หัวข้อ : ข้อสอบเนติบัณฑิต ในประเด็นเรื่องผู้เสียหาย
หมวดหมู่ : ถาม-ตอบ ฎีกาเด่นติดดาว (ประเด็นฎีกา 5ดาว)







ข้อสอบเนติบัณฑิต ในประเด็นเรื่องผู้เสียหาย



ข้อที่ 1 พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์โดยประมาทชนท้ายรถจักรยานยนต์ของนางตรี เป็นเหตุให้นางตรีผู้ขับถึงแก่ความตายและนายเอกซึ่งนั่งซ้อนท้ายได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมาย291อาญา มาตรา, 300 นายเอกสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของนางตรียื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในข้อหาทั้งสองดังกล่าว ศาลชั้นต้นอนุญาต ระหว่างสืบพยานโจทก์ นายเอกถึงแก่ความตาย นายจัตวาบุตรนายเอกกับนางตรียื่นคำร้องขอเข้าดำเนินคดีต่างผู้ตาย
ให้วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้นายจัตวาเข้าดำเนินคดีต่างนายเอกผู้ตายได้หรือไม่

ธงคำตอบ

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 29 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่าเมื่อผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องแล้วตายลง บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยาจะดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปก็ได้นั้น หมายความรวมถึงกรณีผู้เสียหายที่แท้จริงไม่ได้ยื่นฟ้องด้วยตนเอง แต่เป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการด้วย (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 5884/2550) ความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้นายเอกได้รับอันตรายสาหัสนายเอกเป็นผู้เสียหายโดยตรง การที่นายเอกซึ่งเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการตายลง นายจัตวาผู้สืบสันดานของนายเอกจึงยื่นคำร้องขอเข้าดำเนินคดีต่างผู้ตายได้ตามบทบัญญัติดังกล่าว

ส่วนความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้นางตรีถึงแก่ความตายนั้น นายเอกเป็นเพียงผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 3 (2) และมาตรา 5 (2) เท่านั้น ไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จึงมิใช่กรณีที่ผู้เสียหายที่แท้จริงยื่นฟ้องแล้วตายลงตามมาตรา 29 วรรคหนึ่ง แม้นายจัตวาจะเป็นผู้สืบสันดานของนายเอกกับนางตรีก็ตาม นายจัตวาก็ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าดำเนินคดีต่างนายเอกซึ่งถึงแก่ความตายตามบทบัญญัติดังกล่าวได้(เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 8537/2553)

ศาลชั้นต้นชอบที่จะอนุญาตให้นายจัตวาเข้าดำเนินคดีต่างนายเอกผู้ตายได้เฉพาะข้อหาประมาทเป็นเหตุให้นายเอกได้รับอันตรายสาหัส  


ข้อ 2. พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายสายเป็นจำเลยต่อศาลว่า นายสายเอาไปเสียซึ่งหนังสือมอบอำนาจที่ยังไม่ได้กรอกข้อความ เพียงนายเงินผู้เสียหายลงลายมือชื่อในช่องผู้มอบอำนาจและนำโฉนดที่ดินของนายเงินไปด้วยแล้วกรอกข้อความลงในหนังสือมอบอำนาจว่า นายเงินมอบให้นายสายยื่นคำขอจดทะเบียนโอนที่ดินแปลงดังกล่าวตลอดจนให้ถ้อยคำต่าง ๆ ต่อเจ้าพนักงานที่ดินโดยผู้เสียหายไม่ได้ยินยอม แล้วนำไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188, 264, 268 ในวันนัดสืบพยานโจทก์ นายสายได้พบกับนายเงิน นายสายโกรธจึงตรงเข้าหยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนายเงินขว้างลงที่พื้นจนแตก ต่อมา นายเงินถึงแก่ความตายด้วยโรคประจำตัวโดยยังไม่ทันได้ดำเนินคดีข้อหาทำให้เสียทรัพย์แก่นายสาย นางนุชมารดาของนายเงินจึงยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ กับได้ยื่นฟ้องนายสายเป็นจำเลยข้อหาทำให้เสียทรัพย์โทรศัพท์เคลื่อนที่ของนายเงิน
ให้วินิจฉัยว่า นางนุชจะยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ และยื่นฟ้องนายสายในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ได้หรือไม่

ธงคำตอบ

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5 (2) บัญญัติให้ผู้บุพการีมีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายเฉพาะแต่ในความผิดอาญาซึ่งผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองได้ คดีนี้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายสายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188, 264, 268 เป็นคดีความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรมและความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ดังนั้น เมื่อนายเงินผู้เสียหายถึงแก่ความตายด้วยโรคประจำตัวของผู้เสียหายเองโดยไม่ได้ตายเพราะถูกนายสายทำร้าย กรณีของนางนุชจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวที่ให้นางนุชมีอำนาจจัดการแทนนายเงินผู้เสียหายในการเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 30 นางนุชจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 3063/2552, 8357/2550)
ส่วนความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์โทรศัพท์เคลื่อนที่ของนายเงินนั้น ความผิดเกิดขึ้นในขณะที่นายเงินยังมีชีวิตอยู่ นายเงินจึงเป็นผู้เสียหาย เมื่อนายเงินถึงแก่ความตายโดยยังไม่ได้ยื่นฟ้องนายสาย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 4, 5 และ 6 ไม่ได้ให้อำนาจนางนุชเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา

ข้อ 3 นายอังคารอยู่กินกับนางดาวฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรชื่อนายจันทร์ นายอาทิตย์ทำร้ายร่างกายนายจันทร์จนเป็นเหตุให้นายจันทร์ถึงแก่ความตาย นายอาทิตย์กลัวความผิดจึงนำศพของนายจันทร์ไปฝังซุกซ่อนไว้ที่สวนหลังบ้าน หลังจากนั้นนายอาทิตย์ปลอมหนังสือของนายจันทร์ส่งไปถึงนายจ้างของนายจันทร์ว่า นายจันทร์ขอลาหยุดงาน 15 วัน โดยลงลายมือชื่อปลอมของนายจันทร์ในหนังสือดังกล่าว พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายอาทิตย์ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ซ่อนเร้นศพเพื่อปิดบังการตาย ปลอมและใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290, 199, 264, 268 ในระหว่างพิจารณา นายอังคารได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้นายอังคารเข้าร่วมเป็นโจทก์ทุกฐานความผิด
ให้วินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้นายอังคารเข้าร่วมเป็นโจทก์ดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ธงคำตอบ

ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290ผู้บุพการีของผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายถึงตายย่อมมีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 5 (2) นายอังคารแม้เป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่ก็เป็นบิดาตามความเป็นจริงซึ่งเป็นผู้บุพการี ย่อมมีอำนาจจัดการแทนนายจันทร์ได้ ดังนั้น นายอังคารจึงมีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตามมาตรา 30 ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นายอังคารเข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย
ส่วนความผิดฐานซ่อนเร้นศพเพื่อปิดบังการตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199 เป็นความผิดเสียหายต่อรัฐ นายอังคารบิดาของนายจันทร์ผู้ตายไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2 (4) ดังนั้น นายอังคารจึงไม่มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตามมาตรา 30 ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นายอังคารเข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ
สำหรับความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268 นั้น เป็นความผิดต่อผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำของนายอาทิตย์ การปลอมหนังสือลาหยุดงานของนายจันทร์มิได้เจาะจงว่ากล่าวถึงนายอังคารแต่อย่างใด ในกรณีนี้ยังไม่ถือว่านายอังคารบิดาของนายจันทร์ผู้ตายเป็นบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) ทั้งความผิดดังกล่าวมิใช่ความผิดอาญาที่ผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้ตามมาตรา 5 (2) จึงไม่ใช่กรณีที่นายอังคารจะจัดการแทนนายจันทร์ได้ด้วย ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นายอังคารเข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบตามมาตรา 30

ข้อ 4 นายชัยกับนายชอบทะเลาะวิวาทกัน นายชัยชกที่ใบหน้านายชอบ 1 ครั้ง นายชอบโกรธจึงใช้อาวุธปืนยิงนายชัย 1 นัด กระสุนปืนไม่ถูกนายชัย แต่พลาดไปถูกนางเพลินภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสของนายเฟื่องถึงแก่ความตาย นายชัยและนายชอบต่างไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีซึ่งกันและกัน นายชัยให้การรับสารภาพว่าได้ทำร้ายนายชอบจริง พนักงานอัยการจึงแยกฟ้องนายชัยในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับนายชัย 500 บาท คดีถึงที่สุด ต่อมาพนักงานอัยการได้ฟ้องนายชอบในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นและฆ่าผู้อื่น นายชอบให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายชัยและนายเฟื่องยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ให้วินิจฉัยว่า คำสั่งศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ธงคำตอบ
กรณีนายชัย นายชัยสมัครใจทะเลาะวิวาทและมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายนายชอบ นายชัยจึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามความหมายในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2 (4) และไม่มีอำนาจที่จะยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตามมาตรา 30(เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 3100/2547)
กรณีนายเฟื่อง นายเฟื่องมิได้จดทะเบียนสมรสกับนางเพลิน ไม่เป็นสามีของนางเพลินตามกฎหมายจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนนางเพลินตามมาตรา 5(2) และไม่มีอำนาจที่จะยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตามมาตรา 30 (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 1335/2494 และ 1056/2503)ดังนั้น คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้นายชัยและนายเฟื่องเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการจึงไม่ชอบ


ข้อ 5 นายหนึ่งยักยอกเงินของนายสองไปจำนวน 1,000,000 บาท วันรุ่งขึ้นนายสองทราบเรื่อง จึงไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่นายหนึ่งในวันนั้นเอง ต่อมาอีก 2 เดือน นายสองถึงแก่ความตาย นายสามซึ่งเป็นบุตรของนายสองได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกนายสอง กรณีดังกล่าว

. นายสามยื่นฟ้องคดีต่อศาลภายในอายุความเพื่อขอให้ลงโทษนายหนึ่งฐานยักยอกเงินของนายสอง

. พนักงานอัยการได้ฟ้องคดีต่อศาลตามคำร้องทุกข์ของนายสองภายในอายุความเพื่อขอให้ลงโทษนายหนึ่งฐานยักยอกแล้ว ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายสามขอถอนคำร้องทุกข์ต่อศาล

ให้วินิจฉัยว่า นายสามมีอำนาจฟ้องนายหนึ่งตามข้อ ก. และมีอำนาจถอนคำร้องทุกข์ตามข้อ ข. หรือไม่

ธงคำตอบ
. กรณีนายสองถูกนายหนึ่งยักยอกเงิน นายสองย่อมเป็นผู้เสียหายโดยตรงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) มีอำนาจที่จะฟ้องนายหนึ่งได้ตามมาตรา 28 (2) แต่ก็ไม่ได้ฟ้องเป็นคดีไว้ ส่วนนายสามแม้จะเป็นบุตรและเป็นผู้จัดการมรดกก็มิใช่ผู้เสียหายโดยตรงที่จะมีอำนาจฟ้องนายหนึ่งในฐานะผู้เสียหายโดยตรงได้ทั้งมิใช่กรณีนายสองถูกทำร้ายถึงตายตามมาตรา 5 (2) ที่นายสามซึ่งเป็นผู้สืบสันดานจะมีอำนาจจัดการฟ้องคดีแทนนายสองได้ ดังนั้นนายสามจึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลเพื่อขอให้ลงโทษนายหนึ่ง (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 5162/2547)
. กรณีพนักงานอัยการได้ฟ้องคดีต่อศาลเพื่อขอให้ลงโทษนายหนึ่งฐานยักยอกซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัวตามคำร้องทุกข์ของนายสอง สิทธิในการถอนคำร้องทุกข์ในคดีความผิดฐานยักยอกเป็นสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินเมื่อผู้ร้องทุกข์ตายย่อมตกทอดแก่นายสามซึ่งเป็นทายาท นายสามย่อมมีอำนาจถอนคำร้องทุกข์ได้ (เทียบคำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ 751/2541)




ข้อสอบเนติบัณฑิต ในประเด็นเรื่องผู้เสียหาย | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม



จำนวนผู้ชม : 1664 ครั้ง
ลงวันที่ 26/10/2014 00:13:00






ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ ]
[ดาวน์โหลดข้อมูล เตรียมสอบ คลิก!]


ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/72

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/72

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 23598 คน