ลอว์สยาม ดอทคอม เตรียมสอบ 3 สนาม






หัวข้อ : หลักกฎหมายใหม่ ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 323 วรรคหนึ่ง
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว ที่น่าสนใจ







บทบัญญัติใหม่ ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา ๓๒๓ วรรคหนึ่ง กำหนดหลักเกณฑ์ให้ถือตามข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ นั่นคือ หากมีการแบ่งการครอบครองเป็นส่วนสัดตามความเป็นจริง บุคคลภายนอกซึ่งเป็นเจ้าของรวมจะได้รับความคุ้มครอง โดยเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดียึดได้เฉพาะที่ดินส่วนของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น แม้จะยังไม่มีการรังวัดแบ่งแยกโฉนดที่ดินเป็น ๒ แปลง ก็ตาม

 

คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๖๖/๒๕๐๖ เมื่อจำเลยและผู้ร้องซึ่งมีกรรมสิทธิ์ ร่วมกันได้ตกลงแบ่งแยกที่พิพาทกันก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยนานแล้ว ข้อตกลงนี้ย่อมผูกมัด ผู้ร้องและจำเลยตามมาตรา ๑๓๖๔ โจทก์มีสิทธิบังคับคดีได้เท่าที่จำเลยมีสิทธิอยู่ในที่พิพาทนั้น เพราะโจทก์ไม่ใช่บุคคลภายนอกตามมาตรา ๑๒๙๙ วรรคสอง ไม่มีสิทธิเอาส่วนของผู้ร้องมาขายทอดตลาด

 

        สรุป ตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๖๖/๒๕๐๖ นี้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะบังคับคดีก็ยึดได้แต่ที่ดินส่วนที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ครอบครองเท่านั้น แต่แนวคำพิพากษาฎีกาหลังจากนั้นมาล้วนวินิจฉัยให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในอันที่จะบังคับคดียึดที่ดินซึ่งลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมอยู่กับบุคคลภายนอกได้ทั้งแปลง เพียงแต่ให้ความคุ้มครองแก่บุคคลภายนอกซึ่งเป็นเจ้าของรวมโดยได้รับการกันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินกรรมสิทธิ์รวมดังกล่าวเท่านั้น

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๘๑/๒๔๙๒ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา ๒๘๘ นั้น การร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ ต้องเป็นกรณีที่กล่าวอ้างว่า ลูกหนี้ตามคำพิพากษามิใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ยึด เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าลูกหนี้ตาม คำพิพากษาเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นอยู่ด้วย ศาลต้องยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้ปล่อยการยึดเสีย เพราะกรรมสิทธิ์ของเจ้าของร่วมแต่ละคนย่อมครอบไปเหนือทรัพย์สินทั้งหมดจนกว่าจะมีการแบ่ง ผู้ร้องมีทางที่จะเรียกร้องขอแบ่งส่วนของตนตามสิทธิของเจ้าของรวมได้ในทางการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแฟง มาตรา ๒๘๗

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๔๙/๒๕๒๔ การร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๘๘ ต้องเป็นกรณีที่กล่าวอ้างว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษามิใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ยึด เมื่อปรากฏว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นอยู่ด้วย ศาลก็ต้องยกคำร้องของผู้ร้องเสีย เพราะกรรมสิทธิ์ของเจ้าของรวมแต่ละคนย่อมครอบไปเหนือทรัพย์สินทั้งหมดจนกว่าจะมีการแบ่ง

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๘๙๕/๒๕๒๘ คำร้องของผู้ร้องทั้งห้าอ้างว่า ผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านร่วมกับจำเลย เมื่อจำเลยเป็นเจ้าของทรัพย์ดังกล่าว และจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ โจทก์ย่อมยึดทรัพย์นั้นมาขาย ทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ได้ ผู้ร้องทั้งห้าจะร้องขัดทรัพย์ขอให้ถอนการยึดและระงับการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวหาได้ไม่ แม้ผู้ร้องจะอ้างว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินเป็นสัดส่วน แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าจำเลยครอบครองที่ดินส่วนไหนจนได้กรรมสิทธิ์แยกไปจากที่ดินส่วนที่เป็นของผู้ร้อง อันจะแบ่งขายที่ดินส่วนที่เป็นของจำเลยโดยเฉพาะได้ จำเลยยังคงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับผู้ร้องที่ ๑ ถึงที่ ๔ อยู่จึงไม่อาจแยกขายทอดตลาดที่ดิน ส่วนของจำเลยได้ คำร้องของผู้ร้องทั้งห้าในส่วนที่ขอให้กันเงินค่าขายที่ดินและบ้านให้แก่ผู้ร้องหากมีการขายทอดตลาดนั้นเป็นเรื่องขอให้ศาลกันส่วนของผู้ร้องในที่ดินและบ้าน หาใช่เป็นเรื่องร้องขัดทรัพย์ไม่ หากผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านร่วมกับจำเลยจริง เมื่อมีการขายทอดตลาดที่ดินและบ้านผู้ร้องก็มีสิทธิขอกันเงินค่าที่ดินและบ้านตามส่วนที่ตนมีกรรมสิทธิ์ได้

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๘๓๒/๒๕๓๐ ผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ที่ดินรวมกับจำเลย ทั้งแปลงมิได้มีกรรมสิทธิ์ส่วนใดแยกต่างหากไปจากจำเลย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอ กันส่วนที่ดินของตนจากที่ดินที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยนำยึดไว้ แต่ชอบที่จะขอกันส่วนของตนจากเงินที่ขายทอดตลาด

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๙๖๕/๒๕๓๔ ที่ดินพิพาทมีลูกหนี้เป็นเจ้าของรวม เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงมีสิทธิยึดมาแบ่งแก่เจ้าหนี้ในคดีล้มละลายได้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลายฯ มาตรา ๑๙, ๒๒ (๑) และ ๑๐๙ (๑) แม้ผู้ร้องกับพวกเป็นเจ้าของรวมฝ่ายข้างมากเห็นว่าไม่ควรขายที่ดินพิพาททั้งแปลง ก็จะนำบทบัญญัติมาตรา ๑๓๖๑ วรรคสอง แห่ง ป.พ.พ. มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ไม่ได้ เพราะกรรมสิทธิ์ของเจ้าของรวม แต่ละคนย่อมครอบไปเหนือทรัพย์สินทั้งหมดจนกว่าจะมีการแบ่งทรัพย์สินหรือโดยการขาย ดังนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงมีอำนาจยึดที่ดินพิพาทออกขายได้ทั้งแปลง ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๖๔ ผู้ร้องย่อมใช้สิทธิเรียกขอแบ่งส่วนของตน ตามสิทธิของเจ้าของรวมได้ในทางการบังคับคดี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๗ ประกอบ พ.ร.บ. ล้มละลาย ฯ มาตรา ๑๕๓

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๙๕๕/๒๕๔๑ ปัญหาที่ว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้านจะยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดเพื่อนำออกขายทอดตลาดแล้วกันเงินกึ่งหนึ่ง ที่ได้จากการขายทอดตลาดตามสิทธิของผู้ร้องทั้งสี่ให้แก่ผู้ร้องทั้งสี่ได้หรือไม่นั้น แม้ผู้คัดค้านจะมิได้ยกเป็นข้อคัดค้านในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่กระบวนพิจารณาคดีล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ผู้คัดค้านย่อมยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ วรรคสอง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย ฯ มาตรา ๑๕๓ เมื่อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมีผู้ร้องทั้งสี่กับจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม โดยมีบ้านเลขที่ ๑๑๓/๑๐ ปลูกคร่อมอยู่ โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้ร้องทั้งสี่ได้ ครอบครองที่ดินพร้อมสิงปลูกสร้างส่วนใดมาก่อน แสดงว่าผู้ร้องทั้งสี่กับจำเลยมิได้ แบ่งการครอบครองเป็นส่วนสัด ผู้คัดค้านซึ่งมีหน้าที่จัดการและรวมรวมทรัพย์สินของจำเลยจึงมีสิทธิยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดเพื่อนำออกขายทอดตลาดได้ จะเจาะจง ให้ผู้คัดค้านยึดเฉพาะส่วนของจำเลยและให้ขายทอดตลาดเฉพาะส่วนของจำเลยไม่มีทางจะกระทำได้ เรื่องเช่นนี้ แม้แต่ในกรณีระหว่างผู้ร้องทั้งสี่กับจำเลยซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม ถ้าการแบ่งกันเองไม่อาจทำได้หรือจะเสียหายมากนัก ศาลก็ต้องสั่งให้ขายที่ดิน พร้อมสิงปลูกสร้างทั้งหมดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๖๔ วรรคสอง เมื่อผู้คัดค้านยืนยันให้ขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด จึงชอบที่จะปฏิบัติไปตามนั้นและผู้ร้องทั้งสี่ย่อมมีทางจะร้องขอให้แบ่งส่วนของตนตามสิทธิของผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมในทางการบังคับคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย ฯ มาตรา ๑๕๓

 

        สรุป จะเห็นได้ว่า ตามคำพิพากษาฎีกากลุ่มข้างต้น แนววินิจฉัยซึ่งถือเป็นหลักคือ หากเป็นที่ดินมีทรัพยสิทธิถึงขั้นกรรมสิทธิ์คือมีโฉนดที่ดิน การจะแบ่งกันครอบครองเป็นส่วนสัดตามความเป็นจริงไม่สำคัญเท่ากับว่าต้องแบ่งแยกโฉนดแล้ว ถ้ายังไม่มีการแบ่งแยกโฉนด เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็มีสิทธิบังคับคดียึดที่ดินได้ทั้งแปลง บุคคลภายนอกซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมคงได้รับความคุ้มครองเพียงกันส่วนเงินที่ได้จากการบังคับคดีขายที่ดิน ทั้งแปลงเท่านั้น

         ซึ่งแตกต่างกับคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๖๖/๒๕๐๖ แต่ในกรณีเช่นนี้เคยมีคำพิพากษาฎีกาเรื่องหนึ่งวินิจฉัยคุ้มครองเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม คนอื่นๆ ถึงขั้นไม่ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดที่ดินเพื่อบังคับคดีทั้งแปลง โดยให้ยึดได้เฉพาะที่ดินส่วนที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาครอบครองเป็นส่วนสัดเท่านั้น

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๔๓๗/๒๕๒๘ ที่ดินมีโฉนดมีชื่อจำเลยและผู้ร้องเป็น เจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ผู้ร้องจะร้องขัดทรัพย์เพื่อให้ศาลปล่อยทรัพย์ที่ยึดหาได้ไม่ ผู้ร้องซึ่งอยู่ในฐานะเป็นเจ้าของรวมในโฉนดที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ชอบที่จะร้องขอให้ศาลแบ่งส่วนหรือกันส่วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗ หากข้อเท็จจริงได้ความว่าที่ดินที่โฉนดที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ผู้ร้องเป็นเจ้าของรวม อยู่ ๑ ใน ๓ ผู้ร้องครอบครองเป็นส่วนสัดและปลูกบ้านอยู่อาศัยมา ๓๗ ปี แล้ว จำเลย และผู้ร้องได้ตกลงแบ่งแยกโฉนดออกเป็นส่วนของผู้ร้องและส่วนของจำเลยทั้งได้แบ่ง ส่วนที่จำเลยและผู้ร้องถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันเพื่อใช้เป็นทางออกสู่ถนน เจ้าพนักงานที่ดินได้ดำเนินการแบ่งแยกโฉนดเสร็จแล้วเหลือเพียงแต่รอคำสั่งให้ไปจดทะเบียนรับโฉนดที่ แบ่งแยกเท่านั้น ดังนี้ เห็นได้ว่าที่ดินดังกล่าวได้มีการตกลงแยกกรรมสิทธิ์ส่วนของเจ้าของรวมเป็นที่แน่นอนแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมไม่มีอำนาจที่จะขายส่วนที่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง

 

        สรุป คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๔๓๗/๒๕๒๘ นี้ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ถึงขั้นว่านอกจากจะแบ่งแยกกันครอบครองเป็นส่วนสัดมานานถึง ๓๗ ปี แล้ว เจ้าของกรรมสิทธิ์รวมทุกคน ยังได้ดำเนินการขอแบ่งแยกโฉนดให้เป็นไปตามที่แบ่งแยกการครอบครองกันด้วย เจ้าพนักงานที่ดินก็ดำเนินการแบ่งแยกโฉนดจนแล้วเสร็จตามคำขอเหลือเพียงให้ไปจดทะเบียนรับโฉนดที่แบ่งแยกเท่านั้นข้อวินิจฉัยให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดได้เฉพาะที่ดินส่วนที่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาครอบครองจึงมีเหตุผลชัดเจน เพราะข้อเท็จจริง รับฟังได้ถึงขั้นว่าเจ้าพนักงานที่ดินได้ดำเนินการให้จนเป็นยุติแล้ว แต่ขณะนี้ได้มีคำพิพากษาฎีกาออกมาภายหลัง วินิจฉัยไปในทำนองเดียวกับคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๖๖/๒๕๐๖

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๔๕๑/๒๕๔๘ ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีโฉนด เมื่อผู้ร้องและจำเลยได้ตกลงแบ่งแยกการครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์รวมของจำเลยกับผู้ร้องก่อนจะมีการบังคับคดีแล้ว ข้อตกลงดังกล่าวย่อมผูกพันจำเลยและผู้ร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๖๔ โจทก์ซึ่งเป็นเพียงเจ้าหนี้สามัญจึงมีสิทธิบังคับคดีได้เท่าที่จำเลย มีสิทธิในที่ดินพิพาทเท่านั้น ไม่มีสิทธิเอาที่ดินของผู้ร้องมาขายทอดตลาดได้ ถือได้ว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมีสิทธิอื่นๆ อันอาจร้องขอให้บังคับเหนือที่ดินนั้นได้ตามกฎหมายซึ่งการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิของผู้ร้อง ผู้ร้องย่อมมีสิทธิขอให้กันที่ดินส่วนที่ผู้ร้องครอบครองก่อนนำที่ดินพิพาท ทั้งแปลงออกขายทอดตลาดได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๗

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๑๒๔/๒๕๕๑ ที่ดินพิพาทมีชื่อจำเลยและผู้ร้องเป็น ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน แต่ผู้ร้องและจำเลยได้ตกลงแบ่งแยกการครอบครองที่ดินพิพาทก่อนมีการบังคับคดีแล้ว ข้อตกลงดังกล่าวย่อมผูกพันจำเลยและผู้ร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๖๔ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้สามัญมีสิทธิบังคับคดีได้เท่าที่จำเลยมีสิทธิในที่ดินพิพาทเท่านั้น โจทก์ไม่มีสิทธิเอาที่ดินส่วนของผู้ร้องมาขายทอดตลาดได้ ผู้ร้องย่อมมีสิทธิขอให้กันที่ดินพิพาทส่วนที่ผู้ร้องครอบครองก่อนนำที่ดินทั้งแปลงออกขายทอดตลาดได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๗

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๕๓/๒๕๕๔ ผู้ร้องและจำเลยที่ ๒ ได้ตกลงแบ่งแยกการครอบครองที่ดินพิพาทก่อนมีการบังคับคดี ข้อตกลงย่อมผูกพันจำเลยที่ ๒ และผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๔ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้สามัญ มีสิทธิบังคับคดีได้เท่าที่จำเลยที่ ๒ มีสิทธิในที่ดินพิพาทเท่านั้น โจทก์ไม่มีสิทธิเอาที่ดินส่วนของผู้ร้องมาขายทอดตลาดได้ ผู้ร้องย่อมมีสิทธิขอให้กันส่วนที่ดินพิพาทที่ผู้ร้องครอบครองก่อนนำที่ดินทั้งแปลงออกขายทอดตลาดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗

 

 

อ้างอิง : รวมคำบรรยายเนติฯ วิชา กฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค4(อ.สมชาย จุลนิติ์) เล่มที่11 การบรรยายครั้งที่9  สมัยที่ 70





หลักกฎหมายใหม่ ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 323 วรรคหนึ่ง | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 369 ครั้ง
ลงวันที่ 13/02/2018 12:22:40




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ เตรียมสอบ??]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง อัพเดท

เตรียมสอบเนติ วิอาญา อัพเดท

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

       


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 21137 คน

Donations



ท่านสามารถร่วมสนับสนุนพัฒนาเว็บไซต์ LawSiamโดย Donate ผ่าน PayPal ได้ไม่จำกัด.
(Anyone can join or donate)