ใบอนุญาตที่ออกโดยจงใจฝ่าฝืนกฎหมายเป็นโมฆะ ใบอนุญาตเป็นโมฆะแล้วไม่จำต้องเพิกถอนอีก | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

ใบอนุญาตที่ออกโดยจงใจฝ่าฝืนกฎหมายเป็นโมฆะ ใบอนุญาตเป็นโมฆะแล้วไม่จำต้องเพิกถอนอีก


 
 
        ในเรื่องเสร็จที่ 974/2566 คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองได้ให้ความเห็นตอบข้อหารือของเทศบาลตำบลสวนหลวง จังหวัดสมุทรสาคร สรุปได้ว่า กรณีนางสาว ว. ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลสวนหลวง ได้พิจารณาผลการตรวจสอบคำขออนุญาตก่อสร้างอาคารสถานีบริการน้ำมันของบริษัท พ. โดยนายช่างของเทศบาลฯ ซึ่งปรากฏชัดเจนว่า ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกระทุ่มแบนฯ เนื่องจากบริเวณที่จะก่อสร้างเป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยบางประเภท สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบห้า แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ได้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นเกินร้อยละสิบห้าแล้ว อันเป็นกรณีที่ไม่อาจอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารดังกล่าวได้โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่นางสาว ว. กลับเห็นชอบให้ออกใบอนุญาตแก่บริษัท พ. ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นการออกใบอนุญาตที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กรณีจึงเป็นการจงใจออกใบอนุญาตที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง อันเป็นการออกคำสั่งทางปกครองที่มีลักษณะผิดพลาดอย่างร้ายแรงและฝ่าฝืนต่อกฎหมายอย่างชัดแจ้ง ซึ่งมีผลทำให้ใบอนุญาตเป็นโมฆะและไม่มีผลทางกฎหมายมาตั้งแต่ต้น เทศบาลฯ จึงไม่จำต้องเพิกถอนใบอนุญาตอีก แต่สมควรแจ้งผู้รับใบอนุญาตให้ทราบว่า ใบอนุญาตไม่มีผลทางกฎหมายมาตั้งแต่ต้น และดำเนินการให้มีการรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างตามใบอนุญาตต่อไป 
 
         ความเห็นตามเรื่องเสร็จดังกล่าวเป็นตัวอย่างล่าสุดในการนำหลักโมฆะกรรมมาใช้โดยองค์กรทางกฎหมายซึ่งที่ผ่านมาได้มีการนำหลักดังกล่าวมาใช้ในฐานะหลักทั่วไปที่ไม่มีการบัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ศาลปกครองสูงสุดที่เคยวินิจฉัยว่า คำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทั้งที่หน่วยงานของรัฐสอบข้อเท็จจริงได้ความว่า เจ้าหน้าที่ประมาทเลินเล่อธรรมดา มิได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ย่อมเป็นการกระทำที่ผิดพลาดอย่างชัดแจ้งและร้ายแรง ในทางกฎหมายถือเสมือนว่าไม่มีการออกคำสั่งทางปกครอง (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.47/2546) หรือคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองก็เคยให้ความเห็นว่า การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ในเขตป่าไม้ถาวรหรือในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เป็นการออกคำสั่งทางปกครองที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงและฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดแจ้ง ซึ่งไม่มีผลใช้บังคับ (เรื่องเสร็จที่ 268/2552) กรณีตามข้อหารือนี้ คณะกรรมการฯ เห็นควรใช้หลักโมฆะกรรมซึ่งเป็น “ยาแรง” อีกครั้งหนึ่ง เพื่อเตือนเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้ใช้อำนาจออกนอกลู่นอกทางจนเกินไป เพราะเรื่องนี้มิใช่กรณีที่เจ้าหน้าที่สำคัญผิดในข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายและออกคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายธรรมดา แต่เจ้าหน้าที่รู้อยู่โดยชัดแจ้งแล้วว่าไม่อาจออกใบอนุญาตก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันในเขตใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวได้ แต่ยังจงใจฝ่าฝืนกฎหมายออกใบอนุญาตไป จึงต้องถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครองที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงและฝ่าฝืนต่อกฎหมายโดยชัดแจ้ง และเป็นโมฆะ ทั้งนี้ ในการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการในขณะนี้ ได้มีการนำหลักโมฆะกรรมของคำสั่งทางปกครองมาบัญญัติในกฎหมายด้วย เพื่อให้หลักดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจนและมีหลักเกณฑ์ที่เป็นระบบมากยิ่งขึ้น

 

อ้างอิง ที่มา : https://krisdika.go.th/web/bureau-of-administrative-law

 


 ปิดหน้านี้  กดพิมพ์ (Print) หน้านี้

www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม