ลอว์สยาม ดอทคอม เตรียมสอบ 3 สนาม





หัวข้อ : เก็บภาษีเงินดิจิทัลกันอย่างไร?
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ



เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 ก็ได้มีการประกาศใช้พรก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2561 พรก.นี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งพระราชกำหนดฉบับนี้ลงตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 135 ตอนที่ 33 ก เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2561

พรก.ฉบับนี้ได้ตราขึ้นเพื่อการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินได้พึงประเมินที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัล (digital token) หรือ การโอนคริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrecy) หรือ โทเคนดิจิทัล โดยในพรก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ซึ่งประกาศใช้พร้อมกับพรก.ฉบับนี้ได้ให้คำนิยามของสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ว่า

“คริปโทเคอร์เรนซี” หมายความว่า “หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์โดยมีความประสงค์ที่จะใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือ สิทธิอื่นใด หรือ แลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัล และ ให้หมายความรวมถึงหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด”

“คริปโทเคอร์เรนซี” ไม่ถือว่าเป็น “เงินตรา” แม้จะกฎหมายเรียกว่า “เคอร์เรนซี” ก็ตาม ซึ่งก็สอดคล้องกับวิธีปฏิบัติของนานาประเทศในโลกนี้ที่ยังไม่มีการยอมรับ “คริปโทเคอร์เรนซี” เป็นเงินตราตามกฎหมาย “คริปโทเคอร์เรนซี” จึงได้เป็นแค่ “หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” ที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า หรือแลกเปลี่ยนระหว่างกันเอง เหมือน กับบัตรคูปองในศูนย์อาหารที่ใช้ซื้ออาหารได้ในศูนย์อาหารเท่านั้น แต่เอามาใช้ซื้ออาหารข้างนอกศูนย์ไม่ได้ นอกจากนี้ “คริปโทเคอร์เรนซี” ก็ยังจะรวมถึง “หน่วยข้อมูลเล็กทรอนิกส์” อื่นใดที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกําหนดในอนาคตต่อไปด้วย

ส่วน “โทเคนดิจิทัล” หมายความว่า “หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนระบบ หรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

(1) กําหนดสิทธิของบุคคลในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจการใดๆ
(2) กําหนดสิทธิในการได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการหรือสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจง ทั้งนี้ ตามที่กําหนดในข้อตกลงระหว่างผู้ออกและผู้ถือ และให้หมายความรวมถึงหน่วยแสดงสิทธิอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดด้วย”


“โทเคนดิจิทัล” จึงเป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เช่นกัน ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อกำหนดสิทธิของบุคคลในโครงการ เช่น เราไปซื้อ token มาจากการทำ ICO จากโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์ เขาก็อาจจะกำหนดให้ผู้ถือ token มีสิทธิในการโหวตเวลาที่โครงการจะซื้ออสังหาริมทรัพย์เข้ามา หรือกำหนดไม่ได้รับเงินปันผล หรือเขาก็จะกำหนดว่า token นี้มีสิทธิ เช่น ซื้อของจากโครงการในราคาที่ลดลง เป็นต้น

ตามพรก.ฉบับนี้ได้กำหนดประเภทของเงินได้ขึ้นใหม่ คือ

1. เงินส่วนแบ่งของกําไร หรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ได้จากการถือ หรือครอบครองโทเคนดิจิทัล

2. ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล ทั้งนี้ เฉพาะซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน

กล่าวโดยสรุปก็คือว่า ใน ICO ถ้าหากผู้ที่ได้รับเงินของเราไปแล้วเอาไปทำ โครงการที่เราสนับสนุน โครงการนั้นได้รับผลกำไร ถ้าเอาเงินส่วนแบ่งกำไรหรือผลประโยชน์มาให้เรา ไม่ว่าจะอยู่ในรูปใด จะเรียกว่าเป็นเงินปันผล ผลประโยชน์ที่ได้การลงทุน ดอกเบี้ย หรืออะไรก็ตาม แต่ถ้าได้จากการเป็นเจ้าของถือครอง token แล้ว ก็ถือเป็นเงินได้ที่จะต้องเสียภาษี

ในทำนองเดียวกัน ถ้าเราถือเงินดิจิทัลแล้วเราโอนให้คนอื่น ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนเงินดิจิทัลไม่ว่าสกุลใด หรือผลประโยชน์จากการโอน token เฉพาะซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินที่ลงทุน หรือมีกำไรนั่นเอง กำไรนั้นก็ถือเป็นเงินได้ที่จะต้องเสียภาษี แต่ถ้าโอนไปแล้วขาดทุนก็ไม่ต้องเสียภาษีเพราะไม่มีผลกำไร แต่ทว่าผลของการขาดทุนนั้นก็จะเอามาหักจากเงินได้เพื่อผลประโยชน์ทางภาษีไม่ได้เช่นกัน

เงินได้พึงประเมินของทั้งสองกรณีนี้ ให้คํานวณหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้ พูดมาแค่นี้อย่าเพิ่งดีใจไปคิดว่า ธุรกรรมเกี่ยวกับ token หรือเงินดิจิทัลจะเสียภาษีแค่ 15% เพราะเงินภาษีที่ถูกหักไป 15% นี้จะต้องเอาไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ตอนปลายปีอีกทีหนึ่ง ถ้าภาษีที่ได้จากการรวมเงินรายได้ทุกอย่างของ ผู้เสียภาษีตอนปลายปีทำให้มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น เช่น 25% อย่างนี้ก็จะต้องเสียภาษีเพิ่มให้ครบ 25% ไม่ใช่แค่หัก 15% แล้วก็จะจบกัน

อาจจะมีผู้สงสัยว่า อย่างดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารถ้าเรายอมให้ธนาคารหัก 15% แล้วก็เป็นอันจบเลยไม่ต้องนำมาคำนวณภาษีตอนปลายปีอีกไม่ใช่หรือ? คำตอบก็คือใช่ครับ แต่เพราะภาษีของดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารมีกฎหมายบอก. ยกเว้นให้ว่าไม่ต้องเอามารวมอีกได้ แต่ภาษีของ token หรือเงินดิจิทัลไม่มีกฎหมายยกเว้นให้แบบนั้น

สรุป คือ การเก็บภาษีของไทยไม่ได้แตกต่างไปจากของต่างประเทศ ที่ต่างประเทศเขาเก็บภาษีกันแต่อย่างใด เงินได้อะไรบ้างที่ต้องเสียภาษีกับไม่ต้องเสียภาษี

 

ที่มาบทความ# thaipublica.org: 17/5/61 @ขอขอบคุณ





เก็บภาษีเงินดิจิทัลกันอย่างไร? | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 84 ครั้ง
ลงวันที่ 20/05/2018 11:16:11





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ เตรียมสอบ??]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง อัพเดท

เตรียมสอบเนติ วิอาญา อัพเดท

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

       


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 21403 คน

Donations



ท่านสามารถร่วมสนับสนุนพัฒนาเว็บไซต์ LawSiamโดย Donate ผ่าน PayPal ได้ไม่จำกัด.
(Anyone can join or donate)