สรุปหลักเกณฑ์การห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

สรุปหลักเกณฑ์การห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218


สรุปหลักเกณฑ์การห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 218 ได้ดังนี้

หลักเกณฑ์สำคัญในการห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงมี 2 เงื่อนไขหลักที่ต้องพิจารณาประกอบกัน คือ:

  1. ลักษณะคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์:

    • ต้องเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ตามศาลชั้นต้น หรือ แก้ไขเล็กน้อย
    • การแก้ไขเล็กน้อย หมายถึง กรณีที่ศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยในบทมาตราเดิม แต่มีการแก้ไขเพียงเล็กน้อย เช่น การแก้ "วรรค" ของความผิดในบทมาตราเดียวกัน (เช่น แก้จากมาตรา 297 วรรคสาม เป็น มาตรา 297 วรรคหนึ่ง) ซึ่งถือว่าไม่ใช่การแก้บทความผิด
  2. อัตราโทษที่ศาลอุทธรณ์กำหนด:

    • ศาลอุทธรณ์ต้องพิพากษาให้ลงโทษ จำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี (ไม่ว่าจะมีการปรับด้วยหรือไม่ก็ตาม)

ผลของการเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว: หากเข้าเงื่อนไขทั้งสองประการข้างต้น ห้ามมิให้คู่ความ (ทั้งโจทก์และจำเลย) ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง

ตัวอย่างของ "ปัญหาข้อเท็จจริง" ที่ต้องห้ามฎีกา:

  • การโต้เถียงว่าพยานหลักฐานของโจทก์รับฟังได้หรือไม่ว่าจำเลยกระทำความผิด
  • การโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์
  • การโต้เถียงรายละเอียดในเหตุการณ์ เช่น จำเลยมีอาวุธในขณะกระทำความผิดหรือไม่ เพื่อให้ศาลรับฟังข้อเท็จจริงใหม่

ข้อสังเกตเพิ่มเติม:

  • หากคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรานี้แล้ว แม้ศาลชั้นต้นจะดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ (เช่น ไม่ได้แจ้งคำสั่งไม่รับฎีกาให้จำเลยทราบ) แต่หากศาลฎีกาเห็นว่าการส่งสำนวนคืนไปให้ศาลชั้นต้นแก้ไขจะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป เพราะฎีกานั้นต้องห้ามอยู่ดี ศาลฎีกาอาจไม่สั่งให้ส่งสำนวนคืนเพื่อความรวดเร็วและเป็นธรรม

อ้างอิง บทบรรณาธิการเนติ ภาค2 สมัยที่ 78 (เล่มที่ 15)


 ปิดหน้านี้  กดพิมพ์ (Print) หน้านี้

www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม