หัวข้อ : ฟ้องขอให้ลงโทษฐานเป็นตัวการร่วม แต่ข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฎในการพิจารณาได้ความว่าเป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ศาลมีอำนาจลงโทษหรือไม่
หมวดหมู่ : ถาม-ตอบ ฎีกาเด่นติดดาว (ประเด็นฎีกา 5ดาว)







คำถาม  ฟ้องขอให้ลงโทษฐานเป็นตัวการร่วม แต่ข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฎในการพิจารณาได้ความว่าเป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ศาลมีอำนาจลงโทษหรือไม่?

              ยักยอกสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลและไปรับเงินรางวัลแล้ว พนักงานอัยการจะขอให้คืนหรือใช้เงินเท่ากับจำนวนเงินรางวัลแก่ผู้เสียหายได้หรือไม่  เพียงใด ?  

 คำตอบ มีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้            

                      คำพิพากษาฎีกาที่  11224/2555  สลากกินแบ่งรัฐบาลที่โจทก์ร่วมซื้อและฝากจำเลยที่ 1 ไว้ถูกรางวัลที่หนึ่ง จำเลยที่ 1 คิดจะเบียดบังเอาสลากไว้เสียเองจึงได้อ้างต่อโจทก์ร่วมว่าสลากไม่ถูกรางวัลและทิ้งไปแล้ว จากนั้นให้จำเลยที่ 2 บุตรชายรับสมอ้างว่าเป็นผู้ซื้อสลากไป แล้วร่วมมือกันนำสลากไปขอรับรางวัลมาเป็นของจำเลยทั้งสองโดยทุจริต จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำเลยที่ 2 มิได้ร่วมครอบครองสลากมาแต่แรก แต่การที่จำเลยที่ 2 รับสมอ้างว่าเป็นเจ้าของสลากและร่วมไปขอรับเงินรางวัลมา ถือได้ว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือแก่จำเลยที่ 1 ในการยักยอกสลาก จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ประกอบมาตรา 86 แม้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วม แต่ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำผิด แตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง แต่มิใช่ข้อสาระสำคัญและจำเลยที่ 2 มิได้หลงต่อสู้ ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2  ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดซึ่งมีโทษเบากว่าได้ตามประมวลกฎหมาวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225

                       สลากกินแบ่งรัฐบาลถูกรางวัลที่หนึ่งและจำเลยทั้งสองร่วมกันไปรับเงินรางวัลมาแล้ว ย่อมทำให้โจทก์ร่วมหมดโอกาสที่จะได้รับเงินรางวัล เท่ากับว่าโจทก์ร่วมต้องสูญเสียเงินจำนวนนั้นไปเนื่องจากการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองโดยตรง โจทก์จึงมีสิทธิขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้เงินเท่ากับจำนวนเงินรางวัลที่หนึ่งให้แก่โจทก์ร่วมได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 แต่ในการไปขอรับเงินรางวัลจำเลยทั้งสองได้รับเงินมาเพียง  33,980,000 บาท เพราะต้องเสียอากรแสตมป์ 20,000 บาท จึงชอบที่จำเลยทั้งสองต้องคืนหรือใช้เงินจำนวนเท่าที่ได้รับมา และโจทก์ร่วมซึ่งได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสอง ย่อมมีสิทธิที่จะขอให้บังคับจำเลยทั้งสองใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วม โดยเรียกดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ต้องใช้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 440 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ได้





ฟ้องขอให้ลงโทษฐานเป็นตัวการร่วม แต่ข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฎในการพิจารณาได้ความว่าเป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ศาลมีอำนาจลงโทษหรือไม่ | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม



จำนวนผู้ชม : 1503 ครั้ง
ลงวันที่ 10/04/2015 23:35:19






ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[วิธีชำระเงิน]
[ข้อมูลเตรียมสอบฯ คลิก!]


ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/74

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/74

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 24837 คน


sitemap.xml