ลอว์สยาม ดอทคอม เตรียมสอบ 3 สนาม




ย้อนกลับสู่หน้า เตรียมสอบ 3 สนาม สกัดหลัก จับประเด็น พิสดาร! >> รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา

ชื่อไฟล์ : หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง การทำร้ายคนหลายคนในระยะเวลาติดต่อกัน / กิติ บูรพรรณ์
หมวด : รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา
สิทธิใช้งาน : สำหรับสมาชิก (กลุ่มผู้สนับสนุน) เตรียมสอบ 3 สนาม กลุ่มที่ 17 และกลุ่มที่ 18 (ใช้งานทั้งหมดทุกกลุ่ม*) อ่านรายละเอียด
ขนาด : ไม่ระบุ
   
 


รายละเอียด

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2532  

     
ป.อ. มาตรา 72, 90, 295, 297

  
จำเลยใช้มีดปังตอฟันโจทก์ร่วมที่ 1 ถูกที่หน้าผากด้านขวาได้รับบาดเจ็บสาหัสจำเลยจะฟันซ้ำ โจทก์ร่วมที่ 2ซึ่งเป็นภรรยาของโจทก์ร่วมที่ 1 วิ่งเข้ามาขวางไว้จึงถูกจำเลยฟันที่ศีรษะ จำเลยจะฟันซ้ำ โจทก์ร่วมที่ 2 ยกมือขึ้นรับจึงถูกฟันที่นิ้วมือเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมที่ 2ได้รับอันตรายแก่กาย จำเลยกระทำโดยบันดาลโทสะ จึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 295 และมาตรา 297 ประกอบด้วยมาตรา 72 แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามป.อ. มาตรา 297 ประกอบด้วยมาตรา 72 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90.

  
________________________________

  
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364,365, 297, 295 และริบของกลาง

 
จำเลยให้การปฏิเสธ

 
นายบุญมี สิมมี และนางเชือน สินมี ผู้เสียหายทั้งสองยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต

 
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 297 ประกอบด้วยมาตรา 72 จำคุก 2 เดือน ของกลางริบคำขออื่นให้ยก

 
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

 
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

 
จำเลยฎีกา

 
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยใช้มีดปังตอฟันทำร้ายโจทก์ร่วมทั้งสองตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาหรือไม่ หากฟังว่าจำเลยกระทำดังกล่าวจริงข้อเท็จจริงก็ฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยกระทำไปโดยบันดาลโทสะตามที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังมาเพราะโจทก์และโจทก์ร่วมมิได้ฎีกาคัดค้านในข้อนี้ ในปัญหาดังกล่าวโจทก์มีตัวโจทก์ร่วมทั้งสองมาเบิกความยืนยันว่า จำเลยใช้มีดปังตอของกลางฟันโจทก์ร่วมที่ 1 ถูกที่หน้าผาก จำเลยจะเข้าฟันซ้ำ โจทก์ร่วมที่ 2 เข้าไปขวางไว้ โจทก์ร่วมที่ 2 จึงถูกจำเลยฟันที่ศีรษะจำเลยฟันซ้ำ โจทก์ร่วมที่ 2 เอามือรับไว้จึงถูกฟันที่นิ้วมือนอกจากนี้ยังได้ความจากนายฉอ้อน คุ้มภัย พยานโจทก์อีกปากหนึ่งว่าพยานได้เห็นชายคนหนึ่งใช้มีดฟันโจทก์ร่วมทั้งสองในขณะเกิดเหตุด้วยเพียงแต่พยานปากนี้ไม่แน่ใจว่าคนที่ใช้มีดฟันโจทก์ร่วมทั้งสองคือจำเลยหรือไม่เท่านั้น สำหรับนายสุชาติ สิมมี บุตรชายโจทก์ร่วมทั้งสองมาเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่าพยานเห็นเหตุการณ์ตอนที่จำเลยกำลังใช้มีดฟันศีรษะโจทก์ร่วมที่ 2 จำเลยฟันซ้ำโจทก์ร่วมที่ 2 เอามือรับมีดหลุดจากมือ ตามคำเบิกความของจ่าสิบตำรวจณรงค์ สุวรรณเขตร์และจ่าสิบตำรวจสาโรจน์ กลิ่นช้าง พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้จับกุมจำเลยได้ความว่าเมื่อพยานทั้งสองไปถึงที่เกิดเหตุ โจทก์ร่วมที่ 2 นำมีดปังตอของกลางมามอบให้พยานแล้วระบุว่าจำเลยเป็นผู้ใช้มีดดังกล่าวฟันโจทก์ร่วมทั้งสอง ตามรายงานความเห็นการตรวจชันสูตรบาดแผลของโจทก์ทั้งสอง เอกสารหมาย จ.4 และ จ.6 นั้น ปรากฎว่าโจทก์ร่วมที่ 1มีบาดแผลที่หน้าผากแถบขวายาว 5 เซนติเมตร โลหิตไหล กะโหลกแตกร้าวส่วนโจทก์ร่วมที่ 2 มีบาดแผลที่ศีรษะด้านข้างแถบซ้ายยาว 2 เซนติเมตรโลหิตไหลและที่ระหว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อยมือซ้ายยาว 4 เซนติเมตรโลหิตไหล สันนิษฐานว่าถูกของแข็งมีคม สำหรับโจทก์ร่วมที่ 1 จะต้องรักษาตัว 30 วัน โจทก์ร่วมที่ 2 จะต้องรักษาตัว 8 วัน นายแพทย์มานิตย์ ศรีปราโมทย์ ผู้รักษาบาดแผลของโจทก์ทั้งสองก็มาเบิกความรับรองรายงานดังกล่าว และยังเบิกความว่าจนกระทั่งวันที่ 24 ตุลาคม2526 ซึ่งเป็นเวลาหลังเกิดเหตุถึงเกือบ 4 เดือน บาดแผลของโจทก์ร่วมที่ 1 ก็ยังไม่หายดีเกิดการอักเสบ โจทก์ร่วมที่ 1 ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีก 4 วัน พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยใช้มีดปังตอฟันทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วมทั้งสองเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมที่ 1 ได้รับบาดเจ็บสาหัสและโจทก์ร่วมที่ 2ได้รับบาดเจ็บ พยานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้ สำหรับโทษที่ศาลอุทธรณ์กำหนดมานั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เหมาะสมแก่รูปคดีแล้วไม่มีเหตุที่จะกำหนดโทษให้เบาลงหรือรอการลงโทษให้จำเลยตามที่จำเลยฎีกาแต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 297 ประกอบด้วยมาตรา 72 โดยไม่ระบุว่าให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ประกอบด้วยมาตรา 72 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดนั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ชัดเจน"

 
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา295, 297 ประกอบด้วยมาตรา 72 แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทจึงให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ประกอบด้วยมาตรา 72 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

    
(ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล - สง่า ศิลปประสิทธิ์ - ศักดา โมกขมรรคกุล)

  
หมายเหตุ

  
 การทำร้ายคนหลายคนในระยะเวลาติดต่อกัน โดยผู้กระทำมีเจตนาในการกระทำแต่ละอันต่างกัน ถือเป็นการกระทำหลายกรรมหรือหลายกระทง ดังเช่น

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2460 ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยได้พบคนหลายคนในสถานที่เดียวกัน และจำเลยได้ใช้ดาบฟันคน 3 คนคนหนึ่งมีบาดแผลถึงบาดเจ็บสาหัส แล้วหันไปฟันอีกคนหนึ่ง และฟันคนอีกคนหนึ่ง ถือว่าการกระทำของจำเลยต่างกรรมต่างวาระกัน จึงเรียงกระทงลงโทษจำเลยเป็น 3 กระทง

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1520/2506 ข้อเท็จจริงได้ความว่า ภ.ผู้ใหญ่บ้าน ส.ตำรวจกับง.ราษฎรไปสืบสวนจับกุมฉ. ผู้ร้ายขณะที่ ภ.สอบถามปากคำฉ. ซึ่งได้รับบาดเจ็บอยู่นั้น จำเลยใช้ไม้ตีทำร้าย ภ.แล้วตีง.และตีส. ด้วย แม้เป็นการกระทำในระยะเวลาติดต่อกัน ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยต่างกรรมต่างวาระกัน เมื่อโจทก์ฟ้องและศาลลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายคนหนึ่งแล้วคดีย่อมเสร็จเด็ดขาดไปเฉพาะกระทงความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายคนนั้นเท่านั้น ส่วนกระทงความผิดที่จำเลยทำร้ายผู้เสียหายอื่นยังหาได้มีการพิจารณาพิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปไม่ โจทก์จึงฟ้องจำเลยอีกได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 539/2509 จำเลยเห็น ก. หาเห็ดอยู่กับ ท.ซึ่งเป็นภริยา จำเลยมีความหึงหวง จึงใช้มีดเข้าไปฟัน ก. 2-3 ทีท.เข้าช่วยป้องกันก.โดยเข้ากอดตัวจำเลยไว้จำเลยแทงท. มาทางข้างหลังจน ท.ล้มลงและแทงอีกหลายครั้งจนท. ถึงแก่ความตายแล้วจำเลยไล่แทงทำร้าย ก. อีกจน ก. ถึงแก่ความตาย การที่จำเลยฟันทำร้าย ก.และแทงทำร้าย ท. ถึงแก่ความตายแต่ละคนนั้น เป็นการกระทำคนละกรรมเพราะจำเลยได้กระทำต่อบุคคลทั้งสองโดยฟันแทงคนละทีกัน ไม่ใช่ฟันหรือแทงครั้งเดียวแต่เกิดผลทำให้คนถูกทำร้ายถึงสองคน แต่สำหรับการกระทำของจำเลยที่กระทำต่อ ก. ตั้งแต่ฟัน ก. แล้ว ท.เข้ามาขัดขวางและในที่สุดจำเลยได้วิ่งไล่ตามไปฟัน ก. ถึงแก่ความตายนั้น เป็นการกระทำต่อเนื่องเป็นกรรมเดียวกัน พฤติการณ์แห่งคดีถือได้ว่าจำเลยทำร้าย ก. และ ท. ต่างกรรมต่างวาระกัน กรณีจึงเข้าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ไม่ใช่มาตรา 90

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1614/2513 จำเลยใช้เหล็กขูดชาฟต์แทงทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ว. ร้องห้ามและเข้าขัดขวาง จำเลยจึงหันมาใช้เหล็กขูดชาฟต์แทงว. เป็นอันตรายแก่กายถึงสาหัส การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1631/2523 จำเลยยิง พ.2 นัด แล้วเจตนายิง ส.และก.ซึ่งเดินตามพ.มาด้วยอีกกระสุนปืนถูกพ.ตายส.ถูกยิง 2 นัด เป็นอันตรายสาหัส กระสุน 1 นัด เฉียด ก. ไป ดังนี้จำเลยมีความผิดฐานฆ่าคน กรรมหนึ่ง กับฐานพยายามฆ่าผู้อื่นอีก 2กรรม (ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ว่านี้เป็นการยิงทั้งหมดรวม 5 นัด โดยยิง พ.2นัดยิงส.2 นัดและยิง ก. 1 นัด)

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1559/2526 ขณะที่ ส. กับน้องชายจำเลยกำลังทะเลาะวิวาทและต่างคนต่างใช้เท้าเตะถีบกันอยู่นั้น จำเลยได้ใช้ปืนยิง ส.1นัดกระสุนปืนถูกส. ล้มลง จากนั้นจำเลยถือปืนวิ่งไปหา พ. ซึ่งยืนดูห่างออกไปประมาณ 1 วาเศษ แล้วใช้อาวุธปืนตีศีรษะ พ.หนึ่งครั้งและยิงที่บริเวณศีรษะอีก1นัดพ. ล้มลง จำเลยวิ่งกลับไปยิง ส.อีก2-3นัดโจทก์ร่วมซึ่งเป็นมารดาของพ. และเป็นแม่ยายของ ส. เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงได้วิ่งหนีไปจากที่เกิดเหตุ จำเลยวิ่งตามและใช้ปืนยิงโจทก์ร่วม 1 นัด แต่กระสุนปืนไม่ถูก เมื่อโจทก์ร่วมล้มลงจำเลยวิ่งไล่ไปทันและได้ใช้อาวุธปืนตีทำร้ายศีรษะโจทก์ร่วมจนเป็นอันตรายแก่กายถึงบาดเจ็บ ส่วน ส.และพ.ได้ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาเพราะบาดแผลที่จำเลยยิง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน กรณีต้องด้วยมาตรา 91แห่งประมวลกฎหมายอาญา จำเลยคงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่น 2 กรรมและมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นอีก 1 กรรม

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2028/2530 ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะที่จำเลยใช้ไขควงแทง ป. ผู้เสียหาย ส. ผู้เสียหายอีกคนหนึ่งได้เข้ามาช่วยเหลือขัดขวางจำเลย จำเลยได้ใช้ไขควงนั้นแทง ส. อีก เป็นการกระทำต่อผู้เสียหายทั้งสองคนละครั้งกันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

 
 แต่อย่างไรก็ดี การทำร้ายคนหลายคนหรือการฆ่าคนหลายคนอันเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในเวลาต่อเนื่องกันและเกิดจากเจตนาอันเดียวกันอาจถือเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวได้ ดังเช่น

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 264/2499 ก. ทำร้าย ข. และ ค. โดยไม่ปรากฏว่าเป็นเจตนาคนละอันกัน ถือเป็นความผิดกรรมเดียว

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429/2515 จำเลยซึ่งเป็นบิดาเอายาฆ่าแมลงให้บุตร 2 คนกินด้วยเจตนาแต่ประการเดียวว่าต้องการให้ลูก ๆ และตนเองตายไปเสียพร้อม ๆ กันเพื่อให้พ้นจากความทุกข์ยาก หาได้มีเจตนาที่อยากจะได้เห็นลูก ๆ ต้องตายแยกเป็นคน ๆ ไปไม่ ปรากฏว่าบุตรคนหนึ่งตายอีกคนหนึ่งแพทย์ให้การรักษาทัน ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว แต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1666/2521 จำเลยมีเจตนาจะฆ่า พ.และย.เพราะมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน จำเลยยิง พ.กับย. ขณะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันเดียวกันมา แม้จะฟังว่าจำเลยยิง พ.กับย.2-3 นัดก็ตาม ก็เป็นการยิงเพื่อเจตนาฆ่า พ.และย. ให้ตายในคราวเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวอันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 70/2532 จำเลยกับพวกมีเจตนาร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคยะลา เพราะเหตุเคยมีเรื่องวิวาททำร้ายกับนักเรียนโรงเรียนซึ่งจำเลยกับพวกเรียนอยู่ โดยจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ให้พวกจำเลยซ้อนท้ายมา เมื่อพบผู้ตายกับผู้เสียหายต่างแต่งกายชุดเครื่องแบบวิทยาลัยเทคนิคยะลาและยืนอยู่ใกล้กันจึงยิงคนทั้งสองในเวลาต่อเนื่องกัน เมื่อไม่ปรากฏว่าพวกจำเลยที่ยิงมีเจตนายิงเฉพาะผู้ตาย แต่เพิ่มเจตนายิงผู้เสียหายอีกคนหนึ่งในภายหลังเป็นพิเศษแล้ว ต้องฟังเป็นคุณแก่จำเลยกับพวกร่วมกันกระทำผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่สองกรรมสองกระทง

 
 ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับที่หมายเหตุเป็นกรณีที่จำเลยใช้มีดปังตอฟันทำร้ายโจทก์ร่วมที่ 1 และจะฟันซ้ำแล้วโจทก์ร่วมที่ 2 ผู้เป็นภริยาของโจทก์ร่วมที่ 1 ได้วิ่งเข้ามาขวางไว้ จึงถูกจำเลยฟันที่ศีรษะ และจำเลยจะฟันซ้ำในระยะเวลาติดต่อกัน โจทก์ร่วมยกมือขึ้นรับจึงถูกฟันที่นิ้วมือเป็นอันตรายแก่กาย โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนาในอันที่จะทำร้ายโจทก์ร่วมที่ 2 แยกต่างหากเป็นคนละอันกับการทำร้ายโจทก์ร่วมที่ 1 ซึ่งแตกต่างจากข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1614/2513 และ 2028/2530 ที่ผู้กระทำมีเจตนาที่จะกระทำต่อผู้เข้ามาขัดขวางหรือช่วยเหลือโดยตรงอีกทางหนึ่งดังนั้น ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกาในคดีเรื่องนี้จึงเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 มิใช่ความผิดหลายกรรมตามมาตรา 91 ดังเช่นกรณีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1614/2513 และ 2028/2530

 
  กิติ  บูรพรรณ์


---------------------------------------------------------------------
ข้อมูลความรู้ แบ่งปันสมาชิก เพื่อประโยชน์สำหรับการศึกษา เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากสมาชิกเว็บไซต์ ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
---------------------------------------------------------------------

จำนวนเข้าชม/ดาวน์โหลด : 19 ครั้ง

 
หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง การทำร้ายคนหลายคนในระยะเวลาติดต่อกัน / กิติ บูรพรรณ์ |รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา ที่ LawSiam.com






 
 
 
 
 


คำแนะนำ

1. สกัดคำพิพากษาฎีกาเด่น 5 ดาว ที่น่าสนใจ สำหรับเตรียมสอบ 3 สนาม (เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)อัพเดท
2. สำหรับสมาชิกเตรียมสอบ 3 สนามกลุ่มที่ 3 และกลุ่มรวม(ใช้งานทั้งหมด)
3. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานดาวน์โหลดข้อมูล เอกสาร ทุกครั้ง
4. ติดต่อสอบถามการใช้งาน หรือ พบปัญหาใดๆ ติดต่อสอบถามทีมงาน ที่ support@lawsiam.com


ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ





เลือกประเภท:





[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ เตรียมสอบ??]

ลืม Username/Password?

กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหากฎหมาย ทั่วโลก

เตรียมสอบเนติ วิแพ่ง อัพเดท

เตรียมสอบเนติ วิอาญา อัพเดท

ค้นหา ฎีกาเด่น 3 สนาม*

คำค้น :
ระบุ เช่น ละเมิด, หนี้, ทรัพย์ ,288

กลุ่มสังคมออนไลน์

       


ผู้ใช้งานในระบบ/สนับสนุน 21205 คน

Donations



ท่านสามารถร่วมสนับสนุนพัฒนาเว็บไซต์ LawSiamโดย Donate ผ่าน PayPal ได้ไม่จำกัด.
(Anyone can join or donate)