ลอว์สยาม ดอทคอม เตรียมสอบ 3 สนาม






หัวข้อ : สรุปคำบรรยาย วิชากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ครั้งที 7-8
หมวดหมู่ : สกัดหลัก ฎีกา 5ดาว กฎหมายทรัพยสินทางปัญญา ที่น่าสนใจ







สรุปคำบรรยาย วิชากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ครั้งที 7-8

ครั้งที่ 7 - 8. พฤ 15 กรกฏาคม 2553

     รู้สึกว่าหลักกฎหมายในเรื่องสิทธิบัตรอาจก่อให้เกิดความสับสนได้ง่าย แต่ละมาตรามันจะยึดโยงกัน ขอทบทวน มาตรา ห้า เรื่องการประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วย การประดิษฐ์ขึ้นใหม่ และขั้นประดิษฐ์ที่สูงขึ้นและประยุกต์ได้ในทางอุตสาหกรรม และมาตราหกก็จะมารับกันทันที ว่าอะไรคือความใหม่ มาตราหกบอกว่าการประดิษฐ์ขึ้นใหม่คือไม่เป็นงานที่ปรากฎอยู่ และวรรคสองก็มารับกันอีกว่างานที่ปรากฎอยู่แล้วคืออะไร คืองานประดิษฐ์ที่มีใช้แพร่หลาย คำว่าแพร่หลาย มันก็อาจจะในมาตราหกวรรคสองพูดถึงสิ่งที่ต่อไปนี้ คืองานที่ปรากฎอยู่แล้ว มันก็ไม่ใหม่ เมื่อไม่ใหม่ ก็ไม่สามารถยื่นขอรับสิทธิบัตรได้ ก็หมายความดังต่อไปนี้ หนึ่งงานที่มีใช้แพร่หลายในราชอาณาจักร และอนุสอง งานประดิษฐ์ที่ได้ประยุกต์ในอุตสาหกรรม มีหรือใช้แพร่หลายในราชอาณาจักร มุ่งไปที่ตัวสิ่งประดิษฐ์นั้นเลย
 
     ในขณะที่อนุสองงานที่เปิดเผยการประดิษฐ์นั้น ในสาระสำคัญ ไม่ว่าในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ มาตราหกวรรคสอง อนุหนึ่ง แพร่หลาย จะมุ่งไปในตัวประดิษฐ์
 
     ในขณะที่อนุสองไม่เน้นจับต้องได้ เพียงแต่ต้องเปิดเผยในสาระสำคัญ อาจโยงว่างานที่ว่าแพร่หลาย แค่ไหนเพียงใดจึงแพร่หลาย ไม่อยู่ที่จำนวนเสมอไป ไม่ได้หมายถึงต้องเข้าไปทุกตำบลหรือทุกถนน เพราะอาจเป็นของใหญ่ที่ไม่ได้ใช้กันทั่วไป เช่นผลิตไฟฟ้า แต่เป็นที่รู้กันทั่วไป หรือตัวอย่างเช่นโทรศัพท์ที่มีสองซิม ก็น่าจะจดสิทธิบัตรแล้วแหละ รวมถึงพวกรถ ไฮปริท คือ ประหยัดน้ำมัน บางช่วงก็ใช้พลังงานไฟฟ้ามาสลับ หรือเรื่องรถประหยัดน้ำมัน สิ่งที่ประหยัดมากกว่าคนอื่นนั่นแหละคือขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น หากมีการแพร่หลายก็อยู่ในมาตราหก วรรคสองอนุมาตราหนึ่ง แพร่หลายที่จำเป็นต้องราชอาณาจักรเท่านั้น ส่วนเมื่อใดคือก่อนวันขอรับสิทธิบัตร ถ้ามีอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องยื่นสิทธิบัตรได้เลย

     ก็มีกรณี หากยื่นไปเจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้ แต่หลักฐานไม่พร้อมไม่รับคำขอ จะมีคนบังคับติดต่อราชการ อาจใช้วิธีติดไว้ก่อน ก็จะฝากเรื่องไว้ก่อนสมมุติขาดทะเบียนบ้านของผู้ประดิษฐ์ก็ติดเรื่องไว้ก่อน ถ้าอย่างนี้ถือว่ายังไม่ได้รับ อาจจะออกใบรับให้หรือลงรับเป็นหลักฐาน ก็ถือว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับคำขอ ประการที่สองคือมาตราสิบเก้า มีการนำงานประดิษฐ์นั้นออกแสดงต่อหน่วยงานของรัฐเป็นผู้จัด หรืออนุญาติให้มีการจัดขึ้นในราชอาณาจักร ซึ่งปีหนึ่งก็มีหลายครั้งเพื่อกระตุ้นให้มีการประดิษฐ์ ซึ่งใครอยากได้สิทธิบัตรก็ต้องมีการประดิษฐ์ให้สูงขึ้น

     ซึ่งปกติก็มีการจัดกันตามโรงแรมใหญ่ๆ หรือแม้หน่วยงานของรัฐไม่ได้จัดแต่อนุญาต และมีการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรต่อการประดิษฐ์นั้น และยื่นคำขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์นั้น นับแต่วันเปิดงานก็จะถือว่าได้ยื่นคำขอนั้นในวันเปิดงานแสดงและ อีกสักสิบเดือนค่อยมายื่นขอรับก็อยู่ในเงื่อนไขหนึ่งปี ก็ถือว่าได้ยื่นในวันที่สิบห้าเพื่อ หากใครมายื่นวันที่สิบหก ก็ไม่อาจสู้คนที่นำออกแสดงนั้นได้ ก็ใช้สิทธิคือมายื่นขอรับสิทธิบัตรในการเปิดเผยนั้น ในงานที่หน่วยงานของรัฐจัดหรืออนุญาตให้จัด
 
     กรณีที่สามคือกรณีตามมาตรา 19 ทวิ ได้แก่กรณีตามมาตรา 14 คือมีคุณสมบัติขอยื่นรับสิทธิบัตรได้ ก็คือ ต้องมีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่ตั้งในไทย ก็ไปอ่านเอาเองนะครับ ได้ยื่นคำอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์นั้นไว้นอกราชอาณาจักร ถ้ายื่นไว้ในราชอาณาจักรภายในสิบสองเดือน นับแต่วันที่ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรในราชอาณาจักรนั้นไว้เป็นครั้งแรก นับครั้งแรก เป็นวันที่ได้ยื่นคำขอในราชอาณาจักร อันนี้ก็ถือเป็นตัวอย่างก็คือ ก ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรในไทย เมื่อวันที่หนึ่งสิงหาคม ปีเดียวกัน ซึ่งอยู่ในสิบสองเดือนนับแต่วันขอรับสิทธิบัตรในอังกฤษ เป็นครั้งแรก เช่นนี้ถือว่ามันที่ขอรับสิทธิบัตรในอังกฤษ เป็นคำขอรับสิทธิบัตรในไทยได้ เช่นนี้ เขาสามารถให้ขอให้วันที่ยื่นในอังกฤษเป็นวันที่ยื่นในไทยได้ เพราะฉะนั้นถ้ามีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นว่า ก่อนวันที่หนึ่งสิงหา ได้มีการประดิษฐ์ ออกทั่วไป การประดิษฐ์นั้นก็ยังเป็นงานประดิษฐ์ที่ใหม่

     อันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ทำให้เข้าใจดีขึ้น ข้อสังเกตความแพร่หลายไม่มีข้อยกเว้น แล้วผู้ประดิษฐ์เองเป็นผู้นำการประดิษฐ์นั้นออกจำหน่ายแพร่หลายก่อนวันขอรับสิท¬ธิบัตร จนแพร่หลายก็จะมีผลให้ การประดิษฐ์นั้นเป็นงานประดิษฐ์ใหม่อีกต่อไป
ตัวอย่างนะครับ

     สมชายคิดประดิษฐ์สินค้าขึ้นและประดิษฐ์มาพันชุดออกไปขายก็ดี กฏหมายไทยไม่มีข้อยกเว้น เมื่อเป็นการทำให้แพร่หลาย เราอาจจะเห็นเรื่องการแจกของในซูเปอร์มาเก็ต พวกของตัวอย่างมักจะดี

     กฏหมายบ้านเรายังถือว่าเป็นการแพร่หลายแล้ว มาตราหก วรรคสองอนุมาตราสอง การประดิษฐ์ที่ได้มีการเปิดเผยลายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญหรือลายละเอียดในเอกสารหรือสิ้งพิมพ์ที่ได้แพร่หลายอยู่แล้วในวันขอรับสิทธิที่บัตรไม่ว่าจะทำด้วยเอกสาร สิ่งพิมพ์หรือการเปิดเผยโดยประการใด การเปิดเผยนี้คือเปิดเผยโดยทั่วไป ไม่ว่าวิธีใด ไม่ว่าในหรือราชอาณาจักร

     ดูตัวอย่างนะครับ นายขาวได้ออกแบบปากกาตนเอง ซึ่งเป็นแบบที่ไม่เหมือนใคร โดยออกแบบรูปร่างหุนจำลองหลายครั้งให้ช่างออกแบบแม่พิมพ์แล้วจึงทำการผลิต ปากกาแบบดังกล่าวจำหน่าย และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ จึงได้ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์เผยแพร่ภาพและระบุรายละเอียดเกี่ยวกับแบบปากกาของตนเพื่อชี้ว่าแตกต่างจากปากกายี่ห้ออื่นๆอย่างใด

     นายขาวต้องการให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิบัตร ก็ต้องถือว่ามีการเปิดเผยแล้วไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยโดยตนเองหรือไม่
 
     4783/2549 โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสิทธิบัตร ว่ากวาวเครือได้มีการเปิดเผยสาระสำคัญตั้งแต่ 2474ก่อนวันที่จำเลยที่หนึ่งขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์จึงไม่ใช่การประดิษฐ์ขึ้นใหม่นอกจากนี้ยังไม่มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น จึงไม่อาจขอรับสิทธิบัตรได้ นอกจากนี้ยังอธิบายด้วยว่า ส่วนประกอบของกวาวเครือ และนมสัตว์ ส่วนการประกอบอื่นๆนอกจากนี้จะมีหรือไม่ มากน้อยเพียงใดหรือไม่ก็ได้ เมื่อตำราที่มีการเผยแพร่มาก่อน ได้มีการกล่าวถึงปั้นเป็นลูกกลอน การประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรพิพาทจึงไม่ถือเป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ถือว่ามีการเปิดเผยลายละเอียดสำคัญแล้ว แม้มีการเปิดเผยลายละเอียดสิ่งสำคัญก็ไม่ได้ทำให้เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ และละเอียดขึ้นฏีกายังมีน้อยนะครับ

     ต่อไปนะครับข้อยกเว้นที่ไม่ถือเป็นการเปิดเผย ประการแรกคือเป็นการเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
 
     สองเป็นการเปิดเผยโดยผู้ประดิษฐ์เอง เพราะว่าอันนี้เป็นเรื่องเปิดเผยเอง นั่นคือทำให้แพร่หลายแต่กรณีที่เปิดเผยก็เข้าข้อยกเว้น ตามมาตราหกวรรคท้าย อีกประการหนึ่งการเปิดเผยในงานการแสดงสินค้าระหว่างประเทศ และผู้ประดิษฐ์นั้นก็ได้ยื่นขอรับสิทธิบัตรนับแต่วันที่เปิดเผย และผู้ประดิษฐ์นั้นขอรับสิทธบัตรภายในสิบสองเดือนต่อไปมาตราหกวรรคสองอนุมาตราส¬ามไม่ว่าจะในหรือนอกราชอาณาจักรและไม่ว่าการขอรับสิทธิบัตรนั้นจะโดยผู้ใด

     ดูตัวอย่างก็คือเมื่อมีการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรแล้ว เพราะว่าขั้นตอนในการจดทะเบียนเราต้องอธิบายอะไร เมื่อมีการรับจดทะเบียนแล้ว ถือว่ามีการเปิดเผยแล้วไม่ถือว่ามีสิ่งใหม่

     ข้อนี้จึงเป็นหลักง่ายกรณีก็ต้องด้วยมาตราหกอนุมาตราสาม ผู้ประดิษฐ์ การประดิษฐ์ของเขาเอง จะมาจดขอรับสิทธิบัตรของเราไม่ได้ แล้วก็ถือว่าเป็นการเปิดเผยแล้ว ถ้าเราได้สิทธิบัตร ซึ่งมาตราหกวรรคสอง นี่ต้องพูดถึงเรื่องว่าเป็นงานที่ปรากฎอยู่แล้ว ไม่ว่าเป็นงานอนุมาตราสองสามสี่หรือห้า

     ซึ่งทำให้ไม่สามารถเป็นข้อใหม่ได้ ก็หาได้รับสิทธิบัตรได้เพราะมันไม่ใหม่แล้ว ก็จะเข้ามาตราหกวรรคสองอนุมาตราสาม อีกประการของที่มีอยู่แล้วก็คือการประดิษฐ์ที่มีผู้ขอสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรอยู่แล้ว อนุสามได้แล้ว อนุสี่แค่ขอรับรัฐจะให้หรือไม่ก็ยังไม่รู้ การประดิษฐ์ที่มีผู้ขออยู่แล้ว ก่อนวันขอรับสิทธิบัตร แต่ยังมิได้มีการออกให้ การประดิษฐ์ที่มู้ขอมาเป็นเวลาเกินสิบแปดเดือนแล้วหน่วยงานต่างประเทศก็ยังไม่อนุมัติ เช่นนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นของใหม่ต้องถือว่าเป็นงานที่ปรากฎอยู่แล้ว

     ก็คือเป็นคำอธิบายเพิ่มเติมถือว่า งานประดิษฐืนั้นไม่ใช่ของใหม่ โดยได้ยื่นขอรับสิทธิบัตรเป็นอย่างอื่น ทางแก้ก็ต้องขอรับในไทยอย่าให้ครบสิบแปดเดือน ก่อนครบสิบแปดเดือนก็ยื่นในเมืองไทยซะ ก็จะไม่เกินกว่าสิบแปดเดือน

อนุมาตราห้า การประดิษฐ์ที่มีผู้ขอรับสิทธิบัตรไว้แล้ว ไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักร อันนี้ก็คงจะต้องใช้ความจำนิดหนึ่ง เหมือนตามข้อสี่ กับการประกาศโฆษณาแล้ว ก่อนวันขอรับสิทธิบัตร คราวนี้มาดูอีกนิดหนึ่ง ไม่ใช่ออกเผยแพร่นะครับ เป็นการเปิดเผยมิให้ถือว่าเป็นการเปิดเผยสาระสำคัญในอนุมาตราสอง
 
     ก็คือต้องเป็นของใหม่ กฎหมายได้บอกแล้วว่าแค่ไหนเพียงใดเป็นของใหม่ หรือของที่มีอยู่แล้ว ประการที่สองที่ขอรับได้คือ มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น ได้แก่การประดิษฐ์ที่ไม่เป็นที่ประจักษ์โดยง่ายจากบุคคลที่เป็นธรรมดาสามัญ คือไม่สามารถคิดค้นโดยง่าย เพราะเรากำลังพูดถึงการประดิษฐ์ คือแม้คนชำนาญสามัญก็ไม่คิดค้นโดยง่าย จะถือว่ามีการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น เช่นโทรศัพท์เมื่อก่อนโทรเข้าโทรออกอย่างเดียว ประการต่อมาก็คือสิ่งที่คิดค้นโดยง่ายเกินไปสำหรับคนที่มีความสามารถปานกลาง

     3523/2537 โจทก์ได้คิดค้นตระกร้อพลาสติก มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นหรือไม่ เป็นเรื่องการนำพลาสติกมาสานตระกร้อ ไม่สามารถจะสานได้อย่างตระกร้อหวาย เอาหวายมาร้อยทีละเส้น แต่พลาสติกคือแถบ แทนที่จะทำเป็นเส้นก็ทำเป็นแถบ ซึ่งจะต้องทำให้เว้าให้ดูเล็กน้อย ซึ่งเป็นลักษณะในทางโครงสร้างซึ่งคำพิพากษาฏีกานี้ถือว่าผลิตภัณฑ์ตระกร้อนี้มีขั้นตอนการประดิษฐ์ที่สูงขึ้นโดยเหตุผลที่ว่า ผลที่ได้จากตระกร้อพลาสติกนี้ต่างจากตระกร้อหวายมาก คืแก้ไขเรื่องการยืดหยุ่น การเด้งตัว ตระกร้อหวายการเด้งตัวไม่คงที่ ประการที่สองตระกร้อพลาสติกมีน้ำหนักคงที่แน่นอน ประการที่สามตระกร้อพลาสติกราคาถูก ไม่มีปัญหาด้านความชื้น แก้ปัญหาได้หลายอย่างนี่แหละคือขั้นตอนการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น ก็คือดูที่ผลไม่ได้ดูที่โครงสร้าง

     แต่ต้องให้ดูที่ผลไม่ได้ให้ดูที่โครงสร้าง อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องเครื่องจักรผลิตกระดาษ ขึ้นสู่ศาลสูงสหรัฐ ก็ให้ดูที่ผลเหมือนกัน ไม่ต้องดูโครงสร้างว่าต่างจากเดิมอย่างไร เครื่องจักรในการผลิตกระดาษก็มีองค์ประกอบสองส่วน ก็คือเยื่อไม้ อีกส่วนเมื่อออกเป็นกระดาษ ก็ให้ดูเป็นแผ่นกว่าที่กระดาษจะเป็นแผ่นเรียบต้องดูความสัมพันธ์กัน ปัญหายุ่งยากช่วงแรกก็คืออัตราความเร็วในการป้อนวัตถุดิบ ไม่สัมพันธ์กัน ตัวป้อนเข้าตัวดึงออกไม่สัมพันธ์กัน

     วนไปวนมาจะแก้ปัญหาอย่างไร เป็นการเปลี่ยนมุม คือยกขาของเครื่องให้สูงขึ้นก็ทำให้สัมพันธ์ การยกมุมเปลี่ยนมุมก็พอดี ศาลสูงมองว่าเช่นนี้ถือว่ามีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นแล้ว เพราะว่าถ้าดึงเปลี่ยงองศาความเร็วก็ต่างขึ้น ในเรื่องของการประดิษฐ์สูงขึ้น 4131/2536 การประดิษฐ์เครื่องกองน้ำ มีงานที่ปรากฎอยู่แล้วไม่ปรากฎว่าเครื่องกองน้ำตามสิทธิบัตรของจำเลย มีประสิทธิภาพที่เครื่องกรองน้ำตามสิทธิบัตร หรือสามารถแก้ปัญหาที่มีงานที่ปรากฎขึ้นอยู่แล้วไม่อาจแก้ไข ไม่เป็นสิ่งที่ประจักษ์ได้โดยง่าย การตอบให้ได้คะแนนดี ถ้าอะไรมีศัพท์กฎหมาย คำสำคัญ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้นก็ทำให้เห็นได้ง่าย ว่ารู้ ต่อบุคคลที่มีความชำนาญในระดับสามัญของงานประเภทนั้น อันจะถือว่าเป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นได้ คดีนี้มีการฟ้องขอเพิกถอนนะครับ

     การออกสิทธิบัตร ไม่สมบูรณ์โจทก์ย่อมกล่าวอ้างได้ ตามมาตรา 54วรรคสอง ก็มีอีกฏีกาหนึ่งคือฏีกาเรื่องกวาวเครือ ของการประดิษฐ์ที่จะขอรับสิทธิบัตรได้ต้องเป็นการประดิษฐ์ที่ประยุกต์ในทางอุตส¬าหกรรมได้ ก็ไม่น่าจะใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น อาจไปใช้ในเกษตรกรรม ก็ได้ เช่นกังหันน้ำชัยพัฒนา
 
     อย่างนี้ก็จดสิทธิบัตรได้ กฎหมายตัวบทใช้คำว่าในทางอุตสาหกรรมก็จริง แต่ไม่ได้จำเป็นต้องอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมเสมอไป
 
     วันนี้จะพูดเรื่องอนุสิทธิบัตรบ้างนะครับ คุณสมบัติที่เรียกอนุก็เพราะน้อยกว่าเป็นงานประดิษฐ์ขึ้นใหม่ และสามารถใช้ในทางอุตสาหกรรม ขาดองค์ประกอบอันหนึ่งก็คือขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น ก็มีระยะเวลายี่สิบปี เพราะถ้าเกิดอยากอยู่ในอุตสาหกรรม ก็อย่าหยุดคิด ไม่ใช่ว่าประดิษฐ์มาอย่างหนึ่งแล้วก็ใช้ได้ตลอดชีวิต ส่วนอนุสิทธิบัตร ก็คือหกปี แล้วก็ขอต่ออายุได้สองปีอีกสองครั้ง อันนี้ต่ออย่างเต็มที่แล้ว แล้วก็มีคำถามว่าใครจะสนใจมาจด ตอบว่ามีมากมายเพราะบางทีก็ยากที่จะประดิษฐ์ให้มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น

     ตอนนี้ไปไหนก็ไม่ต้องแบกหนังสือไปหลายเล่มแล้วพกไอแพทก็จบแล้ว ก็มาดูว่าโอกาสที่จะได้รับอนุสิทธิบัตรมันมีมากกว่าสิทธิบัตร ไม่ต้องไปตรวจสอบว่ามีขั้นตอนการประดิษฐ์ที่สูงขึ้นหรือไม่ เพียงใด ก็ต้องมีการตรวจสอบกันนานหน่อย การออกแบบผลิตภัณฑ์เราจะพูดถึงตัวที่สามแล้วนะครับ
 
     สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คือ ทัมป์ได๊ร์ ส่วนใหญ่เราก็จะต้องพกห้อยคอ แต่ก็มีการออกแบบเป็นปากกา ก็อย่างนั้นเป็นต้นก็มีการออกแบบมันก็เป็นทัมป์ได๊ร์เหมือนเดิมแหละครับ หรือว่าทำใหม่ก็เป็นทัมป์ได๊ร์อยู่ดี สังเกตว่าการออกแบบต่างออกไป หลักเกณฑ์ก็อยู่ในมาตรา 56 เรื่องสิทธิบัตรการออกแบบ ประการแรกต้องเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่

     ฏีกาที่ 475/2537 เครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้าได้มีการออกจำหน่ายก่อนจด ทั้งได้มีการลงหนังสือพิมพ์รายวันดังนี้แบบผลิตภัณฑ์เครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าของโจทก์ จึงไม่เป็นแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ตามมาตรา 56 และ 57 สิทธิบัตรของโจทก์ที่กรมทะเบียนการค้า (สมัยก่อนเรียกชื่อนี้นะครับ ปัจจุบันก็มีกรมทรัพย์สินทางปัญญา) ก็เป็นตัวอย่างว่าใหม่หรือไม่
 
     หลักเกณฑ์ประการที่สอง ต้องเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่ออุตสาหกรรมเท่านั้น เป็นฏีกา 7769/2547 การทดลองแบบผลิตภัณฑ์ แผงสายอากาศเครื่องรับโทรทัศน์ ว่าสามารถใช้รับสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุได้หรือไม่ จึงเป็นการดูว่าเป็นการออกแบบในผังอุตสาหกรรมไม่ได้ออกแบบกันเล่นๆ เมื่อมีการทดลองแล้วนั้นว่าสามารถใช้ได้หรือไม่ ศาลฏีกาชี้ว่าเป็นการทดลองเพื่อให้รู้ว่าเป็นการออกแบบในอุตสาหรกรรมหรือไม่ ก็มีปัญหาว่าแค่ไหนเพียงใด เป็นใหม่หรือไม่ ขั้นประดิษฐ์สูงขึ้นหรือไม่ ต้องมีหรือแพร่หลาย ในราชอาณาจักร ก่อนวันขอรับสิทธิบัตร เรื่องการออกแบบก็อยู่ในมาตรา 56 เป็นต้นไป

     มาตรา 57 พูดถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถือว่าใหม่ประกาศที่สอง ภาพสาระสำคัญหรือเอกสาร หรือสิ่งพิมพ์ที่ไม่ได้เผยแพร่อยู่แล้วไม่ว่าในหรือนอกราช

     ข้อสังเกต ประการแรกก็คือ การเปิดเผย กรณีสิทธิบัตรการออกแบบแคบกว่ากรณีเปิดเผยสิทธิบัตรการประดิษฐ์ เพราะว่าสิทธิบัตรการออกแบบจำกัดเฉพาะในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์เท่านั้นในขณะที่สิทธิบัตรการประดิษฐ์อาจเปิดเผยไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็สังเหตได้ว่าหลักการเหมือนกันแต่การกว้างหรือการแคบต่างกัน

     ประการที่สองสิทธิบัตรการออกแบบไม่มีข้อยกเว้นในการเปิดเผย เรามาดูต่อไปครับ ลักษณะการออกแบบที่ไม่ถือว่าใหม่ ก็ถือว่าเป็นงานที่มีอยู่แล้ว แบบผลิตภัณฑ์นั้นได้มีการประกาศโฆษณามาแล้วก่อนวันขอรับสิทธิบัตร มาตรา 65

     ส่วนมาตรา 28 เรื่องเจ้าพนักงานออกโฆษณานั้น แบบผลิตภันณ์ที่คล้ายกับแบบผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพราะฉะนั้นจะถือว่าใหม่ ต้องตามกันมา ต่างกันเล็กๆน้อยๆไม่ถือว่าใหม่ เช่นมีดโกนหนวด คล้ายปืนอาจขอจดสิทธิบัตรในการออกแบบได้ หรือว่าตู้เสื้อผ้าที่เป็นห้องแต่งตัวด้วย

     ตัวอย่างฏีกา 5341/2533 โจทก์ออกแบบเหยือกน้ำ โดยออกแบบกรวยเป็นล่องสี่เหลี่ยมโจทก์ไปขอรับสิทธิบัตรแต่ไม่ได้รับการจดทะเบียน ศาลฏีกาเห็นว่า ที่ปากกรวยทำเป็นสี่เหลี่ยมนิดเดียว ต่างกันแค่กรวยรินน้ำเพราะฉะนั้นเช่นนี้ไม่ถือว่าเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ หากฝ่ายราชการรับไปก็ให้เพิกถอนได้ ปัจจุบันก็มีออกแบบให้ต่าง เช่นในโน๊ตบุ๊คที่สามารถหมุนได้รอบ ก็น่าจะสามารถจดได้

     1822/2543 การออกแบบปลอกพวงมาลัย บางทีตากแดดนานก็จับก็ร้อน ก็ออกแบบปลอกหุ้ม คล้ายกับแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการเปิดเผยภาพ ในเอกสารที่ได้เผยแพร่แล้วว่าสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ปลอกหุ้มพวงมาลัยรถ ย่อมเป็นสิทธิบัตรที่ออกไปโดยไม่ชอบด้วยมาตรา 56อันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของมาตรา 57 ที่พูดถึงเรื่องที่ไม่ถือว่าเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่
 
     การขอรับสิทธิบัตร บุคคลประเภทใดบางที่มีสิทธิขอ ก็มีสามกลุ่ม กลุ่มแรกก็คือผู้ผลิตหรือผู้ออกแบบ ก็คือ มาตรา 15 และ 65อย่าลืมนะครับเป็นเรื่องการอนุโลมให้นำเรื่องสิทธิบัตรการประดิษฐ์มาใช้ในสิท¬ธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วย
 
     มาตรา 15กรณีหลายคนประดิษฐ์ร่วมกันในเมื่อหลายคนร่วมกันก็มีสิทธิที่จะขอรับสิทธิบัตร¬ร่วมกัน ตัวอย่างในเรื่องมาตรา 15 ก็เช่น 7769/2547 ก็สรุปได้ดังนี้

     เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์กับ ช ซึ่งเป็นพี่ชาย รวมกันออกแบบแผงสายอากาศโทรทัศน์และวิทยุ โจทก์กับ ช ซึ่งเป็นพี่ชายจึงมีสิทธิขอรับสิทธิบัตรร่วมกัน เพราะว่าปกติมาตราต้นๆจะเป็นเรื่องสิทธิบัตรการประดิษฐ์ กลุ่มที่สองที่ขอได้ก็คือนายจ้างหรือผู้ว่าจ้างตามมาตรา 11 12 และ 13
 
     สรุปดังนี้นะครับ สั้นๆให้เข้าใจง่ายๆ มาตรา 11 ปรกติเขียนว่านายจ้างมีสิทธิรับ โดยการทำงานตามสัญญาจ้างย่อมตกแก่นายจ้าง เว้นแต่นายจ้างระบุไว้เป็นอย่างอื่นปรกตินายจ้างมีสิทธิเว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น ถ้าลูกจ้างเป็นคนที่มีฝีมือประเภทต้องอ้อนวอนมา ก็อาจกำหนดในสัญญาจ้างว่าเป็นของลูกจ้าง ก็ย่อมทำได้ กรณีมาตรา 12ถ้านายจ้างได้ประโยชน์ จากการที่ประดิษฐ์คิดค้น ลูกจ้างมีสิทธิได้รับบำเหน็จพิเศษ นอกจากการจ้างในการปรกติ สิทธิที่ขอเป็นของนายจ้าง แต่หากการประดิษฐ์นั้นทำให้นายจ้างมีเงินก็มีสิทธิได้บำเหน็จพิเศษ มาตรา 13อยู่ในกลุ่มนายจ้างหรือผู้ว่าจ้าง ข้าราชการพนักงานรัฐวิสาหกิจก็มีสิทธิตามมาตรา 12 ด้วย ทั้งนี้จะเห็นว่ากฎหมายมุ่งส่งเสริมให้มีการประดิษฐ์มากๆ กลุ่มที่สามคือผู้รับโอนสิทธิการขอรับสิทธิบัตรนี้โอนกันได้ วรรคแรกคือผู้ประดิษฐ์มีสิทธิได้รับสิทธิบัตรผู้ประดิษฐ์เป็นผู้รับสิทธิบัตร แต่ถ้าเกิดทำงานตามภายใต้สัญญาจ้างถ้าไม่ตกลงเป็นอย่างอื่นสิ่งที่ขอเป็นของนายจ้าง มาตรา 10 วรรคสองบัญญัติว่าสิทธิที่ขอรับสิทธิบัตรนั้นย่อมโอนและก็ รับมรดกกันได้ นะครับ อันนี้ก็คือบุคคลที่มีสิทธิขอรับสิทธิบัตร สามกลุ่ม

                             จบคำบรรยายวิชา กฎหมายกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา (ค่ำ) ครั้งที่ 6 - 8 ค่ะ.

 

(ติดตามดาวน์โหลดเอกสาร สรุปคำบรรยาย วิชากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เนติบัณฑิต ภาค1 รายข้อ 1-10 สมัยปัจจุบัน คลิกที่นี่)

 





สรุปคำบรรยาย วิชากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ครั้งที 7-8 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 1763 ครั้ง
ลงวันที่ 26/06/2014 00:10:56




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ เตรียมสอบ??]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง อัพเดท

เตรียมสอบเนติ วิอาญา อัพเดท

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

       


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 21396 คน

Donations



ท่านสามารถร่วมสนับสนุนพัฒนาเว็บไซต์ LawSiamโดย Donate ผ่าน PayPal ได้ไม่จำกัด.
(Anyone can join or donate)