หัวข้อ : ถอดคำบรรยายวิชาครอบครัว เนติ สมัย 1/67 บรรยายครั้งที่ 3
หมวดหมู่ : สกัดหลัก กฎหมายแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)







ถอดคำบรรยายเนติ สมัย 1/67 
วิชาครอบครัว บรรยายโดยอาจารย์ประสพสุข บุญเดช
วันที่ 10 มิถุนายน 2557 บรรยายครั้งที่ 3

ข้อมูลชุดสรุปคำบรรยาย แบ่งปัน เผยแพร่ เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา โดยคุณ Kty ning
---------------------------------


การสมรส
การสมรสประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 4 ประการ คือ
1. คู่สมรสฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นชายอีกฝ่ายจะต้องเป็นหญิง ชายที่ผ่าตัดแปลงเพศโดยการผ่าตัดอวัยวะเพศชายออกแล้วสอดใส่อวัยวะเพศหญิงเทียมเข้าไปนั้น ก็ยังคงเป็นชายนั่นเอง จึงไม่สามารถสมรสกับชายอื่นได้ 
คำพิพากษาฎีกาที่ 157/2524
ผู้ร้องเป็นชายโดยกำเนิด แม้จะได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงอวัยวะเพศเป็นหญิงแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่มีกฎหมายรับรองให้สิทธิผู้ร้องที่จะขอเปลี่ยนแปลงเพศที่ถือกำเนิดมาได้ ทั้งมิใช่เป็นกรณีที่ผู้ร้องจะต้องใช้สิทธิทางศาลตามกฎหมาย ฉะนั้น ผู้ร้องจะขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องเปลี่ยนเพศมาเป็นหญิงไม่ได
2. การสมรสจะต้องเป็นการกระทำโดยสมัครใจของชายและหญิง หากชายหญิงไม่ยินยอมสมรสกัน การสมรสนั้นเป็นโมฆะ
3. การอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาต้องอยู่กินกันชั่วชีวิต
4. การสมรสจะต้องมีคู่สมรสเพียงคนเดียว แม้คู่สมรสฝ่ายหนึ่งจะเชื่อโดยสุจริตว่าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ถึงแก่ความตายไปแล้วจึงทำการสมรสใหม่ หากปรากฎในภายหลังว่าคู่สมรสเดิมยังมีชีวิตอยู่การสมรสในภายหลังเป็นโมฆะ

เงื่อนไขการสมรส
กฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้ 8 ประการ ซึ่งสามารถใช้บังคับในทุกกรณีที่มีการสมรสเกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการที่คนไทยสมรสกับคนไทยด้วยกันหรือคนต่างประเทศกับคนต่างประเทศหรือคนไทยสมรสกับคนต่างประเทศ
1. ชายและหญิงต้องมีอายุ 17 ปี บริบูรณ์แล้วทั้งสองคน หากชายหญิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่าฝืนเงื่อนไขทำการสมรสกัน การสมรสนั้นเป็นโมฆียะตามมาตรา 1503 ผู้มีส่วนได้เสียคือบิดามารดาและตัวชายหญิงนั้นเองมีสิทธินำคดีขึ้นสู่ศาลขอให้เพิกถอนการสมรสนั้นได้ ตามมาตรา 1504 หากมิได้มีการเพิกถอนการสมรสจนชายและหญิงมีอายุครบ 17ปีบริบูรณ์หรือหญิงมีครรภ์ขึ้นมาก่อนหญิงมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ กฎหมายถือว่าการสมรสที่เป็นโมฆียะนั้นสมบูรณ์ตั้งแต่มีการสมรส จะขอให้ศาลพิพากษามิได้ต่อไป
อย่างใดก็ดีมีข้อยกเว้นว่าศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้หากมีเหตุอันสมควร ในการยื่นคำร้องขอต่อศาลหญิงหรือชายที่อายุยังไม่ครบต้องเป็นฝ่ายยื่นคำร้องขอเอง ชายหรือหญิงที่จะสมรสด้วยไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอแทน เช่น หญิงอายุ 16 ปี ประสงค์จะทำการสมรสกับชายอายุ 21 ปี หญิงต้องยื่นคำร้องขอต่อศาล เนื่องจากหญิงหรือชายที่จะทำการสมรสยังเป็นผู้เยาว์จึงต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 กล่าวคือให้บิดามารดาซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นผู้กระทำการแทนหรือเป็นผู้อนุญาตหรือให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ยื่นคำร้องต่อศาลเองก็ได้ 
คำพิพากษาฎีกาที่ 2269/2540 ค้นไม่เจอ

2. ชายหรือหญิงต้องไม่เป็นคนวิกลจริต หรือเป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
ความวิกลจริตเป็นกรรมพันธุ์ที่จะถ่ายทอดไปยังบุคคลที่เกิดมามาตรา 1449 จึงห้ามมิให้คนวิกลจริตทำการสมรส หากฝ่าฝืนทำการสมรสตามมาตรานี้ตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495 ซึ่งผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธินำคดีขึ้นสู่ศาลขอให้มีคำพิพากษาว่าการสมรสนั้นเป็นโมฆะได้

บุคคลที่จะถือว่าเป็นบุคคลวิกลจริตนั้น หมายถึงบุคคลผู้มีจิตผิดปกติ ซึ่งตามที่เข้าใจทั่วๆไปว่าเป็นคนบ้าทั้งยังหมายความรวมถึงบุคคลที่มีอาการผิดปกติเพราะสติวิปลาสเพราะขาดความรำลึก ขาดความรับผิดชอบชั่วดี ฉะนั้น บุคคลที่เป็นโรคปัญญาอ่อนหรือสมองได้รับอันตรายอย่างร้ายแรง จึงถือว่าเป็นบุคคลวิกลจริต จึงไม่สามารถทำการสมรสได้ ทั้งยังหมายรวมถึง บุคคลที่ป่วยเป็นโรคเนื้องอกในสมองต้องนอนอยู่บนเตียงอยู่ตลอดเวลามีอาการพูดไม่ได้หูอื้อไม่ได้ยิน แต่คนใบ้แม้จะเป็นใบ้มาตั้งแต่กำเนิดก็ไม่ถือว่าเป็นบุคคลวิกลจริตจึงทำการสมรสได้

3.ญาติสนิทสมรสกันไม่ได้ ทั้งนี้เพราะด้วยเหตุผลในทางศีลธรรมและเหตุผลทางการแพทย์ มาตรา 1450 จึงห้ามมิให้ทำการสมรสกัน
ญาติสนิทมี 4 ประเภท
1) ญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปคือ บิดามารดา ปู่ ย่า ตา ยาย และทวด
2) ญาติสืบสายโลหิตโดยตรงลงมา คือลูก หลาน เหลน ลื้อ
3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
4) พี่น้องร่วมแต่บิดาหรือมารดา
หากญาติสนิททางสายโลหิตฝ่าฝืนทำการสมรสกันย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495 ซึ่งผู้มีส่วนได้เสียคือตัวคู่สมรส บิดามารดา ผู้สืบสันดาน ของผู้สมรสย่อมมีสิทธินำคดีมาฟ้องโดยขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสนั้น เป็นโมฆะได้ 
ทั้งความเป็นญาติสนิทนั้น ต้องถือตามความเป็นจริง เช่น บิดากับบุตรสาวนอกกฎหมาย แม้จะมิใช่ญาติตามกฎหมายแต่ก็ถือว่าเป็นญาติตามความเป็นจริง อย่างไรก็ดี ลุง ป้า น้า อา หลาน เหลน ไม่ใช่ญาติสืบสายโลหิตกันโดยตรงกฎหมายจึงมิได้ห้ามให้ทำการสมรสกัน
4. ผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมจะทำการสมรสกันมิได้ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมไม่มีความสัมพันธ์ในทางญาติสายโลหิตกัน จึงไม่มีเหตุผลในทางการแพทย์ที่ห้ามมิให้ทำการสมรส กฎหมายจึงมิได้บัญญัติให้การสมรสที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขข้อนี้เป็นโมฆะหรือโมฆียะหรือเสื่อมเสียแต่ประการใด มีเหตุผลเพียงว่าเป็นเหตุให้การรับบุตรบุญธรรมเป็นอันยกเลิกไปตามมาตรา 1598/32
--------------
แบ่งปันข้อมูล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
--------------

5. ชายหรือหญิงมิได้เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่นนั้น คือห้ามทำการสมรสซ้อนนั่นเอง ทั้งนี้ตามมาตรา 1452 หากฝ่าฝืนการสมรสซ้อนในครั้งหลังย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495 บุคคลผู้มีส่วนได้เสียอาจจะกล่าวอ้างว่าการสมรสเป็นโมฆะได้หรือจะนำคดีมาฟ้องศาลขอให้มีคำพิพากษาแสดงว่าการสมรสนั้นเป็นการสมรสซ้อนก็ได้
การสมรสซ้อนแม้ชายหรือหญิงคู่สมรสจะทำการสมรสโดยสุจริต โดยไม่ทราบว่ามีการสมรสเดิมอยู่แล้วก็ตามก็ไม่มีผลทำให้การสมรสนั้นสมบูรณ์ขึ้นมายังคงเป็นโมฆะอยู่ แต่คู่สมรสผู้ทำการสมรสโดยสุจริตไม่เสื่อเสียสิทธิที่ได้มาเพราะการสมรสนั้นก่อนที่ตนจะรู้เหตุที่ทำให้การสมรสเป็นโมฆะ
ในกรณีที่ชายหญิงเป็นสามีภริยากันก่อนใช้บรรพ 5 แม้จะมิได้จดทะเบียนสมรสกันก็นับว่าเป็นคู่สมรสกันตามกฎหมาย ชายจึงย่อมไม่มีสิทธิที่จะทำการสมรสกับหญิงอื่นได้อีก เพราะต้องห้ามตามมาตรา 1452 ถ้าชายจดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นการสมรสครั้งที่สองนี้ เป็นโมฆะ ภริยาย่อมฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาแสดงว่าการสมรสเป็นโมฆะได้
ในกรณีที่ชายหรือหญิงมีคู่สมรสอยู่แล้ว แต่การสมรสเป็นโมฆะหรือเป็นโมฆียะ ชายหรือหญิงเช่นว่านีไม่อาจสมรสใหม่ได้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาแสดงว่าการสมรสนั้นเป็นโมฆะหรือศาลให้เพิกถอนการสมรสที่เป็นโมฆียะเสียก่อน เพราะแม้การสมรสจะเป็นโมฆะแต่บุคคลจะกล่าวอ้างว่าการสมรสเป็นโมฆะไม่ได้จนกว่าศาลจะพิพากษาว่าเป็นโมฆะหรือผู้มีส่วนได้เสียกล่าวอ้างว่าในกรณีเป็นการสมรสซ้อนเสียก่อน ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1497 
การสมรสที่เป็นโมฆียะถือว่าสมบูรณ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาให้เพิกถอนตามมาตรา 1502 ดังนั้น ก่อนศาลพิพากษาให้เพิกถอนจึงต้องถือว่าตู่สมรสเป็นมาสีภริยากันตามกฎหมาย เช่น พี่ชายกับน้องสาวสมรสกันถือว่าเป็นโมฆะ แต่หากน้องสาวจะสมรสใหม่ก็ไม่อาจทำได้เพราะนายทะเบียนหรือตัวน้องสาวจะอ้างว่าการสมรสเป็นโมฆะไม่ได้ ต้องถือว่าน้องสาวมีคู่สมรสอยู่แล้วจึงไม่มีสิทธิทำการสมรสใหม่

6. ชายหรือหญิงต้องยินยอมเป็นสามีภริยากัน เนื่องจากการสมรสเป็นเรื่องเฉพาะตัวของชายหรือหญิงโดยสมัครใจจึงจำเป็นต้องได้รับความยินยอมของชายหรือหญิง ไม่ว่าจะเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้วหรือไม่ ตามาตรา 1458 และจะให้ความยินยอมแทนกันไม่ได้ ฉะนั้น บุคคลอื่นไม่ว่าจะเป็น บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง จะตกลงยินยอมเป็นสามีภริยาแทนบุตรไม่ได้ การสมรสที่ชาย หญิง มิได้ยินยอมกันตกเป็นโมฆะตามาตรา 1495

7. หญิงหม้ายจะสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อพ้นเวลาไม่น้อยกว่า 310 วัน นับจากวันที่ขาดจากการสมรสเดิมได้ล่วงพ้นไปเสียแล้ว เว้นแต่ 
1) หญิงนั้นได้คลอดบุตรแล้ว
2) สมรสกับสามีคนเดิม
3) มีใบรับรองแพทย์ว่าหญิงนั้นไม่ได้ตั้งครรภ์
4) มีคำสั่งศาลให้หญิงนั้นทำการสมรสได้
อย่างไรก็ตามการสมรสของหญิงหม้ายที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขมาตรา 1453 กฎหายมิได้บัญญัติไว้ว่าผลจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นจึงต้องถือว่าเป็นการสมรสที่สมบูรณ์ตลอดไป โดยไม่เป็นโมฆะหรือโมฆียะ และบุตรที่เกิดมาภายใน 310 วันนับแต่วันที่ทำการสมรสสิ้นสุดลง มาตรา 1537 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามีคนใหม่

8. ผู้เยาว์จะทำการสมรสได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของบิดา มารดา ผู้ปกครอง หลักเกณฑ์การให้ความยินยอมเป็นเช่นเดียวกับเรื่องของการหมั้น

เงื่อนไขการสมรสกฎหมายกำหนดไว้ มีเพียง 8 ประการเท่านั้น เหตุอื่นๆนอกเหนือจากนี้หาได้มีผลกระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของการสมรสที่ได้มีการจดทะเบียนไปแล้วไม่

แบบแห่งการสมรสกฎหมายกำหนดแบบว่าการสมรสไว้ในมาตรา 1457 โดยการสมรสจะมีได้เฉพาะเมื่อได้จดทะเบียนสมรสแล้วเท่านั้น เมื่อได้จดทะเบียนสมรสแล้วก็เกิดผลเป็นสามีภริยากันตามกฎหมายทันที โดยไม่ต้องมีพิธีอย่างอื่นอีก 

--------------
แบ่งปันข้อมูล เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
--------------

คำพิพากษาฎีกาที่ 3740/2525 
ผู้ร้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยได้ไปยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสกับนางสาว ด. บุคคลสัญชาติญวนซึ่งเกิดในประเทศไทย บิดามารดาของนางสาว ด. อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย นายอำเภอเห็นว่านางสาว ด. มีเชื้อชาติสัญชาติญวน ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนมีแต่บัตรคนญวนอพยพ จึงไม่รับจดทะเบียนสมรสให้ โดยถือปฏิบัติตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย แต่คำสั่งของกระทรวงมหาดไทยก็มิได้อาศัยอำนาจตามกฎหมายฉบับใดอันจะใช้บังคับเป็นกฎหมายแก่บุคคลทั่วไป นายอำเภอซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายให้รับจดทะเบียนสมรสแก่ผู้ร้องและนางสาว ด. จะอ้างคำสั่งดังกล่าวเพื่อไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่ตนมีอยู่หาได้ไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 720/2505)
คำพิพากษาฎีกาที่ 4152/2532 
โจทก์ไปยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสโดยระบุด้วยว่าเอาหนังสือรับรองความเป็นโสดจากสถานทูตมาแสดงไม่ได้ ขอให้จำเลยทำหนังสือถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวโจทก์ไปที่สถานทูตเพื่อใช้ประกอบการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทย การที่จำเลยซึ่งเป็นนายทะเบียนออกหนังสือสอบถามให้และรอหนังสือรับรองจากสถานทูตประเทศที่โจทก์มีสัญชาติ เพื่อประกอบการพิจารณาว่าโจทก์เป็นโสดไม่ต้องห้ามสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1452 นั้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยปฏิเสธไม่ยอมรับจดทะเบียนสมรสให้แก่โจทก์ กรณีจึงยังไม่มีการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง.
คำพิพากษาฎีกาที่ 2616/2543 
แม้ใบทะเบียนการสมรสมิได้ประทับตรานายทะเบียน ก็หาทำให้ทะเบียนการสมรสไม่สมบูรณ์หรือเป็นโมฆะ เพราะพระราชบัญญัติการจดทะเบียนครอบครัวฯ กำหนดเพียงให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ มิได้มีบทบัญญัติว่าต้องประทับตรานายทะเบียนแต่อย่างใด





ถอดคำบรรยายวิชาครอบครัว เนติ สมัย 1/67 บรรยายครั้งที่ 3 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 1785 ครั้ง
ลงวันที่ 01/09/2014 16:05:15




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ เตรียมสอบ คลิก!]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/72

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/72

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 22758 คน