หัวข้อ : แนวทางในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
หมวดหมู่ : (เกร็ดฎีกา) สู้คดีอย่างไร ไม่ให้พลาด
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับการต่อสู้คดี (เกร็ดฎีกา) สู้คดีอย่างไร ไม่ให้พลาด ประเด็นที่่น่าสนใจ อื่นๆ



แนวทางในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

   

           ในการยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกนั้น จัดเป็นการดำเนินคดีประเภทหนึ่งซึ่งเรียกว่าคดีไม่มีข้อพิพาท โดยผู้ร้องหรือทายาทที่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องได้ด้วยตนเองโดยคำแนะนำของนิติกรศาล หรือพนักงานอัยการจังหวัด รวมถึงสามารถให้ทนายความเป็นผู้จัดทำคำร้องยื่นต่อศาลได้ทั้งนี้คำแนะนำเบื้องต้นในการเตรียมเอกสาร หรือยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกนั้นเบื้องต้นมีดังนี้

 

1. เขตอำนาจศาล
ในคดียื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกนั้นโดยหลักจะยึดถือเขตอำนาจศาลก็คือภูมิลำเนาของผู้ตาย คือภูมิลำเนาตามรายการทะเบียนราษฎร์หรือตามบัตรประจำตัวประชาชนนั้นเอง โดยต้องยื่นต่อศาลจังหวัดที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ 

      ทั้งนี้สถานที่เสียชีวิตหรือสถานที่รักษาตัวเช่น โรงพยาบาลที่ผู้ตายเข้ารักษาตัวเป็นเวลานานไม่ถือเป็นภูมิลำเนา เพราะเป็นเพียงสถานที่รักษา


 

2. จัดเตรียมเอกสาร

เอกสารในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยสรุปสำคัญจะมีดังนี้ 

      - ใบมรณะบัตรของเจ้ามรดก

      - สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ตาย

      - สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคําร้องตั้งผู้จัดการมรดก

      - สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของบรรดาทายาทของผู้ตาย

     - สำเนาใบมรณะบัตรของ ทายาทอื่นของผู้ตาย เช่นหากบิดามารดาของผู้ตายได้เสียชีวิตไปก่อน ก็ควรจะเตรียมสำเนาใบมรณะบัตรของบิดามารดาของผู้ตายด้วย

      - บัญชีเครือญาติ ( Family Tree ) เป็นเอกสารที่เขียนบรรยายถึงสเต็ปของทายาทของผู้ตายโดยหลังจากนิยมเขียน 3 อันดับคืออันดับบิดามารดาของผู้ตาย อันดับคู่สมรสของผู้ตาย ระดับทายาทของผู้ตายเช่นบุตร โดยเป็นการเขียนบรรยายให้เห็นถึงจำนวนของทายาทของผู้ตายที่มีอยู่ตามความเป็นจริง

     - รายการทรัพย์สินของผู้ตายเช่น โฉนดที่ดิน คู่มือการจดทะเบียนรถยนต์ หรือ สมุดบัญชีธนาคารเป็นต้น 

     - หนังสือให้ความยินยอม กรณีผู้ตายมีทายาทอื่นอยู่ ในการยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกผู้ร้องควรทำหนังสือยินยอมจากทายาทอื่นเพื่อประกอบการยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกด้วย ซึ่งจะทำให้การร้องตั้งผู้จัดการมรดกเป็นไปได้ง่าย ซึ่งเป็นข้อความลักษณะยินยอมให้ผู้ร้องดำเนินการยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกแทน


 

3. การจัดทำคำร้อง
     ในส่วนของการจัดทำคำร้องนั้นจะสามารถสร้างคำร้องด้วยตนเองโดยศึกษาแบบฟอร์มการเขียนคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกซึ่งสามารถค้นหาง่ายในอินเตอร์เน็ต หรือจะขอคำแนะนำจากนิติกรของศาลจังหวัดนั้นๆ หรือสำนักงานอัยการจังหวัดนั้นๆก็ได้ หรือหากคดีที่มีการจัดการมรดกที่มีความซับซ้อนจะมอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ยื่นคำร้องก็ได้ 

     โดยในการร่างคำร้องนั้น จะต้องมีเอกสารดังกล่าวตามข้อ 2 ประกอบในท้ายคำร้องด้วยพร้อมกับยื่นบัญชีระบุพยานและทำเป็นสำเนาเพื่อยื่นต่อศาล 


 

4.การยื่นคำร้องต่อศาลและการชำระค่าธรรมเนียม
     เมื่อทำชุดคำร้อง พร้อมเอกสารประกอบเพื่อยื่นต่อศาลแล้วผู้ร้องสามารถดำเนินการยื่นคำร้องดังกล่าวต่อศาลโดยชำระค่าธรรมเนียมคำร้องจำนวน 200 บาทโดยในปัจจุบันไม่ต้องดำเนินการประกาศหนังสือพิมพ์แล้วใช้ระบบประกาศทางระบบออนไลน์จึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการประกาศหนังสือพิมพ์แล้วเป็นการสะดวกและประหยัดแก่คู่ความยื่นคำร้องด้วยตนเอง

    ในวันที่ยื่นคำร้องนั้นผู้ร้องจะต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ของศาลว่าจะดำเนินการไต่สวนในวันใดแล้วจดบันทึกวันดังกล่าวเอาไว้เพื่อจัดเตรียมเอกสารและเตรียมตัวเพื่อมาไต่สวนตั้งผู้จัดการมรดกในวันที่ลงนัดไว้ต่อไป
 

5. ตามคำสั่ง
     หลังจากยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกแล้วควรติดตามคำสั่ง โดยโทรไปที่เบอร์โทรติดต่อที่เจ้าหน้าที่ศาลให้ไว้ เพื่อสอบถามว่าคำร้องที่ยื่นไปนั้นมีข้อบกพร่องหรือมีข้อผิดพลาดอย่างไร หรือศาลได้มีคำสั่งรับคำร้องไว้แล้วหรือไม่อย่างไร เพื่อหากมีข้อบกพร่องจะได้รีบดำเนินการแก้ไขก่อนวันไต่สวนคำร้อง


 

6. เตรียมตัวไต่สวนคำร้อง
     ก่อนถึงวันไต่สวนคำร้องผู้ร้องควรจะเตรียมเอกสารตัวจริงทั้งหมด ให้ตรงตามชุดเอกสารที่แนบท้ายคำร้อง โดยถ่ายสำเนา ไป 1 ชุด เพราะในขณะที่ไต่สวนคำร้องจะต้องทำการเทียบทั้งเอกสารต้นฉบับและสำเนาว่าตรงกันหรือไม่และเมื่อทำการไต่สวนคำร้องเสร็จศาลจะทำการคืนต้นฉบับให้แก่ผู้ร้อง

      และควรจัดเตรียมคำเบิกความในชั้นไต่สวนคำร้องด้วยโดยเนื้อหาถ้อยคำจะเหมือนกับเนื้อหาในคำร้อง เพียงแต่เปลี่ยนมาใส่ในแบบฟอร์มคำเบิกความซึ่งมีให้ดาวน์โหลดในอินเตอร์เน็ต ( มีข้อสังเกตคือเนื้อหาถ้อยคำบางส่วนจะต้องเปลี่ยนจาก ผู้ร้องเป็น ข้าพเจ้า และ เปลี่ยนจากเอกสารท้ายคำร้อง เป็นเอกสารหมาย ร.  ************

 

7.คัดถ่ายคำสั่ง
     หลังจากที่ทำการไต่สวนและศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกแล้วในบางพื้นที่ศาลจะอำนวยความสะดวกโดยการสามารถคัดถ่ายคำร้องได้ในวันนั้น แต่บางสถานที่เป็นจังหวัดใหญ่ มีคดีจำนวนมากผู้ร้องอาจจะต้องมาตามและคัดถ่ายคำสั่งในวันถัดถัดไป 

      นอกจากนี้สำนักงานที่ดินบางพื้นที่นอกจากจะต้องใช้คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ยังจะต้องใช้หนังสือรับรองคดีถึงที่สุดด้วยโดยสามารถทำการคัดถ่ายภายหลังจากที่คดีถึงที่สุดแล้วคือเลยกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์


 

        คำแนะนำดังกล่าวเป็นวิธีการเบื้องต้นที่สามารถยื่นคำร้อง ดำเนินการไต่สวนเพื่อตั้งผู้จัดการมรดกด้วยตนเอง สำหรับในกรณีคดีที่ไม่มีผู้คัดค้าน แต่หากคดีที่มีทายาทอื่นเป็นผู้คัดค้าน คดีจะถือว่าเป็นคดีที่มีข้อพิพาทและ ต้องทำการดำเนินคดีไปอย่างคดีมีข้อพิพาท ต่อไป ซึ่งจะมีความซับซ้อนมากกว่าการดำเนินคดีฝ่ายเดียว
 

อ้างอิง ผู้เขียน ภูดิท  โทณผลิน / 1 พฤศจิกายน 2562
เพจ facebook เตรียมสอบใบอนุญาตทนายความกับทนายภูดิท





แนวทางในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 51 ครั้ง
ลงวันที่ 29/10/2020 00:47:53





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[วิธีชำระเงิน]
[ข้อมูลเตรียมสอบฯ คลิก!]


ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/73

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/73

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 24581 คน


sitemap.xml