ย่อตัวบท ตัวแทน , ประกันภัย , ตั๋วเงิน , บัญชีเดินสะพัด
เรื่อง ตั๋วเงิน
ม. 898 ตั๋วเงินมีสามประเภท คือ ตั๋วแลกเงิน , ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเช็ค
ม. 899 ข้อความใดที่มิได้บัญญัติไว้ในกฎหมาย ถ้าเขียนลงในตั๋วเงิน หามีผลเป็นอย่างใดไม่
ม. 900 ผู้ลงลายมือชื่อในตั๋วเงินย่อมต้องรับผิดตามเนื้อความ
ม. 904 ผู้ทรง คือ ผู้มีตั๋วเงินไว้ในครอบครอง โดยฐานเป็นผู้รับเงินหรือผู้รับสลักหลัง , ตั๋วผู้ถือ ผู้ถือเป็นผู้ทรง
ม. 905 ผู้ครอบครองตั๋ว ถ้าแสดงให้ปรากฏว่าสิทธิมาจากการสลักหลังไม่ขาดสาย แม้สุดท้ายจะสลักหลังลอย ถือว่าเป็นผู้ทรง
ว. 2 บุคคลใดต้องปราศจากตั๋วไปจากครอบครอง ผู้ทรงซึ่งแสดงให้ปรากฏสิทธิของตนในตั๋ว หาจำต้องสละตั๋วไม่ เว้นแต่จะได้มาโดยทุจริต หรือได้มาด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ข้อความนี้ให้ใช้บังคับกับผู้ทรงตั๋วผู้ถือด้วย
ม. 910 วรรคท้าย เป็นกรณีที่ตั๋วแลกเงินหรือเช็คมิได้ลงวันที่ออกตั๋ว ผู้ทรงโดยชอบและทำการโดยสุจริตจะจดวันที่ถูกต้องแท้จริงลงก็ได้ แม้ผู้ทรงจะถึงแก่ความตายไปแล้ว ผู้จัดการมรดกก็ลงวันที่ออกเช็คได้
ม. 914 ผู้สั่งจ่ายหรือผุ้สลักหลังตั๋วแลกเงินย่อมเป็นสัญญาว่าเมื่อตั๋วนั้นได้นำไปยื่น โดยชอบแล้วจะมีผู้รับรอง และใช้เงินตามตั๋ว ถ้าตั๋วนั้นเขาไม่เชื่อถือ หรือไม่รับรอง หรือไม่ใช้เงินก็ดี ผู้สั่งจ่ายหรือผู้สลักหลังก็จะใช้เงินแก่ผู้ทรง
ม. 916 ผู้ถูกฟ้องในมูลตั๋วแลกเงิน หาอาจจะต่อสู้ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้สั่งจ่าย หรือกับผู้ทรงคนก่อนๆ ไม่ได้ เว้นแต่ การโอนจะได้มีขึ้นด้วยคบคิดฉ้อฉล
ม. 917 ตั๋วแลกเงิน โอนให้กันได้โดยสลักหลัง และส่งมอบ
ว. 2 ผู้สั่งจ่ายเขียนในด้านหน้าตั๋วว่า เปลี่ยนมือไม่ได้ คือห้ามโอน จะโอนกันได้ก็ต่อเมื่อโอนอย่างสามัญ (กล่าวคือทำเป็นหนังสือ และบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ตามบทบัญญัติมาตรา 306 ว่าด้วยการโอนหนี้ โดยลูกหนี้ในที่นี้คือผู้สั่งจ่ายนั่นเอง )
ม. 918 ตั๋วแลกเงินชนิดผู้ถือ ท่านว่าโอนไปเพียงด้วยส่งมอบให้กัน
ม. 919 การสลักหลังต้องเขียนลงในตั๋วแลกเงิน หรือใบประจำต่อ และลงลายมือชื่อผู้สลักหลัง
ว. 2 การสลักหลังโดยไม่ลงชื่อผู้รับประโยชน์ก็สมบูรณ์ ถือว่า เป็นการสลักหลังลอย
ม. 920 ว.2 (3)การสลักหลังลอยอาจทำได้ด้วยการ โอนตั๋วเงินให้บุคคลภายนอกโดยไม่กรอกข้อความและไม่สลักหลังกล่าวคือเพียงส่งมอบ ก็ได้
ม. 921 การสลักหลังตั๋วแลกเงินผู้ถือ เป็นเพียงการประกัน (อาวัล) ผู้สั่งจ่าย
ม.939 การรับอาวัล ทำได้โดยการเขียนลงในตั๋วเงินนั้น หรือใบประจำต่อ ใช้คำว่า ได้ใช้เป้นอาวัล และลงลายมือชื่อผู้รับอาวัล
ว. 2 ในการนี้ ใช้คำสำนวนว่า ใช้ได้เป็นอาวัล หรือสำนวนอื่นใดทำนองเดียวกันนั้นก็ได้
ว. 3 การลงลายมือชื่อของผู้รับอาวัล ในด้าหน้าตั๋วเงิน ก็ถือเป็นการรับอาวัลแล้ว เว้นแต่เป็นลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย หรือผู้จ่าย
ว. 4 การรับอาวัลต้องระบุว่ารับประกันผู้ใด หากไม่ระบุเป็นการรับประกันผู้สั่งจ่าย
ม. 940 ผู้รับอาวัลย่อมต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกับบุคคลซึ่งตนประกัน แม้ความรับผิดจะใช้ไม่ได้เพราะผิดระเบียบ การอาวัลก็ยังสมบูรณ์
ม. 959 ผู้ทรงตั๋วแลกเงิน จะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บรรดาผู้สลักหลัง ผู้สั่งจ่าย และบุคคลอื่นๆ ซึ่งต้องรับผิดตามตั๋วเงินนั้นก็ได้ คือ (ก) ไล่เบี้ยได้เมื่อตั๋วถึงกำหนด กรณีไม่ใช้เงิน (ข) ไล่เบี้ยได้แม้ตั๋วยังไม่ถึงกำหนดหาก 1) เขาบอกปัดไม่รับรองตั๋ว 2) ผู้จ่ายล้มละลาย 3) ผู้สั่งจ่ายล้มละลาย
ม. 967 ในเรื่องตั๋วแลกเงินนั้น บรรดาผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้สลักหลัง หรือผู้ประกันด้วยอาวัลก็ดี ย่อมต้องรับผิดร่วมกันต่อผู้ทรง
ม. 968 ผู้ทรงจะเรียกร้องเอาเงินใช้จากบุคคลซึ่งตนใช้สิทธิไล่เบี้ยได้ (2) ดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีนับแต่วันถึงกำหนด กรณีนี้คือดอกเบี้ยหลังผิดนัด
ส่วนในกรณีเช็คมิได้นำบทบัญญัติมาตรานี้มาใช้บังคับ แต่ถือว่าหนี้ตามเช็คเป็นหนี้เงิน ผู้ทรงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยโดยเหตุผิดนัดได้ ร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยนับแต่วันที่ผิดนัด คือวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน
ม. 971 ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง หรือผู้สลักหลังคนก่อนก็ดี ซึ่งเขาสลักหลัง หรือโอนตั๋วแลกเงินให้อีกทอดหนึ่ง ไม่มีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งซึ่งตนย่อมต้องรับผิดต่อเขาอยู่ก่อนแล้วตามตั๋วเงินนั้น
เรื่อง เช็ค
ม. 987 เช็คคือคราสารซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้สั่งจ่าย สั่งธนาคารให้ใช้เงินจำนวนหนึ่งเมื่อทวงถามแก่อีกบุคคลหนึ่ง เรียกว่าผู้รับเงิน
ม. 989 บทบัญญัติว่าด้วยตั๋วแลกเงิน ให้นำมาบังคับใช้ในเรื่องเช็ค เพียงเท่าที่ไม่ขัดกับสภาพแห่งตราสารชนิดนี้
ม. 990 ผู้ทรงเช็คต้องยื่นเช็คแก่ธนาคารเพื่อให้ใช้เงินนับแต่วันออกเช็ค ถ้าเมืองเดียวกันต้องภายใน 1เดือน ถ้าให้ใช้เงินที่อื่นต้องภายใน 3 เดือน มิเช่นนั้นสิ้นสิทธิไล่เบี้ยแก่ผู้สลักหลัง และเสียสิทธิต่อผู้สั่งจ่ายเพียงเท่าที่เสียหาย
ม. 991 ธนาคารจำต้องใช้เงินตามเช็ค เว้นแต่ (1) ไม่มีเงินในบัญชีพอ (2) เช็คนั้นยื่นเมื่อพ้น 6 เดือน นับแต่ออกเช็ค (3) มีคำบอกกล่าวว่าเช็คนั้นหายหรือถูกลัก
อายุความ
ม. 1001 ในคดีฟ้องผู้รัอบรองตั๋วแลกเงิน หรือผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินก็ดี มิให้ฟ้องเมื่อพ้นเวลา 3 ปี นับแต่ตั๋วนั้นถึงกำหนดใช้เงิน
ม. 1002 คดีที่ผู้ทรงฟ้องผู้สลักหลัง และผู้สั่งจ่าย ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้น 1 ปี นับแต่วันที่ได้ลงในคำคัดค้านซึ่งทำขึ้นในกำหนด
ตั๋วเงินปลอม ตั๋วเงินถูกลัก และตั๋วเงินหาย
ม. 1007 ถ้าข้อความในตั๋วเงิน หรือในคำรับรอง มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อสำคัญโดยคู่สัญญาทั้งปวงมิได้ยินยอมด้วยทุกคน ตั๋วเงินนั้นเป็นอันเสียไป เว้นแต่ใช้ได้ต่อคู่สัญญาซึ่งเป็นผู้ทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงยั้ย หรือได้ยินยอมด้วย กับทั้งผู้สลักหลังในภายหลัง
ว. 2 หากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ประจักษ์ และตั๋วเงินตกอยู่ในมือผู้ทรงโดยชอบ ผู้ทรงจะเอาประโยชน์จากตั๋วเงินนั้นก็ได้ เสมือนหนึ่งว่าไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเลย และบังคับการใช้เงินตามเนื้อความเดิมแห่งตั๋วก็ได้
ว. 3 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อสำคัญ คือ วันที่ลง จำนวนเงิน เวลาใช้เงิน สถานที่ใช้เงิน รวมไปถึงเติมสถานที่ใช้เงิน
ม. 1008 เมื่อใดเป็นลายมือชื่อปลอม หรือมิได้มอบอำนาจให้ลงชื่อ ลายมือชื่อนั้นใช้ไม่ได้เลย ผู้ใดจะอ้างเพื่อแสวงสิทธิยึดหน่วง หรือทำให้หลุดพ้น หรือบังคับการใช้เงินเอาแก่คู่สัญญาแห่งตั๋วนั้นไม่อาจทำได้ เว้นแต่ เป็นผู้ซึ่งถูกตัดบทมิให้ยกลายมือชื่อปลอมหรือปราศจากอำนาจนั้นขึ้นต่อสู้
ม. 1009 ถ้ามีผู้นำตั๋วเงินชนิดผู้ถือ มาเบิกต่อธนาคาร หากธนาคารได้ใช้เงินไปตามทางค้าปกติโดยสุจริตและปราศจากความประมาท ถือว่าธนาคารได้ใช้เงินไปถูกระเบียบ
หุ้นส่วน/บริษัท
เรื่อง หุ้นส่วน/บริษัท
ม. 1012 สัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท คือ สัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่ 2 คน ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไร อันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น
ม. 1015 ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท เมื่อได้จดทะเบียน ย่อมเป็นนิติบุคคล
เรื่อง ห้างหุ้นส่วนสามัญ
ม. 1025 ห้างหุ้นส่วนสามัญ คือ ห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวง โดยไม่มีจำกัด
ความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันเอง
ม. 1030 ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเป็นการลงหุ้น ความเกี่ยวพันระหว่างหุ้นส่วนคนนั้นกับห้างหุ้นส่วนในเรื่อง ส่งมอบ ซ่อมแซม รับผิดเมื่อชำรุด การรอนสิทธิ หรือข้อยกเว้นความรับผิด ให้นำเรื่องซื้อขายมาใช้บังคับ
ม. 1032 ห้ามมิให้เปลี่ยนแปลงข้อสัญญาเดิมแห่งห้างหุ้นส่วนเว้นแต่ได้รับความยินยอมจากหุ้นส่วนทุกคนหรือมีข้อตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
ม. 1038 ห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีสภาพดุจเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้น ไม่ว่าเพื่อประโยชน์ตนหรือผู้อื่นโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆ
ความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนกับบุคคลภายนอก
ม. 1049 ผู้เป็นหุ้นส่วนจะถือเอาสิทธิใดๆแก่บุคคลภายนอก ในกิจการค้าขายซึ่งไม่ปรากฏชื่อของตนนั้นหาได้ไม่
ม. 1050 การใดๆ ที่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดทำไปในทางธรรมดาค้าขาย ย่อมผูกพันหุ้นส่วนทุกคนที่ต้องรับผิดร่วมกัน โดยไม่จำกัด
ม. 1053 ห้างหุ้นส่วนซึ่งยังไม่จดทะเบียน แม้จะมีข้อจำกัดอำนาจของหุ้นส่วนคนใดในการผูกพันหุ้นส่วนคนอื่น ข้อจำกัดนั้นไม่มีผลถึงบุคคลภายนอก
ม. 1054 บุคคลใดแสดงตนว่าเป็นหุ้นส่วน หรือยินยอมให้เขาใช้ชื่อของตนเป็นชื่อห้างหุ้นส่วน หรือรู้แล้วไม่คัดค้าน ย่อมต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนเสมือนว่าเป็นหุ้นส่วน
การเลิกและชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนสามัญ
ม. 1055 ห้างหุ้นส่วนสามัญเลิกกันด้วยเหตุดังนี้ (1) สัญญากำหนดกรณีที่จะเลิก (2) สัญญากำหนดเวลาและสิ้นกำหนด (3) สัญญาทำไว้เพื่อกิจการใดเฉพาะอย่างเดียว แล้วกิจการนั้นเสร็จ (4) หุ้นส่วนคนหนึ่งคนใดบอกกล่าว จะเลิกล่วงหน้า 6 เดือน (5) หุ้นส่วนคนใดตาย ล้มละลาย หรือตก เป็นบุคคลไร้ความสามารถ
ม. 1060 ในกรณีตามมาตรา 1055 (4) หรือ (5) ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนที่ยังอยู่ รับซื้อหุ้นของผู้ที่ออกไป ให้ถือว่าผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งปวงได้ตกลงทำการเป็นหุ้นส่วนสืบไป
ม. 1061 เมื่อห้างเลิกกันแล้วให้จัดการชำระบัญชี
ม .1062 การชำระบัญชีให้ทำโดยลำดับดังนี้ (1) ชำระหนี้ที่ค้างให้บุคลภายนอก (2) ชดใช้เงินทดรองที่หุ้นส่วนได้จ่ายไป (3) ให้คืนทุนทรัพย์ที่แต่ละคนได้ลงหุ้น ถ้าเหลือแบ่งเป็นกำไร
ม .1068 ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน เกี่ยวกับหนี้ที่ได้ก่อขึ้นก่อนตนออกจากหุ้นส่วน จำกัดเพียง 2 ปี
ม. 1070 เมื่อใดห้างหุ้นส่วนซึ่งจดทะเบียนผิดนัดชำระหนี้ เจ้าหนี้ชอบที่จะเรียกเอาจากหุ้นส่วนคนหนึ่งคนใดก็ได้ เว้นแต่หุ้นส่วนพิสูจน์ได้ตาม ม. 1071 คือ (1) สินทรัพย์ของห้างยังพอมี (2) การจะบังคับเอาจากห้างไม่เป็นการยาก ตาม ม. 1071
ม. 1072 ถ้าห้างหุ้นส่วนซึ่งจดทะเบียนยังมิได้เลิกกันตราบใด เจ้าหนี้ของผู้เป็นหุ้นส่วนเฉพาะตัว ย่อมใช้สิทธิได้แต่เพียงกำไร หรือเงินที่ห้างค้างชำระแก่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นเท่านั้น ถ้าห้างหุ้นส่วนนั้นเลิกกันแล้ว เจ้าหนี้ย่อมใช้สิทธิได้ตลอดจนถึงหุ้นของหุ้นส่วนคนนั้น
การควบห้างหุ้นส่วนเข้ากัน
ม. 1073 ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนจะควบเข้าเป็นอันเดียวกันก็ได้ โดยความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมด เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
เรื่อง ห้างหุ้นส่วนจำกัด
ม. 1077 อันห้างหุ้นส่วนจำกัด คือ ห้างหุ้นส่วนซึ่งมีหุ้นส่วน 2 จำพวก กล่าวคือ (1) จำพวกจำกัดความรับผิด และ (2) จำพวกไม่จำกัดความรับผิด
ม .1079 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ถ้ายังไม่จดทะเบียน ถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันไม่จำกัด
ม. 1080 บทบัญญัติว่าด้วยหุ้นส่วนสามัญให้นำมาใช้บังคับแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดด้วย
ม. 1081 ห้ามมิให้เอาชื่อหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดระคนเป็นชื่อห้าง
ม. 1082 หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดให้ใช้ชื่อตนระคนเป็นชื่อห้าง จะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมือนเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด
ม. 1087 ห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดเท่านั้นเป็นผู้จัดการ
ม. 1088 ถ้าหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดสอดเข้าไปจัดการงานของห้าง ต้องรับผิดร่วมกันในหนี้ทั้งหลาย โดยไม่จำกัดจำนวน
ม. 1090 หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดจะประกอบการค้าใดๆ ก็ได้ แม้มีสภาพอย่างเดียวกันกับการค้าขายของห้างหุ้นส่วน
ม. 1091 ผู้เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดจะโอนหุ้นของตนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากหุ้นส่วนอื่น
เรื่อง บริษัทจำกัด
ม. 1096 บริษัทจำกัด คือ บริษัทซึ่งตั้งขึ้นด้วยการแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่าๆ กัน โดยมีผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเท่าหุ้น
ม. 1097(แก้ไข) บุคคลตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปจะตั้งบริษัทได้ด้วยเข้าชื่อกันทำหนังสือบริคณห์สนธิ
ม. 1105 อันหุ้นนั้น ห้ามมิให้ออกโดยราคาต่ำไปกว่ามูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้
ว.2 การออกหุ้นโดยราคาสูงกว่าถ้าในหนังสือบริคณห์สนธิให้อำนาจไว้ก็ออกได้
ม. 1112 ถ้ามิได้จดทะเบียนภายใน 3 เดือนนับแต่ประชุมตั้งบริษัท บริษัทเป็นอันไม่ได้ตั้ง
ม. 1113 ผู้เริ่มก่อการบริษัทต้องรับผิดร่วมกันและโดยไม่จำกัดในบรรดาหนี้ จนกว่าจะได้จดทะเบียนบริษัท
หุ้นและผู้ถือหุ้น
ม. 1117 มูลค่าของหุ้นมิให้ต่ำกว่า 5 บาท
ม. 1118 หุ้นนั้นแบ่งแยกมิได้
ว.2 ถ้าบุคคลสองคนถือหุ้นเดียวร่วมกัน ต้องตั้งคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ใช้สิทธิในฐานผู้ถือหุ้น
ว.3 บุคคลทั้งหลายซึ่งถือหุ้นเดียวร่วมกัน ต้องร่วมกันรับผิดในการส่งใช้มูลค่าของหุ้น
ม. 1119 หุ้นทุกหุ้นจำต้องใช้เป็นเงินสดจนเต็มค่า เว้นแต่หุ้นตามมาตรา 1108(5) คือ หุ้นซึ่งออกให้เหมือนหนึ่งว่าได้ใช้เงินแล้ว เพราะให้ใช้ด้วยอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน
ว.2 การใช้เงินเป็นค่าหุ้นนั้น ผู้ถือหุ้นจะหักหนี้กับบริษัทหาได้ไม่
ม. 1129 หุ้นนั้นย่อมโอนกันได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากบริษัท เว้นแต่เป็นหุ้นระบุชื่อ
ม. 1133 หุ้นซึ่งโอนกัน ถ้าเป็นหุ้นที่ยังส่งเงินไม่ครบ ผู้โอนยังคงต้องรับผิด เว้นแต่ หนี้ซึ่งบริษัทได้ก่อขึ้นภายหลัง
ม. 1143 ห้ามมิให้บริษัทจำกัดเป็นเจ้าของถือหุ้นของตนเอง หรือรับจำนำหุ้นของตนเอง
ม. 1144 บริษัทจำกัด ให้มีกรรมการคนหนึ่ง หรือหลายคน เป็นผู้จัดการตามข้อบังคับ และอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น
ม. 1151 ผู้เป็นกรรมการอาจจะตั้ง หรือถอนได้ก็แต่โดยที่ประชุมใหญ่เท่านั้น
ม. 1166 บรรดาการซึ่งกรรมการได้ทำไป แม้ภายหลังปรากฏว่าการแต่งตั้งมีข้อบกพร่อง การที่ได้ทำนั้นก็สมบูรณ์
ม. 1167 ความเกี่ยวพันระหว่างกรรมการ และบุคคลภายนอกนั้นให้บังคับว่าด้วยตัวแทน
ม. 1168 ห้ามมิให้ผู้เป็นกรรมการประกอบการค้าขายใดๆอันมีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของบริษัทนั้น ไม่ว่าเพื่อประโยชน์ตนหรือผู้อื่น หรือเข้าไปเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างค้าขายอื่นซึ่งประกอบกิจการอย่างเดียวกัน โดยมิได้รับความยินยอมจากที่ประชุมใหญ่
ม. 1169 ถ้ากรรมการทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท บริษัท หรือผู้ถือหุ้น จะฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนก็ได้
ม. 1170 เมื่อการซึ่กรรมการทำไปโดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่แล้ว กรรมการนั้นไม่ต้องรับผิด
ม. 1173 การประชุมวิสามัญ ต้องมีผู้ถือหุ้น ซึ่งมีจำนวนหุ้นไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 แห่งจำนวนหุ้นทั้งหมด ได้เข้าชื่อร้องขอให้ประชุม
ม. 1174 เมื่อผู้ถือหุ้นยื่นคำร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญตามมาตราก่อน ให้กรรมการเรียกประชุมโดยพลัน
ว.2 ถ้ากรรมการมิได้เรียกประชุมใน 30 วัน ผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ร้องหรือผู้ถือหุ้นคนอื่นๆรวมกันได้จำนวนดังที่บังคับไว้นั้นจะเรียกประชุมเองก็ได้
ม. 1178 ในการประชุมใหญ่ ถ้าไม่มีผู้ถือหุ้นมาเข้าประชุมรวมกันแทนหุ้นได้ถึง 1 ใน 4 ของทุนบริษัท จะปรึกษากิจการอันใดมิได้
ม. 1184 ผู้ถือหุ้นคนใดยังมิได้ชำระค่าหุ้น ไม่มีสิทธิออกเสียงเป็นคะแนน
ม. 1185 ผู้ถือหุ้นคนใดมีส่วนได้เสีย ห้ามมิให้ออกเสียง
ม. 1195 การเรียกประชุม หรือการลงมติโดยฝ่าฝืนกฎหมาย หรือฝ่าฝืนข้อบังคับบริษัท กรรมการหรือผู้ถือหุ้นร้องขอให้ศาลเพิกถอนได้ ภายใน 1 เดือน
การเพิ่มทุนและลดทุน
ม. 1220 บริษัทจำกัดอาจเพิ่มทุนได้โดยออกหุ้นใหม่โดยมติพิเศษ
ม. 1222 บรรดาหุ้นที่ออกใหม่นั้น ต้องเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นทั้งหลายตามส่วนจำนวนหุ้นซึ่งเขาถืออยู่