อำนาจทนายความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3596/2560 (หน้า 155 เล่ม 1) แม้จำเลยจะตั้ง ส.เป็นทนายความของจำเลยภายหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาคดีแล้วก็ตาม แต่ ส.จะใช้สิทธิในการอุทธรณ์คดีนี้แทนจำเลยก็ต้องได้รับมอบอำนาจจากจำเลยโดยชัดแจ้งให้ใช้สิทธิในการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วย ตามใบแต่งทนายความที่จำเลยตั้ง ส.เป็นทนายความระบุให้ ส.มีอำนาจยอมรับตามที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง การถอนฟ้อง การประนีประนอมยอมความและขอให้พิจารณาคดีใหม่ ซึ่งเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นเท่านั้น ไม่ได้ระบุให้มีอำนาจใช้สิทธิในการอุทธรณ์ ส.จึงไม่มีอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาใช้สิทธิในการอุทธรณ์คดีนี้แทนจำเลยได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 62 ประกอบ ป.วิ.อ.มาตรา 15 คำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ที่ ส.ลงลายมือชื่อเป็นผู้ร้องโดยไม่มีอำนาจจึงเป็นคำร้องที่ไม่ชอบ ที่ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์จึงไม่ชอบ ทั้งอุทธรณ์ของจำเลยที่ ส.ลงลายมือชื่อเป็นผู้อุทธรณ์โดยไม่มีอำนาจ จึงเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ.มาตรา 158(7) ประกอบมาตรา 215 (หมายเหตุ 1. คดีนี้ศาลฎีกาได้วางหลักว่า ใบแต่งทนายความต้องมีข้อความชัดแจ้งว่า ผู้แต่งทนายความได้มอบอำนาจให้ทนายความดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาด้วย มิฉะนั้นแล้วก็จะใช้ได้เฉพาะในศาลชั้นต้นเท่านั้น 2.การที่ทนายความบางท่านใช้ข้อความว่า ให้ดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย ศาลฎีกาจะพิจารณาไปในทางใดต่อไป)