หลักกฎหมาย เงื่อนไขบังคับก่อน เงื่อนไขบังคับหลัง เงื่อนเวลา | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

หลักกฎหมาย เงื่อนไขบังคับก่อน เงื่อนไขบังคับหลัง เงื่อนเวลา


เงื่อนไขบังคับก่อนกับผลบังคับใช้กฎหมาย

เงื่อนไขบังคับก่อนเป็นหลักกฎหมายแพ่งที่ก่อกำเนิดมาตแต่สมัยโรมัน และถูกนำมาบัญยัติเป็นลายลักษณ์อักษรในประมวลกฎหมายแพ่ง
เงื่อนไขบังคับก่อนเป็นข้อยับยั้งมิให้นิติกรรมเกิดผลบังคับใช้ หากมิได้เป็นไปตามเงื่อนไขบังคับก่อนไม่อาจจะถือว่านิติสัมพันธ์ได้ก่อขึ้นมีผลบังคับผูกพันในสิทธิและหน้าที่ของเจ้าหนี้และลูกหนี้ในมูลหนี้นั้น

ในหลักกฎหมายมหาชนที่มีวิวัฒนาการสืบเนื่องจากกฎหมายแพ่งดดยมีกฎหมายแพ่งเป็นพื้นฐานของกฎหมายมหาชนเทาาที่ไม่ขัดต่อลักษณะเฉพาะกฎหมายมหาชน ได้ยอมรับในการนำหลักกฎหมาจว่าด้วยเงื่อนไขบังคับก่อนมาใช้ในการสร้างนิติสัมพันธ์ทางกฎหมายมหาชน ทั้งในการตรากฎหมาย และการออกนิติกรรมทาบปกครอง ดังเช่น คำสั่งทาบปกครองที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอาจกำหนดเงือนไขบังคับก่อนหรือเงื่อนไขบังคับหลังในคำสั่งทาบปกครองได้ตามมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙

สำหรับเงื่อนไขบังคับก่อนหรือเงื่อนไขบังคับหลัง และเงื่อนเวลาบังคับก่อนหรือเงื่อนเวลาบังคับหลังในการตรากฎหมายก็ย่อมมีได้เช่นกัน ดังเช่น
๑.เงื่อนเลาบังคับก่อนในกฎหมาย เชน พระราชบัญญัติฉบับนี้ให้มีผลบังคับเมื่อพ้นจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบิกษาร้อยแปดวัน เป็นต้น
๒.เงื่อนเวลาบังคับหลัง เช่น พระราชกำหนดบริหารสินทรัพย์สิยไทย ที่กำหนดให้พระราชกำหนดมีผลบังคับเป็นเวลาสิบปี เป็นต้น
๓.เงื่อนไขบังคับก่อน เช่น พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัด/ศาลแขวงฯ ที่มักจะกำหนดว่า ให้ศาลจังหวัดเปิดทำการก็ต่อเมื่อได้ตราพระราชกฤษฎีกาประกาสเปิดทำการศาล เป้นต้น
๔.เงือนไขบังคับหลัง เช่น พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ มักจะกำหนดว่า หากมิได้ทำการเวนคืนหรือใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ภายในกำหนดเวลาห้าปี ให้ถือว่าพระราชบัญญัติถูกยกเลิก เป็นต้น

ปัญหาเรื่องเงื่อนเวลา,เงื่อนไขในการตรากฎหมายนั้น เราจะพบว่า การกำหดเงื่อนไขบังคับก่อนในตรากฎหมายให้มีผลบังคับใช้จะเป็นปัญหาในการใช้และการตีความกฎหมายมากที่สุด เนื่องจากมีความเข้าใจในถ้อยคำที่เขียนว่าจะเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนหรือไม่ แตกต่างกันออกไป ซึ่งปัญหานี้มิใช่เพียงแต่ผู้เริ่มเรียนกฎหมายหรือประชาชนทั่วไปเท่านั้นที่มีความเห็นแตกต่างกัน แม้แต่ในวงการกฎหมายทร่เป็นองค์กรระดับชาติก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน ดังเช่น กรณีสิทธิในชุมชน สิทธิในการฟังรับความคิดเห็นประชาชนในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ มาตรา ๖๖,๖๗ ว่าสิทธิของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ แต่ยังไม่มีการตรากฎหมายเพื่อนุวัติตาม จะมีบังคับผูกพันหรือไม่ โดยคณะกรรมการกฤษฎีกามี(เรื่องเสร็จที่ ๔๙๑-๔๙๓/๒๕๕๒) ความเห็นว่า ยังไม่มีผลบังคับช้เพราะมีเงื่อนไขบังคับก่อนในการตรากฎหมายอนุวัติมารองรับ แต่ศาลปกครองสูงสุด (คำสั่งที่ ๕๙๒/๒๕๕๒) เห็นว่า บทบัญญัติมาตรา ๖๖,๖๗ มีผลบังคับใช้รับรองสิทธิประชาชนแล้ว การตรากฎหมายอนุวัติตามนั้นมิใช่เป็นเงือนไขบังคับก่อนของบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว ตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๓/๒๕๕๑ เป็นต้น

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการจะพิจารณาถ้อยคำตัวบทกฎหมายว่า กรณีใดเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนหรือไม่นั้นมีความยากในการแยกแยะพอสมควร มิอาจจะเข้าได้โดยพิจารณาแต่ถ้อยคำกฎหมายโดยลำพัง จะต้องพิจารณาหลักการและทฤษฎีประกอบถ้อยคำจึงจะเข้าใจได้


 ปิดหน้านี้  กดพิมพ์ (Print) หน้านี้

www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม