก่ผู้คัดค้านมาตั้งแต่ปี 2538จนถึงปัจจุบัน แต่กลับไม่ได้ความว่า นายธนินเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นโดยตรงถึงการครอบครองของผู้คัดค้านและการนำที่ดินพิพาทให้บุคคลภายนอกเช่าจริงหรือไม่อย่างไร ข้อกล่าวอ้างของผู้คัดค้านจึงไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ข้อเท็จจริงยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้คัดค้านได้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ จนผู้คัดค้านได้กรรมสิทธิในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์.มาตรา 1382 อุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

(สมชาย พงษธา - ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ - กีรติ กาญจนรินทร์)

ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ - ย่อ
เอื้อน ขุนแก้ว - ตรวจ

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2558 ค้นหาไม่พบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10079/2558 ค้นหาไม่พบ


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนเข้าชม/ดาวน์โหลด : 90 ครั้ง

 

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 0 ประเด็น

บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keyword เน้นเก็ง ฯลฯ ทุกสนามจากอาจารย์ผู้สอน
รายละเอียดปรากฎ สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่ม ที่เข้าสู่ระบบ (Login).

 

  






 
 
 
 
 


คำแนะนำ
1. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบเนติฯ กลุ่มที่ 4, 6 และเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 2,3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
2. รองรับการใช้งานหลัก ผ่านคอมพิวเตอร์ (Brower : IE, Chorme, FireFox, Opera) , ระบบ แอนดรอย
3. สำหรับ Iphone/Ipad (safari ที่ติดมานั้น ไม่สามารถดาวโหลดไฟล์ ต้องใช้ App อื่นๆช่วยในการโหลด เช่น video player ,atomic web browser เป็นต้น) อ่านรายละเอียดคลิก!
4. คำแนะนำ วิธีแก้ไขปัญหา Internet Explorer (IE) ของท่านแสดงผลเว็บไซต์ผลไม่สมบูรณ์ คลิกที่นี่
5. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
6. หากประสงค์ใช้งาน หรือแนะนำ/พบปัญหา ติดต่อทีมงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้ ทาง Email ที่ support@lawsiam.com (24ชั่วโมง)
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 20 มีนาคม 2562)

ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ เตรียมสอบ คลิก!]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง อัพเดท

เตรียมสอบเนติ วิอาญา อัพเดท

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 22658 คน