เตรียมสอบเนติบัณฑิต อัยการ ผู้พิพากษา






หัวข้อ : สรุปหลักเหตุบรรเทาโทษ
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมายอาญา ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)





เหตุบรรเทาโทษ

                มาตรา  ๗๘  บัญญัติว่า เมื่อปรากฏว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ไม่ว่าจะได้มีการเพิ่มหรือการลดโทษตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่นแล้วหรือไม่ ถ้าศาลเห็นสมควร จะลดโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้นได้
          เหตุบรรเทาโทษนั้น ได้แก่ ผู้กระทำความผิดเป็นผู้โฉดเขลาเบาปัญญา ตกอยู่ในความทุกข์อย่างสาหัสมีคุณความดีมาแต่ก่อน รู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดนั้นลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงาน หรือให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา หรือเหตุอื่นที่ศาลเห็นว่ามีลักษณะทำนองเดียวกัน
                มาตรา ๗๘  ได้ระบุกรณีที่ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษไว้หลายประการ ซึ่งสามารถแยกออกได้เป็น                   


ก.พฤติการณ์ก่อนการกระทำความผิด และ                                                                                                                         
ข. พฤติการณ์หลักการกระทำความผิด                                                          


พฤติการณ์ “ก่อน” การกระทำความผิด         ได้แก่ กรณีผู้กระทำความผิด                                                           

๑.เป็นผู้โฉดเขลาเบาปัญญา หมายความถึง กระทำผิดไปเพราะความโง่เขลา รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถูกหลอก ถูกเสี้ยมสอนให้กระทำความผิด เป็นต้น                                                                                                                

๒.ตกอยู่ในความทุกข์อย่างสาหัส เช่น แดงเป็นคนพิการหาเลี้ยงชีพไม่ได้เพราะยากจนมาก ไม่มีเงินซื้ออาหารให้ลูกเล็กๆ หลายคนซึ่งกำลังจะอดตาย จึงขโมยนาฬิกาเรือนทองราคา  ๑  หมื่นบาทของดำ และเอาไปขายเพื่อเอาเงินมาซื้ออาหารให้ลูกกิน เช่นนี้ เนื่องจากทรัพย์มีราคาแพง กรณีไม่เข้าตามมาตรา  ๓๓๕  วรรคท้าย แต่ยังอาจถือเป็นเหตุบรรเทาโทษได้                                                                                                                 
๓.มีคุณความดีมาแต่ก่อน เช่น ฎีกาที่  ๖๙๙/๒๕๒๐  “จำเลยไม่เคยกระทำผิดมาก่อน ได้รับราชการมาตั้งแต่ชั้นประทวนจนถึงนายทหารสัญญาบัตร และเคยประจำอยู่ชายแดนเสี่ยงอันตรายจากภัยผู้ก่อการร้าย นับได้ว่ามีความดีมาก่อน ทั้งกระทำความผิดครั้งนี้ด้วยความกดดันทางจิตใจโดยผู้ตายคุกคามจะเอาเงินที่ร่วมกันสร้างโรงเรียนคืน ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษตาม ป.อ.มาตรา  ๗๘  ได้”
              
   พฤติการณ์ “ภายหลัง” การกระทำความผิด  ได้แก่ กรณีผู้กระทำความผิด                                                       

๑.รู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดนั้น เช่น ลักทรัพย์แล้วนำทรัพย์ไปคืนเจ้าของ               

                                                                                                                                                                                            ๒.ลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เช่น มอบตัวแก่ตำรวจ พร้อมปืนที่ใช้ยิง (ฎีกาที่  ๑๔๙๙/๒๕๑๓) เข้ามอบตัวแก่ตำรวจเมื่อหนีไป  ๙  เดือน (ฎีกาที่  ๑๔๖๕/๒๕๒๒)  ยอมให้ตำรวจจับโดยดีและนำมีดของกลางมามอบให้ตำรวจ (ฎีกาที่  ๔๗๙/๒๕๒๐)  ให้การรับสารภาพต่อตำรวจในชั้นสอบสวนอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีของศาล (ฎีกาที่  ๕๖๔/๒๕๐๙)  เป็นต้น                                    

๓.ให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เช่นให้การรับสารภาพต่อศาลว่าได้กระทำความผิดจริงดังฟ้อง (ฎีกาที่  ๑๐๐๑/๒๕๑๒)         การให้ความรู้แก่ศาลนั้นไม่จำต้องเป็นคำรับสารภาพเสมอไป หากเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลแล้ว แม้เป็นเพียงคำเบิกความของจำเลย ก็ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษได้เช่น ข้อเท็จจริงจากฏีกาที่  ๒๐๔๒/๒๕๑๕ ดังนี้  “ผู้เสียหายกับจำเลยเกิดโต้เถียงและชกต่อยกันจนเสร็จแล้วต่างก็แยกกัน มีเสียงปืนดังขึ้น ๑ นัด กระสุนปืนถูกผู้เสียหาย ผู้เสียหายและพยานโจทก์ไม่มีใครเห็นว่าจำเลยเป็นคนยิง ผู้เสียหายเบิกความว่าเมื่อปืนดังขึ้นแล้ว ผู้เสียหายหันไปดูจำเลยถือปืนสั้นอยู่ในมือ แต่พยานโจทก์คนอื่นๆ มิได้เบิกความว่าเห็นเช่นนั้นด้วย จำเลยเบิกความรับว่าจำเลยกับผู้ตายชกต่อยกันแล้วจำเลยยิงปืนในขณะที่จำเลยอยู่ห่างผู้ตายราว ๑  วา กระสุนปืนจำถูกผู้เสียหาย คำเบิกความของจำเลยในข้อนี้เป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาให้รับฟังได้แน่ชัดว่าจำเลยยิงปืนถูกผู้เสียหายตามฟ้อง นับว่ามีเหตุบรรเทาโทษซึ่งศาลลดโทษให้จำเลยได้ตาม ป.อ.มาตรา  ๗๘”                                                                                                                     

ข้อสังเกตุ                                                                                                                                                                            

    หากเป็นการรับสารภาพต่อศาล เพราะจำนนต่อพยานหลักฐานก็ไม่ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษได้ เช่น ฎีกาที่  ๑๖๑๔/๒๕๑๓  “เหตุเกิดขึ้นเป็นที่ประจักษ์แก่คนหมู่มาก และยากแก่การที่จำเลยจะหลบหนีไปได้พ้น แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพผิดโดยดีก็ยังไม่เป็นเหตุพอที่จะลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา  ๗๘  แต่เป็นเหตุผลอันหนึ่งที่จะได้คำนึงถึงเมื่อกำหนดโทษจำเลย” อย่างไรก็ตามหากจำเลยให้การรับสารภาพโดยโจทก์มิได้นำสืบพยานจึงไม่อาจกล่าวได้ว่าจำเลยจำนนต่อพยานหลักฐาน ย่อมีเหตุบรรเทาโทษ ฎีกาที่  ๓๓๕๓/๒๕๔๑)                                                                                                                                             
 ๔.เหตุอื่นที่ศาลเห็นว่ามีลักษณะทำนองเดียวกัน  ตามถ้อยคำในตัวบท เหตุอื่นนี้ต้องมีลักษณะทำนองเดียวกับเหตุอื่นๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา  ๗๘  แต่อย่างไรก็ตามในบางครั้งศาลก็มิได้วินิจคดีโดยยึดหลักนี้มากนัก เช่น ฎีกาที่  ๑๓๓๗/๒๕๑๗  “จำเลยเป็นตำรวจเข้าจับกุมคนร้าย คนร้ายหนีจำเลยใช้ปืนยิงกระสุนไปถูกผู้อื่นตาม การกระทำของจำเลยนับได้ว่าเป็นการกระทำอันเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ในการจับกุมคนร้าย โดยใช้วิธีการเกินสมควรแก่พฤติการณ์แห่งการจับกุน และเป็นการตัดสินใจผิดในขณะที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เข้าลักษณะในเหตุอื่นอันเป็นเหตุบรรเทาโทษประการหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา  ๗๘”
              

กรณีไม่ถือว่าเป็นเหตุบรรเทาโทษ                                                                                                                                 

(๑) ฎีกาที่  ๓๑๒/๒๕๒๐ “จำเลยกับพวกปล้นทรัพย์และทำร้ายเจ้าทรัพย์ถึงแก่ความตาย แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยไม่ได้ลงมือทำร้ายผู้ตายถึงแก่ความตาย ก็ไม่เป็นเหตุบรรเทาโทษตาม ป.อ.มาตรา ๗๘ เพราะมิใช่เหตุตามที่ระบุไว้ในมาตราดังกล่าว หรือเหตุอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน                             
 (๒) การกระทำความผิดครั้งแรกมิใช่เหตุบรรเทาโทษที่จะลดโทษได้
              

ผลของการมีเหตุบรรเทาโทษ                                                                                                                                         

มาตรา  ๗๘  วรรคแรก ระบุว่า “เมื่อปรากฏว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ไม่ว่าจะได้มีการเพิ่มหรือการลดโทษตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่นแล้วหรือไม่ ถ้าศาลเห็นสมควรจะลดโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้นได้”                                                                                                    

ข้อสังเกต           

                     ๑. การลดโทษเพราะมีเหตุบรรเทาโทษตามมาตรา  ๗๘  เป็นดุลพินิจของศาล แม้มีเหตุบรรเทาโทษ ศาลอาจไม่ลดโทษให้ก็ได้

                        ๒.โทษที่จะลดตามมาตรา  ๗๘  คือ โทษประหารชีวิต  จำคุก  หรือปรับ  ส่วนโทษกักขังเป็นโทษที่เปลี่ยนมาจากโทษจำคุกตามมาตรา  ๒๗  หรือเป็นการบังคับแทนค่าปรับตามมาตรา  ๒๗  ถ้าหากมีเหตุบรรเทาโทษก็คงจะลดโดยการลดจากโทษจำคุกหรือโทษปรับมาก่อนอยู่แล้ว ส่วนโทษริบทรัพย์สินไม่มีอัตรา ไม่มีกำหนดที่จะลงว่าจะริบมากหรือน้อยเพียงใด เพียงแต่จะริบหรือไม่เท่านั้น จึงไม่มีการลด                          ๓.หากศาลลงโทษจำคุกจำเลย  ๒๕  ปี แต่ศาลเห็นว่าคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ถือว่ามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา  ๗๘  ศาลจำคุกจำเลย  ๑๖  ปี  ๘  เดือน  (ฎีกา  ๓๖๑๑/๒๕๒๘)  โทษจำคุก  ๒๕  ปี เท่ากับ  ๓๐๐  เดือนลดหนึ่งในสามคือ ลด ๑๐๐  เดือน เหลือลงโทษ  ๒๐๐  เดือน ซึ่งเท่ากับ  ๑๖  ปี  ๘  เดือน

 

เรียงพิมพ์/อ้างอิง นายธวัชชัย    ค.บ.(เกียรตินิยม ๒) ,น.บ.,พธ.ม.

 





สรุปหลักเหตุบรรเทาโทษ | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 251 ครั้ง
ลงวันที่ 08/04/2018 15:54:43




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[สนใจ ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ คลิก!]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง อัพเดท

เตรียมสอบเนติ วิอาญา อัพเดท

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 22137 คน


ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์