หลักประชาธิปไตย (das demokratische)
เป็นระบอบการปกครองแบบหนึ่งซึ่งการปกครองเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนผู้ที่อยู่
ภายใต้การปกครอง การปกครองแบบประชาธิปไตยจึงเป็นการปกครองตนเองของผู้อยู่ภายใต้การ
ปกครอง ซึ่งประชาชนเป็นทั้งผู้ถูกปกครอง และผู้ปกครอง มีรากฐานอยู่บนแนวความคิดของเสรีภาพ
(Liberty) และความเสมอภาค (Equality) ซึ่งหลักประชาธิปไตยมีข้อสาระสําคัญ ๔ ประการ ดังนี้
๑.๑) อํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ซึ่งแนวความคิดนี้มีรากฐานมาจากแนวความคิดของ รุสโซ (Rousseau)
(แนวความคิดที่ว่า เจตจํานงของประชาชนคือเจตจํานงทั่วไป เจตจํานงทั่วไปกับเจตจํานงของทุกคนนั้นย่อมแตกต่างกัน เจตจํานงทั่วไปย่อมมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ส่วนเจตจํานงของทุกคนนั้นมักมุ่งประโยชน์ส่วนตัว)
๑.๒) หลักเสรีประชาธิปไตยแบบเสรี คือ หลักประชาธิปไตยที่ยอมรับความหลากหลาย มีลักษณะเป็นสังคมที่ยอมรับความหลากหลายทางความคิด จึงต้องมีการถกเถียงกันในทางความคิดเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่สังคมยอมรับ จึงเป็นหลักที่รับรองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นรับรองเสรีภาพในการชุมนุม (โดยเฉพาะเสรีภาพในทางการเมือง) ระบบนี้จึงเป็นระบบหลายพรรค ซึ่งต่างกับแนวความคิดของประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์ที่เป็นระบบพรรคเดียว
๑.๓) หลักเสียงข้างมาก การปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นการปกครองโดยหลักเสียงข้างมาก เป็นเครื่องสะท้อนว่าเสียงข้างมากเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ทั้งนี้ต้องเคารพฝ่ายเสียงข้างน้อย เพราะฝ่ายข้างน้อยย่อมมีโอกาสกลับกลายเป็นฝ่ายข้างมากได้เช่นเดียวกัน ซึ่งระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่มีหลากหลายความคิด แต่อาศัยหลักเสียงข้างมากเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาต่างๆ
๑.๔) ประชาธิปไตยโดยทางผู้แทน ปัจจุบันเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยทางผู้แทน หรือประชาธิปไตยโดยพรรคการเมือง ซึ่งอาจเป็นประชาธิปไตยโดยทางผู้แทนในระบบรัฐสภา หรือระบบประธานาธิบดีหรือระบบกึ่งประธานาธิบดี แต่มีแนวโน้มเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบผสมมากขึ้น โดยมีการใช้ประชาธิปไตยทางตรงเข้ามาใช้ด้วย เพราะเกิดจากความไม่ไว้วางใจในระบบผู้แทน