ขั้นตอนการดำเนินคดีแพ่ง | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

ขั้นตอนการดำเนินคดีแพ่ง




การดำเนินคดีแพ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมีขั้นตอนกำหนดกฎเกณฑ์ ข้อยกเว้นระยะเวลาที่คู่ความจะต้องปฏิบัติค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อนเป็น
การยากพอสมควรในการทำความเข้าใจ การปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายนั้นอาจเกิดความเสียหายแก่คดีได้ ในที่นี้จึงจะขอกล่าวเฉพาะหลักเกณฑ์ทั่วไปที่ควรรู้เท่านั้น แต่หากจะดำเนินคดีแล้วควรที่จะปรึกษานักกฎหมายหรือทนายความผู้รู้เพื่อความ ถูกต้องต่อไป

การฟ้องคดีตามกฎหมายมี 2 กรณี (ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55) คือ
1. เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง
2. บุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล เช่น ร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก หรือร้องขอเลิกนิติบุคคล

ค่าธรรมเนียมศาล
การดำเนินคดีแพ่งนั้นปกติคู่ความจะต้องเสียค่าธรรมเนียศาลเสมอ (เว้นแต่ศาลจะอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา) ค่าธรรมเนียมศาลซึ่งคู่ความจะต้องเสีย เช่น
ค่าขั้นศาล ค่าคำร้อง ค่าแต่งทนาย ค่าอ้างเอกสาร เป็นต้น

ค่าขึ้นศาล (เสียในเวลายื่นคำฟ้อง)

คดีมีทุนทรัพย์
หมายถึง คดีที่คำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์นั้น อาจคำนวนเป็นเงินได้ ได้แก่ คดีที่โจทก์เรียกร้องหรือขอเอาสิ่งใดที่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งยังมิได้เป็นของตนเอง
จากผู้อื่น เช่น คดีกู้ยืม, เช็ค,, ซื้อขาย, ฯลฯ จะต้องเสียค่าขึ้นศาลตามอัตรา 2.50 บาท ทุกหนึ่งร้อยบาท แต่ไม่เกิน 200,000 บาท เศษของหนึ่งร้อยบาทถึงห้าสิบบาทให้นับ
เป็นหนึ่งร้อยบาท ถ้าต่ำกว่าห้าสิบบางให้ปัดทิ้ง

คดีไม่มีทุนทรัพย์
หมายถึง คดีที่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยให้กระทำการหรือละเว้นกระทำกาอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อประโยชน์ของโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กล่าวอ้างหรือ
เรียกร้องเป็นจำนวนเงินหรือทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่ง คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาได้รวมทั้งคดีไม่มี ข้อพิพาทต่าง ๆ เช่น
คดีขอศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก คดีฟ้องขอให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดและชำระบัญชี คดีฟ้องขับไล่ (หากจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ว่าเป็นของจำเลย จะกลายเป็น
คดีมีทุนทรัพย์โจทก์ตองเสียค่าขึ้นศาลตามตำนวนทุนทรัพย์พิพาท) สำหรับคดีไม่มีทุนทรัพย์นั้นเสียค่าขึ้นศาลเรื่องละ 200 บาท

การคืนค่าขึ้นศาล
เมื่อมีการถอนฟ้อง หรือประนีประนอมยอมความ ศาลจะคืนค่าขึ้นศาลให้ตามระเบียบราชการฝ่ายตุลาการฉบับที่ 7 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2521 ดังนี้
1. ก่อนสืบพยาน ให้คืนค่าขึ้นศาลไม่เกิน 3 ใน 4แต่มิให้เหลือน้อยกว่า 200 บาท
2. เมื่อมีการสืบพยานไปบ้างแล้ว ศาลอาจคืนค่าขึ้นศาลให้เป็นกรณีพิเศษ เมื่อมีคำแถลงของคู่ความแสดงเหตุผลเป็นกรณี ๆ ไป

การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง
เมื่อโจทก์ได้มีการยื่นฟ้องแล้ว โจทก์ต้องส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย ภูมิลำเนา หรือสำนักทำการงานของจำเลย เพื่อให้จำเลยให้การแก้คดี
โดยโจทก์ต้องนำเจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายเรียกแก่จำเลยภายใน 7 วัน นับแต่วันยื่นคำฟ้อง และโจทก์ต้องจ่ายค่าพาหนะและค่าป่วยการให้แก่เจ้าพนักงานศาล
หากไม่สามารถส่งให้ตัวจำเลยได้ ศาลอาจสั่งให้ (1) ปิดหมายเรียกไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลยหรือ (2) อาจลงโฆษณา โดย
วิธีอื่นใดตามที่ศาลเห็นสมควร ซึ่งทางปฏิบัติศาลจะให้ส่งโดยประกาศหนังสือพิมพ์ กรณีข้อ (1), (2)นั้น กฎหมายให้มีผลใช้ได้เมื่อกำหนดระยะเวลา 15 วัน
ได้ลงพ้นไปแล้วนับแต่วันปิดหมายหรือประกาศโฆษณา

การยื่นคำให้การ
เมื่อส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยแล้ว จำเลยต้องทำคำให้การเป็นหนังสือยื่นต่อศาลภายใน 15 วัน หรือในกรณีคดีไม่มีข้อยุ่งยาก จำเลยต้องทำคำให้การ
เป็นหนังสือยื่นต่อศาลก่อนหรือในวันนัดพิจารณา
- กรณีปิดหมาย, ประกาศหนังสือพิมพ์ ให้มีผลเมื่อพ้น 15 วัน และจำเลยต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วัน รวมเป็น 30 วัน
- หากจำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด ในคดีมโนสาเร่หรือคดีไม่มีข้อยุ่งยากศาลจะมีคำสั่งว่า "จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ" โดยโจทก์ไม่ต้องขอ ส่วนคดีแพ่งทั่วไป
การขาดนัดยื่นคำให้การเป็นไปโดยผลของกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งของศาลอีก

การชี้สองสถาน
ในคดีที่ไม่มีประเด็นข้อพิพาทยุ่งยาก ศาลจะทำการชี้สองสถานเพื่อกำหนดประเด็นข้อพิพาทที่จะวินิจฉัยกันต่อไป

การสืบพยาน
เมื่อโจทกได้ฟ้องและจำเลยได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีหรือกรณีที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแล้ว ศาลจะนับสืบพยานโจทก์หรือจำเลยแล้วแต่กรณี การสืบพยานนี้คู่ความ
จะนำพยานบุคคลเข้าสาบานตัวและเบิกความต่อศาล และในระหว่างการสืบพยานคู่ความสามารถอ้างเอกสารประกอบการซักถามหรือถามค้าน ได้ เมื่อการสืบพยานของคู่ความ
ทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้นแล้ว ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาต่อไป

การบังคับคดี
คู่ความฝ่ายที่ชนะคดีตามคำพิพากษาสามารถดำเนินการบังคับคดีเพื่อให้มีการปฏิบัติไปตามคำพิพากษาได้ หากคู่ความฝ่ายที่แพ้คดีไม่ยอมปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ใน
คำพิพากษา โดยอาจยึด อายัดทรัพย์ของลูกหนี้ของลูกหนี้ตามคำพิพากษามาขายทอดตลาดหรือจับกุม คุมขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ในกรณีไม่ยอมกระทำการตามที่กำหนด
ไว้ในคำพิพากษา

 

ที่มา http://www.cmic.coj.go.th/pang.htm


 ปิดหน้านี้  กดพิมพ์ (Print) หน้านี้

www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม