๒.๑ ความหมายของคำสนอง คำสนอง คือ การแสดงเจตนาของผู้สนองรับต่อผู้เสนอตกลงรับทำสัญญาตามคำเสนอ หรืออาจสรุปสั้น ๆว่า คำสนอง คือ คำตอบรับทำสัญญาตามคำเสนอ คำสนองเป็นนิติกรรมฝ่ายเดียวซึ่งต้องผูกพันผู้สนองรับ แต่จะต้องแสดงเจตนาต่อผู้เสนอเท่านั้น เมื่อคำเสนอคำสนองถูกต้องตรงกัน ก็จะเกิดเป็นสัญญาผูกพันทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ หมายความว่า การแสดงเจตนาทำคำสนองนั้น จะต้องมาถึงผู้เสนอก่อนคำเสนอสิ้นความผูกพัน และคำสนองนั้นจะต้องไม่มีข้อไขอันไม่ตรงตามคำเสนอของผู้เสนอ ถ้าคำเสนอมาถึงเมื่อคำเสนอสิ้นความผูกพันแล้ว หรือมีข้อไขไม่ตรงตามคำเสนอของผู้เสนอ สัญญาย่อมไม่เกิด
๒.๒ ลักษณะของคำสนอง
๒.๒.๑ คำสนองเป็นนิติกรรมฝ่ายเดียว ซึ่งต้องมีผู้รับการแสดงเจตนา
๒.๒.๒ คำสนองอาจแสดงเจตนาโดยชัดแจ้ง โดยปริยาย หรือโดยการนิ่งก็ได้ ต่างกับคำเสนอซึ่งจะต้องเป็นการแสดงเจตนาโดยชัดแจ้ง
๒.๒.๓ คำสนองต้องมีข้อความชัดเจนแน่นอนปราศจากข้อไข โดยเฉพาะคำสนองด้วยการแสดงเจตนาโดยชัดแจ้ง
๒.๒.๔ คำเสนอต้องแสดงเจตนาต่อบุคคลโดยเจาะจง คือ แสดงเจตนาต่อผู้เสนอ หรือตามที่ผู้เสนอกำหนดไว้ ต่างกับคำเสนอซึ่งอาจแสดงเจตนาต่อบุคคลโดยเจาะจง หรือต่อสาธารณชนก็ได้
๒.๒.๕ คำสนองจะต้องตอบมาภายในเวลาที่ระบุในคำเสนอ หรืออย่างน้อยภายในเวลาอันควรคาดหมายว่าจะมีการบอกกล่าวสนองรับหรือขณะที่มีคำเสนอแล้วแต่กรณี
๒.๓ ผลของคำสนอง
๒.๓.๑ เมื่อมีการสนองรับตามคำเสนอ สัญญาย่อมเกิดขึ้น แต่จะต้องสนองรับก่อนคำเสนอสิ้นความผูกพัน กล่าวคือ
๒.๓.๑.๑ คำเสนออันบ่งระยะเวลาให้ทำคำสนองไว้ ไม่ว่าจะเป็นคำเสนอต่อบุคคลซึ่งอยู่เฉพาะหน้า หรือต่อบุคคลซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางก็ตาม ต้องสนองรับภายในกำหนดเวลานั้น ตามมาตรา ๓๕๗
๒.๓.๑.๒ คำเสนอต่อบุคคลซึ่งอยดู่เฉพาะหน้า อันมิได้บ่งระยะเวลาให้ทำคำสนองไว้ เสนอ ณ ที่ใดเวลาใด ต้องสนองรับ ณ ที่นั้นเวลานั้น ตาม มาตรา ๓๕๖
๒.๓.๑.๓ คำเสนอต่อบุคคลซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางอันมิได้บ่งระยะเวลาให้ทำคำสนองไว้ ต้องสนองภายในระยะเวลาอันควรคาดหมาย ตาม มาตรา ๓๕๕ คำเสนอสิ้นความผูกพันเพราะเหตุไม่มีการสนองรับ
๒.๓.๒ คำสนองนั้นถอนไม่ได้
๒.๓.๓ คำสนองนั้นไม่สิ้นความผูกพันเพราะเหตุผู้สนองรับตายหรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ
๒.๔ คำสนองกลายเป็นคำเสนอ
๒.๔.๑ คำสนองที่สัญญาไม่เกิดขึ้น อาจกลายเป็นคำเสนอขึ้นใหม่ ดังนี้
๒.๔.๑.๑ คำสนองที่มาถึงล่วงเวลา ตามมาตรา ๓๕๙ วรรคหนึ่ง
๒.๔.๑.๒ คำสนองที่มีข้อความเพิ่มเติม มีข้อจำกัด หรือมีข้อแก้ไขอย่างอื่นประกอบด้วย ตามมาตรา ๓๕๙ วรรคสอง
๒.๔.๒ คำสนองที่ไม่กลายเป็นคำเสนอขึ้นใหม่
๒.๔.๒.๑ เมื่อผู้รับคำเสนอบอกปัดคำเสนอจนคำเสนอสิ้นความผูกพันไปแล้ว ตามมาตรา ๓๕๗
๒.๔.๒.๒ เมื่อผู้เสนอถอนคำเสนอต่อบุคคลซึ่งอยู่เฉพาะหน้า อันมิได้บ่งระยะเวลาให้ทำคำสนองไว้ ซึ่งมีสิทธิถอนได้ก่อนที่จะมีการสนองรับ ตาม มาตรา ๓๕๖
๒.๔.๒.๒ ถ้าเป็นข้อความที่ผู้กล่าวเข้าใจว่ามีสัญญากันอยู่แล้วจึงขอให้ชำระหนี้ให้เสร็จไปตามสัญญา ไม่เป็นคำสนอง