การจดทะเบียนสมรสซ้อน คือ การจดทะเบียนสมรสอีกครั้ง ในขณะที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังมิได้หย่าขาดจากคู่สมรสเดิมของเขา อันเป็นข้อห้ามตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะครอบครัว ห้ามไม่ให้ชาย หรือหญิงทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่ การจดทะเบียนสมรสนั้นกฎหมายยังกำหนดอีกว่า การจดทะเบียนสมรสซ้อนกฎหมายถือว่าเป็นโมฆะคือเสียเปล่ามาตั้งแต่วันที่จดทะเบียนสมรสซ้อน อันส่งผลให้การสมรสครั้งที่สองไม่มีผลทางกฎหมายทันที แม้ว่าคู่สมรสคนแรกจะหย่าขาดจากกันแล้ว หรือถึงแก่ความตายก็ไม่มีผลทำให้คู่สมรสคนที่ จดทะเบียนซ้อนกลับกลายมาเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายได้ การสมรสซ้อนยังเป็นความผิดอาญาอีกด้วย สิทธิในทางกฎหมายที่เกิดขึ้นต่อคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง กรณีเกี่ยวกับสิทธิในทางทรัพย์สินระหว่างทั้งสองฝ่ายนี้ ไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางทรัพย์สิน ที่ฝ่ายใดมีหรือได้มาไม่ว่าก่อน หรือหลังที่มีการจดทะเบียนสมรสซ้อนอันรวมถึงดอกผลของทรัพย์สิน ยังคงเป็นของฝ่ายนั้นอยู่ แต่บรรดาทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันก็ให้แบ่งคนละครึ่ง สิทธิในมรดก ที่จะได้รับจากการจดทะเบียนสมรสซ้อนนั้น กฎหมายระบุไว้ว่า "การสมรสซ้อนเป็นโมฆะ ไม่ทำให้ชายหรือหญิงที่สมรสโดยสุจริตเสื่อมสิทธิที่ได้มา" หมายความว่า ภรรยา หรือสามีคนแรกตามทะเบียนสมรส ยังมีสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมของคู่สมรส แต่การสมรสซ้อนที่เป็นโมฆะ ไม่ทำให้คู่สมรสที่จดทะเบียนซ้อน มีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งแต่อย่างใด ความสัมพันธ์ระหว่างบุตรที่เกิดจากการจดทะเบียนสมรสซ้อนที่เป็นโมฆะนั้น การจดทะเบียนซ้อนไม่ทำให้การเป็นพ่อ-ลูกกันเป็นโมฆะไปด้วยครับ บุตรที่เกิดมายังถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาไม่ว่าการสมรสจะเป็นโมฆะเพราะเหตุใดก็ตาม เพราะกฎหมายต้องการคุ้มครองเด็กให้มีพ่อเด็กจึงมีสิทธิที่จะรับมรดกของบิดาในฐานะที่เป็นทายาทคนหนึ่ง สำหรับภรรยาที่จดทะเบียนสมรสก่อนจะฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษา ให้การสมรสเป็นโมฆะนั้น ไม่มีอายุความครับ ท่านจะฟ้องเมื่อใดก็ได้ แม้เพิกเฉยไม่ฟ้องคดี จนเวลาล่วงเลยมานานถึง 20 ปีจึงมาฟ้องคดีก็ตาม คดีก็ไม่ขาดอายุความและไม่ถือว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตแต่อย่างใด ถ้าการจดทะเบียนสมรสซ้อนเกิดเพราะฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง ใช้กลอุบายปกปิด หลอกลวง จนอีกฝ่ายไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่า ฝ่ายนั้นได้จดทะเบียนสมรสกับบุคคลอื่นอยู่ก่อนแล้ว ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องร้องผู้ปกปิดความจริงในเรื่องที่มีการจดทะเบียนสมรสอยู่แล้วเป็นความผิดกฎหมายอาญาฐาน "แจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน" ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย มีโทษจำคุก 6 เดือน หรือปรับ 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามมาตรา 137) และยังมีความผิดฐาน "แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ" (ตามมาตรา 267) มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ท่านที่กำลังจะทำการจดทะเบียนสมรสกับคนที่ท่านรัก ถ้าดูๆ แล้วรู้สึกว่าเขาหรือเธออาจมีอะไรไม่ชอบมาพากล ก่อนที่จะทำการจดทะเบียนสมรสควรที่จะตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนครับว่าเขา หรือเธอคนนั้นได้มีการจดทะเบียนสมรสกับใครไว้ก่อนแล้วหรือไม่เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อน จะได้ไม่ต้องเสียใจในภายหลัง ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่สำนักงานบริหารการทะเบียนกลาง กรมการปกครอง (วังไชยา) แต่ท่านต้องเดินทางไปตรวจสอบด้วยตนเองนะครับ ในต่างประเทศการจดทะเบียนสมรสซ้อนก็ถือว่าเป็นความผิดทางอาญาเหมือนกัน เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา
เรียงพิมพ์/อ้างอิง : http://www.siamturakij.com/main/news_content.php?nt=4&nid=897