การกระทำเกี่ยวกับทรัพย์สินภายหลังศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ (มาตราร24) พรบ ล้มละลาย | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

การกระทำเกี่ยวกับทรัพย์สินภายหลังศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ (มาตราร24) พรบ ล้มละลาย


มาตรา24 เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลุกหนี้แล้ว ห้ามมิให้ลูกหนี้กระทำการใดๆเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการ เว้นแต่จะได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

5.1) ที่ว่าเมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลุกหนี้แล้ว ห้ามมิให้ลูกหนี้กระทำการใดๆเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตน เช่น ลูกหนี้ไม่มีอำนาจสั่งจ่ายเช็คของตน---ไม่มีอำนาจทำสัญญาซื้อขายกับบุคลใดๆได้—ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์ของตนในคดีแพ่ง –หรือขอถอนการบังคับคดีอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของตน ฯลฯ

5.2) ข้อห้ามมิให้ลุกหนี้กระทำการใดๆเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตนนั้น มีข้อยกเว้น กล่าวคือ เว้นแต่จะได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
5.2.1) คำว่า”ศาล”ในมาตรา24 หมายถึงศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีล้มละลายนั้นเอง(ฎีกา5643/40วินิจฉัยว่า ศาลที่พิจารณาคดีอาญาไม่มีอำนาจให้ความเห็นชอบหรือมีคำสั่งในกรณีที่จำเลยผ่อนชำระเงินตามเช็คให้แก่ผู้คัดค้านภายหลังจำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเพื่อให้ผู้คัดค้านถอนฟ้องคดีอาญาแก่จำเลย การจดรายงานกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวมิใช่การให้ความยินยอมตาม24
-จำเลยซึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว ศาลมีคำสั่งให้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายใน5วันคำสั่งดังกล่าวมีความหมายชัดเจนว่าให้จำเลยมีสิทธิใช้จ่ายเงินของตนเป็นค่าธรรมเนียมในการนำส่งหมายได้แล้ว(ฎีกา2643/47 นี้ วินิจฉัยว่าจำเลยจะอ้างเหตุว่าที่ไม่วางเงินในการส่งสำเนาอุทธรณ์ดังกล่าวเกรงว่าจะผิดคำสั่งศาลไม่ได้ เพราะคำสั่งของศาลที่ให้จำเลยซึ่งอุทธรณ์นำส่งหมายเป็นคำสั่งของศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีล้มละลายนั้นเอง)
5.2.2) คำสั่งศาลที่ให้จำเลยซึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจัดการนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ เท่ากับเป็นคำสั่งตาม24 ที่อนุญาตให้ใช้จ่ายเงินของตนเป็นค่าธรรมเนียมนำส่งสำเนาอุทธรณ์นั้นแล้ว-ฎีกา2643/47
--ข้อสังเกตบางประการ
(1) ปัญหาว่า หนี้ที่ฝ่าฝืน24ซึ่งตกเป็นโมฆะ หากเจ้าหนี้ถือว่าลูกหนี้กระทำละเมิดทำให้เจ้าหนี้เสียหาย กรณีเช่นนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องลูกหนี้เป็นจำเลยได้(แต่ฟ้องจ.พ.ท.ไม่ได้) และมิใช่คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลตาม25ด้วย โดยเมื่อเป็นหนี้ภายหลังเมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้วจึงเป็นความรับผิดของลูกหนี้ ซึ่งมิได้เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลายโดยตรง(ฎีกา4851/45นี้ ข้อเท็จจริงคือลูกหนี้ซึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์นำที่ดินไปจำนองแก่ผู้รับจำนอง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าฝ่าฝืนต่อ24 จำนองตกเป็นโมฆะ แม้หากการกระทำของลุกหนี้จะเป็นการละเมิดต่อโจทก์และมีหนี้ที่จะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ แต่หนี้ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว โจทก์ไม่อาจนำมายื่นขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตาม27,91และ94 โจทก์ชอบที่จะฟ้องลุกหนี้เป็นจำเลยโดยตรง จะฟ้องจ.พ.ท.ไม่ได้)
(2) มาตรา22,24และ25 ไม่ห้ามบุคคลล้มละลายที่จะร้องขอให้ศาลตั้งผู้อื่นเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
(3) ผลของกิจการและทรัพย์สินที่ลูกหนี้กระทำตาม24 หมายถึงเฉพาะแต่ผลเกี่ยวกับการกระทำของลูกหนี้ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้เอง ไม่มีผลถึงการจัดการทรัพย์สินของบุคคลอื่นที่อยู่ในอำนาจของลูกหนี้ที่สามารถกระทำได้โดยชอบ เช่น หากเป็นการจัดการกิจการและทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากลูกหนี้ มิใช่ลูกหนี้ที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์ ลูกหนี้ย่อมมีอำนาจจัดการได้ จ.พ.ท.ไม่มีอำนาจเข้าไปจัดการแทน---หรือโจทก์ฟ้องให้ลูกหนี้รับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตาย แม้ลูกหนี้ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ก็ไม่ห้ามลูกหนี้ที่จะต่อสู้คดีในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายต่อไปได้ จ.พ.ท.จะเข้ามาดำเนินคดีแทนลูกหนี้ไม่ได้
-กรณีลูกหนี้เป็นกรรมการบริษัทจำกัด เมื่อกรรมการบริษัทเป็นบุคคลล้มละลาย ย่อมขาดจากตำแหน่งกรรมการของบริษัทตาม1154 จึงไม่มีอำนาจจัดการทรัพย์สินของบริษัทในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจอีกต่อไป
(4) การชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ที่ลุกหนี้ได้กระทำไปโดยฝ่าฝืนต่อมาตรา24 ตกเป็นโมฆะ จ.พ..ท.มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนการชำระหนี้ดังกล่าวกลับคืนเข้าสู่กองทรัพย์สินของลุกหนี้ได้ และเจ้าหนี้ไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ดังกล่าวเพราะมิใช่การกระทำใดๆถูกเพิกถอนตาม115 ที่มาตรา92ให้สิทธิที่จะขอรับชำระหนี้ได้





 ปิดหน้านี้  กดพิมพ์ (Print) หน้านี้

www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม