ความแตกต่างของกฎหมายมหาชนกับกฎหมายเอกชน มีดังนี้
เมื่อได้เห็นความแตกต่างระหว่างกฎหมายมหาชนกับกฎหมายเอกชน จึงเห็นประโยชน์ในการแบ่งแยกประเภทของกฎหมาย คือ
ก . การตีความหรือแปลกฎหมาย หมายความว่าถ้าข้อความในกฎหมายใดบัญญัติไว้ไม่ชัดเจน จำต้องมีการตีความให้ชัดแจ้ง ถ้าเป็นกฎหมายมหาชน การตีความจะต้องตีความอย่างเคร่งครัด คือ ถ้าการกระทำใดไม่อาจเข้าเกณฑ์ความผิดของกฎหมายอย่างชัดแจ้งจะลงโทษผู้กระทำความผิดยังไม่ได้และในกรณีเป็นที่สงสัยจะต้องตีความให้เป็นผลดีแก่ผู้กระทำความผิด เช่น ในกรณีสงสัยจะลงโทษผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่ได้ เพราะโทษทางกฎหมายมหาชนเป็นโทษที่มีลักษณะรุนแรง เช่น ประหารชีวิต จำคุก เป็นต้น ส่วนการตีความกฎหมายเอกชน มีหลักว่าศาลจะยกฟ้องโดยอ้างว่าไม่มีตัวบทกฎหมายบัญญัติมาได้ ฉะนั้นการตีความแม้ว่ากฎหมายบัญญัติไว้ไม่ชัดแจ้งจะต้องมีความต่อไปโดยอาศัยเจตนารมณ์ของผู้ร่าง และถ้ายังไม่ได้ความชัด ก็จะต้องตีความต่อไป โดยอาศัยจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่น และถ้าไม่มีให้อาศัยบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งเป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม