หลักนิติธรรม (The Rule of Law)
จากแนวความคิดเรื่องนิติรัฐ เกิดขึ้นจากการที่ราษฎรต่อสู้กับการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์โดยราษฎรเริ่มเรียกร้องเสรีภาพขึ้น เป็นความคิดของประชาชนที่ศรัทธาในลัทธิปัจเจกนิยม (Individualism) รัฐธรรมนูญของรัฐจะเป็นนิติรัฐได้จําต้องมีบทบัญญัติในประการสําคัญกล่าวถึงหลักประกันสิทธิและเสรีภาพของราษฎรด้วย เช่น เสรีภาพในร่างกาย ในทรัพย์สิน ในการทำสัญญา และในการประกอบอาชีพ ในฐานะนี้รัฐจึงมีสภาพเป็นคนรับใช้ของสังคมโดยถูกควบคุมอย่างเคร่งครัด เห็นได้ว่า การที่รัฐจะเคารพต่อเสรีภาพต่างๆ ของราษฎรได้นั้น ย่อมมีอยู่วิธีเดียว ก็คือ การที่รัฐยอมตนอยู่ใต้บังคับแห่งกฎหมายโดยเคร่งครัดเท่านั้น และตราบใดที่กฎหมายยังใช้อยู่กฎหมายนั้นก็ผูกมัดรัฐอยู่เสมอ ประเทศที่เป็นนิติรัฐได้จะต้องมีลักษณะสําคัญ ๓ ประการ ดังนี้
๑) กฎหมายจะต้องเป็นไปตามกฎหมายและชอบด้วยกฎหมายหลักประกันสิทธิและเสรีภาพของราษฎรอยู่ที่กฎหมาย
๒) ขอบเขตแห่งอํานาจหน้าที่ของรัฐย่อมกําหนดไว้แน่นอน เริ่มจากการแบ่งแยกอํานาจ คืออํานาจนิติบัญญัติอํานาจบริหาร และอํานาจตุลาการ โดยมีขอบเขตในการใช้อํานาจของรัฐ มีการตรวจสอบถ่วงดุลอํานาจซึ่งกันและกัน
๓) ผู้พิพากษาจะต้องมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดีโดยจะต้องมีหลักประกันดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญ
แนวความคิดเรื่องนิติรัฐนี้เองก่อให้เกิด หลักนิติธรรม (The Rule of law) ขึ้นในระบบกฎหมายต่างๆ หลักนิติธรรมนี้คนส่วนใหญ่แปลว่าหลักการปกครองโดยกฎหมาย เป็นแนวคิดมาตั้งแต่โบราณในสมัยกรีกโบราณ มาจากการค้นหาหลักการปกครองบ้านเมืองที่ดีที่สุด สืบเนื่องจากนักปราชญ์นามว่า อริสโตเติล (Aristotle 384-322 B.C) ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ เพลโต้ (Plato 429-348 B.C.) ได้นําความคิดของอาจารย์ที่เคยเสนอมุมมองที่ให้ความสําคัญกับ “กฎหมาย” ซึ่ง เพลโต ได้เสนอมุมมองไว้ว่า
“กฎหมายเป็นสิ่งสูงสุดและการปกครองจะต้องดําเนินตามกฎหมาย หากสังคมสามารถสร้างระบบ
กฎหมายที่ดีและเป็นธรรมขึ้นมาให้คนประพฤติตามได้แม้แต่คนชั่วก็ยังอาจจะมีทางทําความดีขึ้นมาได้
เช่นกัน”
แนวคิดนี้สืบเนื่องมาจาก “การปกครองที่ดีที่สุดคือการปกครองโดยปราชญ์ (Philosopher
King) ซึ่งเป็นคนเก่ง และคนดีมีคุณธรรมประจําใจ ปกครองบ้านเมืองด้วยความถูกต้องชอบธรรม” แต่
ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถหาคนที่ดีมาปกครองบ้านเมืองได้จึงหันมาให้ความสําคัญกับ “กฎหมาย” ในการ
ปกครองแทน โดย อริสโตเติล นําเสนอความคิดที่ว่า “การปกครองโดยกฎหมายเป็นสิ่งที่พึงปรารถนา
มากกว่าการปกครองโดยมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ตาม (...the rule of law, …is preferable to that
of any individual.)”