ย่อตัวบท นิติกรรม สัญญา หนี้ ละเมิด | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

ย่อตัวบท นิติกรรม สัญญา หนี้ ละเมิด




ย่อตัวบท นิติกรรม สัญญา หนี้ ละเมิด

เรื่อง  นิติกรรม

ม.150 การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี เป็นโมฆะ

ม.152 การใดมิได้ทำตามแบบที่กฎหมายบังคับ การนั้นเป็นโมฆะ

ม.153 การใดมิได้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยความสามารถของบุคคล การนั้นเป็นโมฆียะ

ม.155 การแสดงเจตนาใด แม้ในใจจริงผู้แสดงจะมิได้มี เจตนาจะผูกพันในการนั้น หาเป็นเหตุให้การแสดงเจตนานั้นเป็นโมฆะไม่ เว้นแต่คู่กรณีจะรู้ถึงเจตนาอันซ่อนอยู่ในใจนั้น

ม.159 การแสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉลเป็นโมฆียะ โดยจะต้องถึงขนาดซึ่งถ้ามิได้มีกลฉ้อฉลดังกล่าว การนั้นคงมิได้กระทำขึ้น

ม.169 การแสดงเจตนาที่กระทำต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้า มีผลนับแต่เวลาที่เจตนาไปถึงผู้รับ แต่ถ้าได้บอกถอนไปถึงผู้รับ ก่อนหรือพร้อมกันกับที่การแสดงเจตนาไปถึงผู้รับ การแสดงเจตนานั้นเป็นอันไร้ผล

ม.172 ถ้าต้องคืนทรัพย์สินอันเกิดจากโมฆกรรม ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับ

ม.180 โมฆียะกรรมนั้นจะบอกล้างมิได้เมื่อพ้นเวลา 1 ปีนับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ หรือ 10 นับแต่ได้ทำนิติกรรมนั้น

ม.193/30 อายุความนั้น ถ้ามิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้มีกำหนด 10 ปี

 

เรื่อง สัญญา

ม.354 คำเสนอจะทำสัญญา อันบ่งระยะเวลาให้ทำคำสนองนั้น ไม่อาจถอนได้ภายในระยะเวลาที่บ่ง

ม.356 คำเสนอทำแก่บุคคลผู้อยู่เฉพาะหน้า โดยมิได้บ่งเวลาให้ทำคำสนองนั้น ย่อมจะสนองรับได้แต่เวลานั้น ความข้อนี้ให้ใช้ตลอดถึงคำเสนอทางโทรศัพท์ด้วย

ม.357 คำเสนอที่เขาบอกปัดไปยังผู้เสนอแล้วก็ดี หรือมิได้สนองภายในระยะเวลาที่กำหนดก็ดี คำเสนอนั้นเป็นอันสิ้นความผูกพัน

ม.358 คำบอกกล่าวสนองมาถึงถึงล่วงเวลา แต่ประจักษ์ว่าได้ส่งโดยทางการซึ่งปกติจะมาถึงภายในกำหนดไซร้ ผู้เสนอต้องบอกแก่คู่กรณีโดยพลันว่าคำสนองนั้นมาถึงช้า เว้นแต่ได้บอกกล่าวเช่นนั้นก่อนแล้ว

ว.2 ถ้าผู้เสนอละเลยไม่บอกกล่าว ถือว่าคำสนองนั้นมิได้ล่วงเวลา

ม.360 ตามบทบัญญัติมาตรา 169ว.2 ที่ว่าการแสดงเจตนาย่อมไม่เสียไป แม้ภายหลังผู้แสดงเจตนาจะถึงแก่ความตายหรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถนั้น มิให้ใช้บังคับถ้าหากขัดเจตนาอันผู้เสนอได้แสดง หรือหากว่าก่อนจะสนองรับนั้น อีกฝ่ายหนึ่งรู้แล้วว่าผู้เสนอตายหรือเป็นผู้ไร้ความสามารถ

ม.361 สัญญาระหว่างบุคคลซึ่งอยู่ห่างไกลกัน ย่อมเกิดเป็นสัญญาขึ้นเมื่อคำบอกกกล่าวสนองไปถึงผู้เสนอ

ว.2 ถ้าตามเจตนาอันผู้เสนอได้แสดง หรือตามประเพณีไม่จำเป็นต้องมีคำสนองไซร้  ท่านว่าสัญญาเกิดเมื่อมีการอันใดอันหนึ่งขึ้น อันพึงสันนิษฐานได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาสนองรับ

ม.366 ข้อความใดๆ แห่งสัญญาอันคู่สัญญาแม้เพียงฝ่ายเดียว ได้แสดงไว้เป็นสาระสำคัญอันจะต้องตกลงกันหมดทุกข้อนั้น

หากคู่สัญญายังไม่สามารถตกลงกันได้หมดทุกข้อ เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ถือว่ายังไม่มีสัญญาต่อกัน ไม่ผูกพัน

ว.2 ถ้าได้ตกลงกันว่าสัญญาจะต้องทำกันเป็นหนังสือ เมื่อกรณีเป้นที่สงสัย ถือว่ายังไม่มีสัญญาต่อกันจนกว่าจะได้ทำเป็นหนังสือ

ม.369 ในสัญญาต่างตอบแทนนั้น คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะไม่ยอมชำระหนี้จนกว่าอีกฝ่ายจะชำระหนี้ก็ได้ แต่มิให้ใช้บังคับถ้าหนี้ของอีกฝ่ายยังไม่ถึงกำหนด

ม.370 ถ้าสัญญาต่างตอบแทน มีวัตถุประสงค์เป็นการก่อให้เกิด หรือโอนทรัพยสิทธิในทรัพย์เฉพาะสิ่ง และทรัพย์นั้นสูญหาย หรือเสียหายไปด้วยเหตุใด อันจะลงโทษลูกหนี้มิได้ การสูญหายหรือเสียหายนั้นตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้

ว.2 ถ้าไม่ใช่ทรัพย์เฉพาะสิ่งให้ใช้บังคับเมื่อทรัพย์นั้นกลายเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง ตามม.195 ว.2

ซึ่ง ม.195ว.2 บัญญัติไว้ว่า ถ้าลูกหนี้กระทำการอันพึงต้องทำเพื่อส่งมอบทรัพย์สิ่งนั้นทุกประการแล้ว หรือลุกหนี้ได้กำหนดทรัพย์ที่จะส่งมอบแล้วด้วยความยินยอมของเจ้าหนี้ ท่านว่าทรัพย์นั้นเป็นวัตถุแห่งหนี้จำเดิมแต่เวลานั้นไป

ม.371 บทบัญญัติในมาตราก่อนมิให้ใช้บังคับ ถ้าเป็นสัญญาต่างตอบแทนมีเงื่อนไขบังคับก่อนและทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งสัญญานั้นสูญหายหรือถูกทำลายลงในระหว่างที่เงื่อนไขยังไม่สำเร็จ

ว.2 ถ้าทรัพย์เสียหายโดยจะโทษเจ้าหนี้มิได้ และต่อมาเมื่อเงื่อนไขสำเร็จ เจ้าหนี้จะเรียกให้ชำระหนี้โดยลดส่วนอันตนต้องเสียหายหรือเลิกสัญญาเสียก็ได้ แล้วแต่จะเลือก แต่ถ้าความเสียหายเกิดแต่ลูกหนี้ เจ้าหนี้เรียกค่าสินไหมทดแทนได้

ม.372 ถ้าการชำระหนี้เป็นการพ้นวิสัยอันจะโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมิได้ ลูกหนี้ไม่มีสิทธิได้รับการชำระหนี้ตอบแทน

ว.2 ถ้าการชำระตกเป็นพ้นวิสัย อันจะโทษเจ้าหนี้ได้ ลูกหนี้ก็ไม่เสียสิทธิที่จะรับชำระหนี้ตอบแทน แต่ถ้าลูกหนี้ ได้อะไรไว้เพราะการปลดหนี้ หรือใช้ความสามารถของตนเป็นเหตุให้ได้อะไรมา หรือแกล้งละเลยไม่ขวนขวาย มากน้อยเท่าใดจะต้องนำเอามาหักกับจำนวนอันตนจะได้รับชำระหนี้ตอบแทน วิธีเดียวกันนี้ ให้ใช้ไปถึงกรณีที่การชำระหนี้อันฝ่ายหนึ่งค้างอยู่เป็นพ้นวิสัยอันจะโทษฝ่ายนั้นมิได้ ในเวลาเมื่ออีกฝ่ายผิดนัดไม่รับชำระหนี้

ม.373 ความตกลงว่า ยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตน เป็นโมฆะ

ม.374 ถ้าคู่สัญาฝ่ายหนึ่งทำสัญญาตกลงว่าจะชำระหนี้แก่บุคคลภายนอก ท่านว่าบุคคลภายนอกมีสิทธิจะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้โดยตรงได้ โดยสิทธิของบุคคลภายนอกเกิดขึ้นตั้งแต่เวลาที่แสดงเจตนาแก่ลูกหนี้ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้น

ม.375 เมื่อสิทธิของบุคคลภายนอกเกิดขึ้นตามมาตราก่อนแล้ว คู่สัญญาหาอาจจะเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธินั้นในภายหลังไม่

ม.377 เมื่อเข้าทำสัญญา ถ้าได้ให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ ถือว่ามัดจำนั้นเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ทำกันขึ้นแล้ว

อนึ่งมัดจำย่อมเป็นประกันการที่จะปฎิบัติตามสัญญานั้นด้วย

ม.378 มัดจำถ้ามิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (1) ให้ส่งคืน  หรือจัดเป็นการใช้เงินบางส่วนเมื่อไม่ชำระหนี้

(2) ให้ริบ ถ้าฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้หรือการชำระหนี้เป็นพ้นวิสัยซึ่งฝ่ายนั้นต้องรับผิดหรือถ้ามีการเลิกสัญญาเพราะความผิดของฝ่ายนั้น

(3) ให้ส่งคืน ถ้าฝ่ายที่รับมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือการชำระหนี้พ้นวิสัยเพราะฝ่ายตนต้องรับผิดชอบ

เรื่อง เบี้ยปรับ มีด้วยกัน 2 กรณี คือ 1.ตาม ม.380 คือกรณีที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เลย แล้วให้เลือกระหว่างชำระหนี้หรือเบี้ยปรับ

2. คือกรณีตาม ม.381 เมื่อลูกหนี้ชำระหนี้ไม่ถูกต้องสมควร เรียกได้ทั้งการชำระหนี้พร้อมเบี้ยปรับ ซึ่งทั้ง 2 กรณี ส่วนใหญ่จะเป็นเงื่อนไขทื่ระบุในสัญญา

ม.380 ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับนั้นแทนการชำระหนี้ก็ได้ แต่ถ้าเจ้าหนี้แสดงต่อลูกหนี้ว่าจะเอาเบี้ยปรับแล้ว ก็เป็นอันขาดสิทธิเรียกร้องชำระหนี้อีกต่อไป

ว.2 ถ้าเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อการไม่ชำระหนี้ จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบในฐานเป็นจำนวนน้อยที่สุดแห่งค่าเสียหายก็ได้

ม.381 ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องตามสมควร นอกจากเรียกให้ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นอีกด้วยก็ได้

ว.2 ถ้าเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในมูลหนี้ไม่ถูกต้อง ให้บังคับตามมาตรา 380 ว.2

ว.3 ถ้าเจ้าหนี้ยอมรับชำระหนี้แล้ว จะเรียกเอาเบี้ยปรับได้ต่อเมื่อได้บอกสงวนสิทธิไว้ในเวลารับชำระหนี้

ม.382 ถ้าสัญญาว่าจะทำการชำระหนี้อย่างอื่น ให้เป็นเบี้ยปรับไม่ใช้เงิน ให้นำมาตรา 379-381 มาใช้บังคับ แต่ถ้าเจ้าหนี้เรียกเอาเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเป็นอันขาดไป

ม.387 ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดเวลาพอสมควรแล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าฝ่ายนั้นไม่ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนด อีกฝ่ายจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

ม.388 ถ้าวัตถุที่ประสงค์แห่งสัญญานั้น ว่าโดยสภาพหรือโดยเจตนาที่คู่สัญญาแสดงไว้จะเป็นผลสำเร็จได้ก็แต่ด้วยการชำระหนี้ภายในระยะเวลา และระยะเวลานั้นได้ล่วงพ้นไปแล้ว อีกฝ่ายจะบอกเลิกสัญญาเสียโดยมิพักต้องบอกกล่าว

ม.389 ถ้าการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยทั้งหมดหรือบางส่วน อันจะโทษลูกหนี้ได้ เจ้าหนี้จะเลิกสัญญานั้นเสียก็ได้

ม.391 เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะเดิม แต่ทั้งนี้จะให้เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

ว.2 ส่วนเงินอันจะใช้คืนนั้น บวกดอกเบี้ยเข้าไปด้วยได้ โดยคิดตั้งแต่เวลาที่ได้รับไว้

ว.4 การใช้สิทธิเลิกสัญญานั้นไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย

 

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

-การถอนฟ้องเป็นนิติกรรมอย่างหนึ่ง แต่การร้องทุกข์มิใช่นิติกรรม

-การรับฝากเงินผู้รับฝากต้องเป็นธนาคาร ตามกฎหมาย มิฉะนั้นตกเป็นโมฆะ แต่ทั้งสองฝ่ายต้องรู้ว่านิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ ฝ่ายเดียวรู้ก็ไม่ทำให้นิติกรรมเป็นโมฆะ ผู้ฝากมิสิทธิเรียกเอาเงินคืน

-ดอกเบี้ย แยกส่วนที่สมบูรณ์ออก จากส่วนที่เป็นโมฆะได้

-คนต่างด้าวซื้อที่ดินให้จำเลยเป็นผู้รับโอนแทน นิติกรรมเป็นโมฆะ เฉพาะที่ดิน ส่วนสิ่งปลูกสร้างไม่เป็นโมฆะ

-คนต่างด้าวซื้อที่ดิน โดยขออนุญาต รมต. นิติกรรมไม่เป็นโมฆะ แต่ ถ้าไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าการชำระหนี้เป็นอันพ้นวิสัย

***หลักการวินิจฉัย ดูว่า โมฆะหรือไม่   ให้ดูเจตนาแรกที่ตกลงทำนิติกรรม หากเจตนาแรกไม่ขัดต่อกฎหมายใด ๆ นิติกรรมมีผลสมบูรณ์ แต่จะปฎิบัติได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบส่วนต่าง ๆ ที่เข้ามาภายหลัง

-ตกลงยุติข้อพิพาท อาญาแผ่นดินเป็นโมฆะ ส่วนตัวบังคับได้

-ถอนฟ้อง ช่วยเบิกความไปในทางเป็นผลดีแก่รูปคดี อาญาแผ่นดินโมฆะ

-หากเพียงแต่ตกลงแถลงต่อศาล ว่าได้รับชำระค่าสินไหมทดแทน แล้ว หรือเยียวยาความเสียหายเบื้องต้นแล้ว ไม่เป็นโมฆะ

-ยุยงส่งเสริมให้เป็นความกัน ซื้อขายความกัน รับส่วนแบ่งจากทรัพย์สินของลูกความ เว้นแต่หากมีส่วนได้เสียอยู่แล้ว เพียงแต่ออกเงินทดรองให้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีไม่เป็นโมฆะ

-นิติกรรม ห้ามประกอบอาชีพบางอย่าง ต้องมีระยะเวลากำหนด หรืออาชีพกำหนดชัดเจน หากไม่กำหนดระยะเวลา อาชีพไม่ชัดเจน นิติกรรมเป็นโมฆะ

-การซื้อภริยา หากนำ ญ มาเป็นภริยา เป็นโมฆะ แต่หากเป็นภริยาแล้ว ตกลงเลิกกันให้ค่าตอบแทนการมาอยู่กินผลสมบูรณ์

-อุ้มบุญ นิติกรรมเป็นโมฆะ ขัดกับหน้าที่ของมารดา

-คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ ต้องได้รับคำสั่งจากศาล หาก ยังไม่ได้รับ เป็นคนวิกลจริต


เรื่อง หนี้

ม.195 เมื่อทรัพย์ซึ่งเป็นวัตถุแห่งหนี้นั้น ระบุเพียงประเภท และถ้าตามสภาพนิติกรรม หรือเจตนาของคู่กรณี ไม่อาจกำหนดได้ว่าทรัพย์นั้นพึงเป็นชนิดอย่างไร ลูกหนี้ต้องส่งมอบทรัพย์ชนิดปานกลาง

ว.2 ถ้าลูกหนี้กระทำการอันพึงต้องทำเพื่อส่งมอบทรัพย์สิ่งนั้นทุกประการแล้ว หรือลุกหนี้ได้กำหนดทรัพย์ที่จะส่งมอบแล้วด้วยความยินยอมของเจ้าหนี้ ท่านว่าทรัพย์นั้นเป็นวัตถุแห่งหนี้จำเดิมแต่เวลานั้นไป

ม.203 ถ้าเวลาชำระหนี้ไม่ได้กำหนดไว้ หรทอจะอนุมานจากพฤติกรรมทั้งปวงมิได้ เจ้าหนี้ย่อมเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัน และฝ่ายลูกหนี้ก็ย่อมที่จะชำระหนี้ของตนได้โดยพลันดุจกัน

ว.2 ถ้าได้กำหนดเวลาไว้ แต่หากกรณีเป็นที่สงสัย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า เจ้าหนี้จะเรียกให้ชำระหนี้ก่อนถึงเวลานั้นหาได้ไม่ แต่ฝ่ายลูกหนี้จะชำระหนี้ก่อนกำหนดก็ได้

ม.204 ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังเจ้าหนี้ได้เตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

ว.2 ถ้าได้กำหนดเวลาไว้ตามวันแห่งปฏิทิน และลูกหนี้มิได้ชำระหนี้ตามกำหนด ท่นว่าลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดโดยมิพักต้องเตือนเลย

ม.213 ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระหนี้ของตน เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้น

ม.215 เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ให้ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายก็ได้

ม.217 ลูกหนี้จะต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อในระหว่างเวลาที่ตนผิดนัด ทั้งจะต้องรับผิดชอบในการที่การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะอุบัติเหตุอันเกิดขึ้นในระหว่างเวลาที่ตนผิดนัดด้วย เว้นแต่ความเสียหายนั้นถึงแม้ตนจะได้ชำระทันเวลากำหนดก็คงต้องมีอยู่นั้นเอง

ม.218 ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย ซึ่งลูกหนี้ต้องรับผิดชอบแล้ว ลูกหนี้ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้

ว.2 ในกรณีการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพียงบางส่วน ถ้าหากส่วนที่ยังไม่พ้นวิสัยเป็นอันไร้ประโยชน์แก้เจ้าหนี้แล้ว เจ้าหนี้จะไม่ยอมรับส่วนนั้นก็ได้ และเรียกค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดทีเดียวก็ได้

ม.219 ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเกิดขึ้นภายหลังที่ได้ก่อหนี้ ซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบนั้น ลูกหนี้เป็นอันหลุดพ้นจากการชำระหนี้นั้น

ว.2 ถ้าภายหลังที่ได้ก่อหนี้ลูกหนี้กลายเป็นคนไม่สามารถชำระหนี้ได้ให้ถือเสมือนว่าการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัย

ม.221 หนี้เงินอันต้องเสียดอกเบี้ยนั้น ท่านว่าจะคิดดอกเบี้ยในระหว่างเจ้าหนี้ผิดนัดหาได้ไม่

ม.222 เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนได้ แม้กระทั้งความเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ หากว่าคู่กรณีที่เกี่ยวข้องได้คาดเห็น หรือควรจะได้คาดเห็นพฤติการณ์นั้นล่วงหน้าก่อนแล้ว

ม.223 ถ้าผู้เสียหายได้มีส่วนทำความผิดอันก่อให้เกิดความเสียหายด้วยไซร้ ท่านว่าหนี้อันจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย มากน้อยเพียงใด ต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณว่าความเสียหายนั้นได้เกิดขึ้นเพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร

 

รับช่วงสิทธิ

ม.227 เมื่อเจ้าหนี้ได้รับค่าสินไหมทดแทนเต็มตามราคาทรัพย์หรือสิทธิซึ่งเป็นวัตถุแห่งหนี้แล้ว ลูกหนี้ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้อันเกี่ยวกับทรัพย์หรือสิทธินั้นๆ

ม.228 ถ้าพฤติการณ์ที่ทำให้การชำระหนี้เป็นพ้นวิสัย ทำให้ลูกหนี้ได้มาซึ่งของแทน หรือได้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมอันจะพึงได้แก่ตนก็ดี ท่านว่าเจ้าหนี้จะเรียกให้ส่งมอบของแทนนั้น หรือเรียกค่าสินไหมทดแทนเสียเองก็ได้

ว.2ถ้าเรียกค่าสินไหมทดแทน ค่าสินไหมนั้นย่อมลดลงเพียงเสมอราคาแห่งของแทนซึ่งลูกหนี้ได้รับไว้ หรือเสมอจำนวนค่าสินไหมที่ลูกหนี้จะเรียกร้องได้นั้น


ลูกหนี้และเจ้าหนี้หลายคน

ม.290 ถ้าการชำระหนี้ เป็นการอันจะแบ่งชำระได้ และมีบุคคลหลายคนเป็นลูกหนี้ก็ดี เจ้าหนี้ก็ดี เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ท่านว่าลูกหนี้แต่ละคนต้องรับผิดเป็นส่วนเท่าๆกัน และเจ้าหนี้แต่ละคนชอบที่จะได้รับเพียงส่วนเท่าๆกัน

ม.291 ถ้าบุคคลหลายคนต้องทำการชำระหนี้โดยแต่ละคนต้องชำระหนี้ทั้งสินเชิงไซร้ แม้เจ้าหนี้ชอบที่จะได้รับชำระหนี้สิ้นเชิงได้แต่เพียงครั้งเดียวก็ดี(ลูกหนี้ร่วม)

เจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิงหรือโดยส่วนแล้วแต่จะเลือก แต่ลูกหนี้ทุกคนก็ยังคงต้องผูกพันจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระเสร็จสิ้นเชิง

ม.292 การที่ลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งชำระหนี้ ย่อมเป็นประโยชน์แก่ลูกหนี้คนอื่นๆด้วย

ว.2 ลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งมีสิทธิเรียกร้องอย่างไร ลูกหนี้คนอื่นจะเอาสิทธิอันนั้นไปหักกลบลบหนี้หาได้ไม่

ม.293 การปลดหนี้ให้ลูกหนี้ร่วมคนหนึ่ง ย่อมเป็นประโยชน์แก่ลูกหนี้คนอื่นๆ เพียงเท่าส่วนของลูกหนี้ที่ได้ปลดให้

ม.295 ข้อความจริงอื่นใด เช่น การให้คำบอกกล่าว การผิดนัด การหยิบยกอ้างความผิดการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัย กำหนดอายุความ หรืออายุความสะดุด และการที่สิทธิเรียกร้องเกลื่อนกลืนกันไปกับหนี้สิน

ซึ่งเป็นการเท้าความถึงตัวลูกหนี้ร่วมคนใด ย่อมเป็นไปเพื่อคุณและโทษแก่ลูกหนี้คนนั้น เว้นแต่ขัดกับสภาพแห่งหนี้นั้นเอง

ม.296 ในระหว่างลูกหนี้ร่วมกัน ต่างคนต่างต้องรับผิดเป็นส่วนเท่าๆกัน เว้นแต่จะกำหนดเป็นอย่างอื่น

ม.301 ถ้าบุคคลหลายคนเป็นหนี้ อันจะแบ่งกันชำระมิได้ บุคคลเหล่านั้นต้องรับผิดเช่นลูกหนี้ร่วมกัน

ม.302 ถ้าการชำระหนี้เป็นการจะแบ่งชำระมิได้ และมีบุคคลหลายคนเป็นเจ้าหนี้ ถ้าบุคคลเหล่านั้นมิได้เป็นเจ้าหนี้ร่วมกันไซร้ ท่านว่าลูกหนี้ได้แต่ชำระหนี้ให้ได้ประโยชน์แก่บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดด้วยกัน

ม.305 เมื่อโอนสิทธิเรียกร้องไป สิทธิจำนอง จำนำ หรือค้ำประกันที่เกี่ยวพันกับสิทธิเรียกร้องนั้น ย่อมตกไปแก่ผู้รับโอนด้วย

ม.306 การโอนหนี้ต้องทำเป็นหนังสือ และจะยกเป็นข้อต่อสู้ลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกได้ต่อเมื่อได้บอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้ หรือลูกหนี้ได้ยินยอมด้วยในการโอนนั้น คำบอกกล่าวหรือยินยอมเช่นว่านั้น ต้องทำเป็นหนังสือ

ม.308 ถ้าลูกหนี้ได้ให้ความยินยอมในการโอนหนี้ จะยกข้อต่อสู้ที่มีต่อผู้โอน ขึ้นต่อสู้ผู้รับโอนหาได้ไม่

ว.2 แต่ถ้าลูกหนี้เพียงแต่ได้รับคำบอกกล่าวการโอน ลูกหนี้ยกข้อต่อสู้ที่มีต่อผู้โอนก่อนเวลาที่ได้รับคำบอกกล่าว ขึ้นต่อสู้ผู้รับโอนได้

 

ปลดหนี้

ม.340 ถ้าเจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้ หนี้นั้นเป็นอันสิ้นไป แต่ถ้าหนี้มีหนังสือเป็นหลักฐาน การปลดหนี้ก็ต้องทำเป็นหนังสือ หรือเวนคืนเอกสาร หรือขีดฆ่าเอกสารนั้นเสีย

 

เรื่อง หักกลบลบหนี้

ม.341 บุคคล 2 คน ต่างมีความผูกพันซึ่งกันและกันโดยมูลหนี้ อันมีวัตถุประสงค์เป็นอย่างเดียวกันและหนี้ทั้ง 2 รายถึงกำหนดชำระ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะหักกลบลบหนี้ได้ เท่าจำนวนที่ตรงกันในมูลหนี้ทั้งสองฝ่ายนั้น เว้นแต่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่อง

 

เรื่อง แปลงหนี้ใหม่

ม.349 เมื่อคู่กรณีที่เกี่ยวข้องได้ทำสัญญาเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ไซร้ ท่านว่าหนี้นั้นเป็นอันระงับสิ้นไปด้วยแปลงหนี้ใหม่

ม.351 ถ้าหนี้อันจะเกิดขึ้นเพราะแปลงหนี้ใหม่นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นก็ดี ได้บกเลิกเสียก็ดี หนี้เดิมนั้นหาระงับสิ้นไปไม่


เรื่อง ลาภมิควรได้

ม.406 บุคคลใด ได้มาซึ่งทรัพย์สิ่งใด เพราะการชำระหนี้ก็ดี หรือด้วยประการอื่นก็ดี โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นทางให้อีกบุคคลหนึ่งเสียเปรียบ จ้องคืนทรัพย์ให้แก่เขา

 

เรื่อง ละเมิด

ม.420 ผู้ใดจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

ม.421 การใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นนั้น เป็นการอันมิชอบด้วยกฎหมาย

ม.425 **นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง

ม.426 นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อละเมิด อันลูกจ้างได้ทำไปนั้น มีสิทธิไล่เบี้ยได้จากลูกจ้าง

ม.427* บทบัญญัติ มาตรา 425 , 426 ให้ใช้บังคับแก่ตัวการและตัวแทนโดยอนุโลม

ม.428 ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้างได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่จ้าง เว้นแต่ ผู้ว่าจ้างมีส่วนผิดในการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง

ม.429 บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเป็นผู้เยาว์ หรือวิกลจริต ก็ยังคงต้องรับผิดในผลละเมิดที่ตนกระทำละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาลย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้นแล้ว

ม.430 ครู นายจ้าง หรือบุคคลอื่นจำต้องรับผิดร่วมกับผู้ไร้ความสารถในการละเมิดซึ่งเขาได้กระทำลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน

ม.434 ถ้าความเสียหายเกิดเพราะเหตุที่ โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นชำรุดบกพร่อง ผู้ครองเรือนจำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ถ้าผู้ครองได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว ผู้เป็นเจ้าของจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน

ม.436 บุคคลผู้อยู่ในโรงเรือนต้องรับผิดชอบในความเสียหายอันเกิดเพราะของตกหล่น หรือทิ้งขว้างของไปตกในที่อันมิควร

ม.437 บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอย่างใดๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะต้องรับผิดชอบเพื่อความเสียหายอันเกิดจากยานพาหนะนั้น เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นจากเหตุสุวิสัยหรือความผิดของผู้เสียหายนั้นเอง

ว. 2ความข้อนี้ให้ใช้ไปถึงบุคคลผู้ครอบครองทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพด้วย

 

ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด

ม.438 ค่าสินไหมทดแทน จะพึงใช้เพียงใดให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์นั้น

ว. 2 ค่าสินไหมนั้นได้แก่ การคืนทรัพย์สินอันต้องเสียไป หรือใช้ราคา รวมทั้งค่าเสียหายใดๆอันได้ก่อขึ้นนั้นด้วย

ม.441 ถ้าบุคคลจำต้องใช้ค่าสินไหมเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ เพราะเอาสังหาริมทรัพย์ไปก็ดี หรือทำของเขาให้บุบสลายก็ดี  เมื่อได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลซึ่งเป็นผู้ครองทรัพย์ ผู้ทำละเมิดย่อมหลุดพ้นจากหนี้ที่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน

ม.442*ถ้าความเสียหายได้เกิดขึ้น เพราะความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดของผู้ต้องเสียหายประกอบด้วย ให้นำ มาตรา 223 คือ เรื่องความเสียหายนั้นได้เกิดขึ้นเพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ม.443 ในกรณีทำให้เขาถึงตายนั้น ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่าปลงศพ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอื่นๆด้วย

ว.2 ถ้ามิได้ตายในทันทีค่าใช้จ่ายได้แก่ค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์จากรายได้ เพราะไม่สามารถประกอบการงานนั้นด้วย

ว.3 ถ้าเหตุที่ตายทำให้บุคคลใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายไปด้วย บุคคลนั้นชอบที่นะได้รับค่าสินไหมทดแทน

ม.446 ในกรณีทำให้เขาเสียหายแก่ร่างกาย อนามัย หรือเสรีภาพ ผู้ต้องเสียหายจะเรียกร้องค่าสินไหมอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินด้วยอีกก็ได้ สิทธิเรียกร้องนี้โอนกันไม่ได้ และไม่ตกถึงทายาท เว้นแต่สิทธินั้นจะได้รับสภาพกันไว้โดยสัญญา หรือได้เริ่มฟ้องคดีตามสิทธินั้นแล้ว

ว.2 หญิงที่ต้องเสียหายเพราะผู้ทำผิดทางอาญาเป็นทุรศีลธรรม ก็มีสิทธิเรียกร้องทำนองเดียวกันนี้

ม.448 สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิด ท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้น 1 ปี นับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด หรือ 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ทำละเมิด

 


 ปิดหน้านี้  กดพิมพ์ (Print) หน้านี้

www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม