Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
การรับฟังคำเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง หรือในคดีอื่น( มาตรา 226/5) | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
การรับฟังคำเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง หรือในคดีอื่น( มาตรา 226/5)
การรับฟังคำเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง หรือในคดีอื่น( มาตรา 226/5)
ในชั้นพิจารณา หากมีเหตุจำเป็น หรือเหตุอันสมควร ศาลอาจรับฟังบันทึกคำเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง หรือบันทึกคำเบิกความของพยานที่เบิกความไว้ในคดีอื่นประกอบพยานหลักฐานในคดีได้
- โดยหลัก การพิจารณาและการสืบพยานในศาลต้องกระทำโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย ทั้งนี้ตามมาตรา 172 แต่มีข้อยกเว้นตามมาตรา 172 ทวิ ดังนั้นพยานที่คู่ความอ้าง แม้เคยเบิกความไว้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง หรือที่เคยเบิกความไว้แล้วในคดีอื่น ก็ต้องมาเบิกความในชั้นพิจารณาใหม่ แต่กรณีมีเหตุจำเป็นหรือมีเหตุอันสมควร เช่น พยานถึงแก่ความตายไปแล้ว หรือหาตัวไม่พบ ศาลอาจรับฟังคำเบิกความของพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง หรือคำเบิกความในคดีอื่น มาประกอบพยานหลักฐานอื่นในคดีได้ สังเกตว่าศาลคงรับฟังคำเบิกความดังกล่าวในฐานะเป็นพยานประกอบพยานหลักฐานอื่นเท่านั้น ดังนี้ลำพังเฉพาะคำเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง หรือคำเบิกความในคดีอื่น จึงไม่อาจฟังลงโทษจำเลยได้ เพราะพยานไม่ได้มาเบิกความต่อศาลในชั้นพิจารณานั่นเอง (ฎ. 1351/39)
- โดยเหตุที่ศาลรับฟังคำเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง หรือคำเบิกความในคดีอื่นได้เพียงฐานะพยานประกอบพยานหลักฐานอื่น ดังนั้นคู่ความตกลงให้ศาลชี้ขาดตามคำพยานชั้นไต่สวนมูลฟ้องในคดีอื่น โดยไม่ติดใจสืบพยานอื่นอีก ศาลต้องยกฟ้อง (ฎ. 986/18, 330/91)
- ในกรณีจำเลยกับพวกถูกฟ้องเป็นคดีหนึ่ง เมื่อสืบพยานโจทก์ในคดีดังกล่าวไปแล้ว ศาลสั่งให้แยกฟ้องจำเลยซึ่งให้การปฏิเสธ โจทก์จึงได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ ดังนี้ศาลรับฟังคำเบิกความของพยานโจทก์ในคดีเดิมได้ (ฎ. 1457/31)
ปิดหน้านี้
กดพิมพ์ (Print) หน้านี้
www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม