หัวข้อ : พนักงานอัยการมีวิธีสั่งคดี ดังต่อไปนี้
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา ฎีกาเด่น 5ดาว ที่น่าสนใจ





พนักงานอัยการมีวิธีสั่งคดี 4 วิธี ดังต่อไปนี้

 

1. สั่งไม่รับสำนวนการสอบสวน อาจจะเป็นกรณีที่พนักงานอัยการเห็นว่า มีความบกพร่องในข้อสาระสำคัญ เช่น ไม่เป็นพนักงานสอบตาม ปวิอ. ม 2(6) ไม่เป็นพนักงานสอบสวนที่มีเขตอำนาจตาม ปวิอ. ม. 18,19,20 ไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตาม ปวิอ. ม.140-142 การเปรียบเทียบไม่สอบตาม ปวิอ ม.144 ส่งสำนวนสั่งฟ้องแล้วส่งสำนวนเพิ่มเติมสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางคน (ฎ. 8/2481) หรือกรณีเห็นควรสั่งฟ้องและมีตัวผู้ต้องหา แต่ไม่ส่งตัวผู้ต้อวหาพร้อมสำนวนทั้งที่ผู้ต้องหาไม่ได้ถูกขังหรือไม่ได้หลบหนี หรือวิธีการสอบสวนขาดตกบกพร่องในข้อสาระสำคัญอื่นๆ เป็นต้น

2. สั่งให้งดการสอบสวนยุติคดี ซึ่งกรณีนี้เป็นกรณีที่สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตาม ปวิอ. ม.39
    (1)โดยความตายของผู้กระทำผิด

    (2)ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้องหรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย
     (3)เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา 37

     (4)เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็จขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง

    (5)เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น

     (6)เมื่อคดีขาดอายุความ
     (7)เมื่อมีกฎหมายยกเว้น
โทษพนักงานอัยการสั่งยุติคดีมิใช่สั่งไม่ฟ้อง

3. สั่งฟ้องแล้วให้พนักงานสอบสวนพยายามเปรียบเทียบคดี ถ้าความผิดนั้นเป็นความผิดซึ่งอาจเปรียบเทียบได้ พนักงานอัยการเห็นสมควรสั่งไปยั่งพนักงานสอบสวนพยายามเปรียบเทียบคดีนั้นแทนการที่จะส่งผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการ หรือถ้าผู้ต้องหาถูกส่งมายังพนักงานอัยการแล้ว สั่งให้ส่งผู้ต้องหาพร้อมสำนวนกลับไปยังพนักงานสอบสวน ให้พยายามเปรียบเทียบคดีนั้น หรือถ้าเห็นสมควรจะสั่งให้พนักงานสอบสวนอื่นที่มีอไฝำนาจจัดการเปรียบเทียบให้ก็ได้ตาม ปวิอ. ม.144

4. สั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องมี 2 กรณี คือ 4.1รู้ตัวผู้กระทำผิดแต่เรียกหรือจับตัวยังไม่ได้
พนักงานสอบสวนพิจารณาพยานหลักฐานตามท้องสำนวนการสอบสวนแล้วสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งพร้อมสำนวนไปยังพนักงานอัยการตาม ปวิอ. ม.141 วรรคหนึ่ง
พนักงานอัยการถ้าเห็นชอบด้วยที่สั่งไม่ฟ้องเพราะพยานหลักฐานไม่พอที่จะฟ้องให้ยุติการสอบสวนโดยสั่งไม่ฟ้อง และแจ้งคำสั่งนี้ให้พนักงานสอบสวนทราบตาม ปวิอ ม.141 วรรค 2 ถ้าเห็นสมควรสอบสวนต่อไปเพราะคดียังไม่พอที่วินิจฉัยสั่งได้ ก็ให้สั่งพนักงานสอบดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมต่อไปซึ่งสอบสวนเฉพาะเรื่องที่สั่งให้สอบสวรเพิ่มเท่านั้นตาม ปวิอ. ม. 141 วรรค 3
ถ้าเห็นควรสั่งฟ้อง ไม่ว่าพนักงานสอบสวนจะสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องมา ก็ให้จัดการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหา ถ้าผู้ต้องหาอยู่ต่างปรเทศ ให้พนักงานอัยการจัดการเพื่อให้ส่งตัวข้ามแดนมาตาม ปวิอ ม. 143 วรรค 4

ข้อสังเกต
(1) พนักงานอัยการรับสำนวนแล้วยังไม่มีคำสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง ถือว่าสำนวนอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน (ฎ.4064/2524) เมื่อพนักงานอัยการส่งสำนวนคือให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามสอบสวนต่อไปเป็นการสอบสวนเองโดยชอบ มิใช่สอบสวนเพิ่มเติมตามที่พนักงานอัยการสั่งตาม ปวิอ ม.141 วรรค 3 , ม.143 วรรค 2 (ฎ.4396/2528(ป))
(2) พนักงานอัยการใช้วิธีฟ้องคดีแล้วขอศาลออกหมายจับจำเลยไม่ได้ เพราะขัดกับความประสงค์ของกฎหมายว่าด้วยอายุความฟ้องคดีอาญาตาม ป.อ. (ฎ.126/2489 , ฎ.1133/2493)
(3) ถ้าจำเลยเป็นผู้ต้องหาในาำนวนฝากขังในศาลอื่นซึ่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว แต่เป็นคดีเดียวกับศาลที่ยื่นฟ้อง ถือว่าจำเลยอยู่ในอำนาจศาลที่จะเรียกตัวจำเลยจากผู้ประกันได้ ตาม ปวิอ. ม.142 , 165 วรรค 1 ไม่ได้จับจำเลยไม่ได้ตาม ม.141วรรค 4 (ฎ.2747/2551)
(4) พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องคดีแล้วจำเลยหลบหนีศาลสั่งปรับผู้ประกันและออกหมายจับ โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลเดียวกันแต่คนละคดีกัน พนักงานอัยการโจทก์จะอ้างว่าจำเลยอยู่ในอำนาจศาลไม่ได้ ต้องจัดการให้ได้ตัวจำเลยมาตาม ปวิอ. ม.141 วรรค 4 (ฎ. 13849/2553) ฟ้องจำเลยคนเดียวกันในศาลเดียวกันแต่คนละคดี คดีหนึ่งปล่ยชั่วคราวและไม่หบบหนรหรือถูกยังระหว่างสอบสวน ฟ้องคดีหนึ่งไม่ต้องส่งตัวจำเลยพร้อมฟ้องตาม ปวิอ. ม.165 วรรค 1 (ฎ.6462/2543) มีปัญหาว่าจำเลยคนเดียวกันฟ้องต่างศาลกันและคนละคดีกัน คดีหนึ่งปล่อยชั่วคราวและไม่หลบหนีหรือถูกขังระหว่างสอบสวน ฟ้องอีกคดีหนึ่งต่ออีกศาลหนึ่ง ต้องส่งตัวจำเลยพร้อฟ้องต่อศาลคดีหลังนี้หรือไม่

4.2 กรณีรู้ตัวผู้กระทำผิด และผู้นั้นถูกควบคุมหรือขังอยู่ หรือปล่อยชั่วคราวหรือเชื่อว่าคงได้ตัวมาเมื่อออกหมายเรียก ตาม ปวิอ. ม.142 วรรค 1
พนักงานสอบสวนพิจารณาพยานหักฐานตามท้องสำนวนแล้ว
ถ้าสั่งไม่ฟ้ง ให้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นสั่งไม่ฟ้องไปยังพนักงานอัยกสร ส่วนตัวผู้ต้องหานั้นให้พนักงานสอบสวนมรอำนาจปล่อยหรือปล่อยชั่วคราว ถ้าผู้ต้องหาถูกขังอยู่ พนักงานสอบสวนจะขอเองหรือขอให้พนักงานอัยการขอต่อศาลให้ปล่อยตาม ปวิอ. ม. 142 วรรค 2
ถ้าสั่งฟ้อง พนักงานสอบสวนส่งสำนวนกับความเห็นสั่งฟ้องพร้อมผู้ต้องหาไปยัง พนักงานอัยการ เว้นแต่
(1) ผู้ต้องหานั่นถูกขังอยู่แล้ว ซึ่งโดยหลักแล้วหมายถึงผู้ต้องหาถูกขังในคดีที่เห็นควนสั่งฟ้องมิใช่ผู้ต้องถูกขังในคดีอื่น หรือ
(2) ผู้ต้องหาซึ่งถูกแจ้งข้อหาได้หลบหนีไป ตามปวิอ. ม. 142 วรรค 3
พนักงานอัยการพิจารณาสำนวนแล้ว เห็นชอบด้วนสั่งไม่ฟ้อง ก็ออกคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ถ้าไม่เห็นชอบด้วย ก็สั่งฟ้องและแจ้งให้พนักงานสอบสวนส่งผู้ต้องหามาเพื่อฟ้องต่อไปตาม ปวิอ ม. 143 วรรค 1 (1) ถ้าเห็นชอบด้วยที่สั่งฟ้อง ก็ออกคำสั่งและฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล แต่ถ้าไม่เห็นชอบด้วยก็สัางไม่ฟ้อง ตามปวิอ ม. 143 วรรค 1(2)
ในกรณีหนึ่งกรณีใดดังกล่าว ก่อนออกคำสั่ง พนักงานอัยการมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นการสอบสวนเพิ่มเติมพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ หรือผู้ต้องหาก็ได้ โดยพนักงานสอบสวนจะโต้แย้งคำสั่งไม่ได้ และการสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมมักจะกำหนดประเด็นไปด้วยว่าให้สอบสวนเพิ่มเติมในเรื่องอะไรบ้าง หรือสั่งให้ส่งพยานคนใดมาให้ซักถามเพื่อสัางคดีต่อไป ไม่มีอำนาจสอบสวนเอง และไม่มีอำนาจสั่งให้ส่งผู้ต้องหาคนใดมาซักถามตม ปวิอ ม. 143 วรรค 2 (ก) หรือ กรณีก่อนหรือหลังออกคำสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง พนักงานอัยการมีอำนาจวินิจฉัยว่าควรปล่อยผู้ต้องหา ปล่อยชั่วคราง ควบคุมไว้ หรือ ขอให้ศาลขัง แล้วแต่กรณี แล้วจัดการหรือสั่งการให้เป็นไปตามนั่นตามปวิอ ม. 143 วรรค 2 (ข)


ส่วนคดีฆาตกรรม ซึ่งผู้ตายถูกเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชกานตามหน้าที่ฆ่าตาย หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือผู้ตายถูกกล่างหาว่าต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ตาม ปวิอ ม. 150 วรรค 3 , ม. 155/1 ทำสำนวนโดยแยกเป็น 3 สำนวน ดังนี้
1. สำนวนชันสูตรพลิกศพ ส่งพนักงานอัยการไต่สวนการตาย ตาม ปวิอ. ม. 148 วรรค 1, 2 (2) 150 วรรค 3,4,5 , ม. 155/1
2. สำนวนกล่าวหาว่าผู้ตายต่อสู้ขัดขวางการจับกุมึเจ้าพนักงาน สั่งยุติการดำเนินคดีตาม ปวิอ. ม. 39 (1) ประกอบ ป.อ. ม. 38
3. สำนวนการกล่าวหาเจ้าพนักงานฆ่าผู้ตายโดยเจตนา ตาม ป.อ. ม. 288 ประกอบ ม. 59 เจ้าพนักงานจะอ้างป้องกันตัวตาม ม. 68 รวมสำนวนนี้กับสำนวนไต่สวนชันสูตรพลิกศพเสนออัยการสูงสุด ผู้มีอำนาจออกคำสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง อันได้แก่อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทน จะมอบหมายให้บุคคลอื่นสั่งไม่ได้ตาม ปวิอ. ม. 143 วรรค 3
คดีฆาตกรรม หมายถึง ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาตาม ป.อ. ม. 288 ไม่น่าจะรวมถึงฆ่าผู้อื่นตายโดยไม่เจตนาตาม ป.อ. ม. 290 หรือประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม ป.อ. ม.291





พนักงานอัยการมีวิธีสั่งคดี ดังต่อไปนี้ | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม



จำนวนผู้ชม : 229 ครั้ง
ลงวันที่ 04/12/2019 10:52:23






ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ ]
[ดาวน์โหลดข้อมูล เตรียมสอบ คลิก!]


ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

ระบุ คำค้น เช่น law, ฎีกา, ศาล, อาญา..

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง 2/72

เตรียมสอบเนติ วิอาญา 2/72

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

      


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 24165 คน