ย่อตัวบท กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

ย่อตัวบท กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา


ย่อตัวบท กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา

พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ม. 4 บทนิยาม

ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใดๆ ตาม พ.ร.บ. นี้ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น

ผู้สร้างสรรค์ คือ ผู้ทำหรือก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์อย่างหนึ่งอย่างใดที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์

วรรณกรรม คือ งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ รวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์

สิ่งบันทึกเสียง คือ งานอันประกอบด้วยลำดับของเสียงดนตรี เสียงการแสดง หรือเสียงอื่นใดโดยบันทึกลงในวัสดุใดๆ อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีกโดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น

ทำซ้ำ คือ คัดลอกไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง หรือบันทึกภาพ จากต้นฉบับ สำเนา หรือจากการโฆษณา ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ

ม. 6 งานอันมีลิขสิทธิ์ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียง แพร่ภาพ หรืองานอื่นใดของผู้สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะแสดงออกโดยวิธีใด

ม. 8 ให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรค์ขึ้น ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) กรณียังไม่มีการโฆษณา ผู้สร้างสรรค์ต้องมีสัญชาติไทย หรืออยู่ในราชอาณาจักร หรือมีสัญชาติในประเทศที่เป็นภาคีกับไทยในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์

(2) กรณีที่โฆษณาแล้ว การโฆษณาครั้งแรกได้ทำในราชอาณาจักร หรือในประเทศที่เป็นภาคี หากการโฆษณาครั้งแรกได้ทำนอกราชอาณาจักร ต้องได้มีการโฆษณาในราชอาณาจักร หรือประเทศที่เป็นภาคี ภายใน 30 วัน นับแต่โฆษณาครั้งแรก

ม. 9 งานที่สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะลูกจ้าง ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ลูกจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ แต่นายจ้างเผยแพร่ได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้าง

ม. 10 งานที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้าง ผู้ว่าจ้างได้ลิขสิทธิ์ เว้นแต่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

ม. 11 งานใดที่ได้ดัดแปลงโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้ผู้ที่ดัดแปลงนั้น มีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้ดัดแปลง แต่ทั้งนี้ไม่กระทบถึงสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานเดิม

ม. 12 งานใดที่เป็นการนำงานอันมีลิขสิทธิ์มารวบรวม หรือประกอบเข้ากันโดยได้รับอนุญาต ผู้ที่รวบรวม หรือประกอบเข้ากันได้ลิขสิทธิ์

ม. 14 ส่วนราชการย่อมมีลิขสิทธิ์ในงานที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยการจ้าง หรือตามคำสั่ง หรือในการควบคุม เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร

ม. 15 ภายใต้ ม.9 ,10 , 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ์เพียงผู้เดียวดังต่อไปนี้

(1) ทำซ้ำ หรือดัดแปลง     (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน

(3) ให้เช่าต้นฉบับ หรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง

(4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น

(5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) , (2) และ (3) โดยอาจตั้งเงื่อนไขได้ แต่ห้ามจำกัดการแข่งขัน

ม. 17 ลิขสิทธิ์ย่อมโอนให้แก่กันได้ การโอนมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดเวลา ให้ถือว่าการโอนมีระยะเวลา 10 ปี

ม. 19 ภายใต้ ม.21 , 22 ลิขสิทธิ์ให้มีอยู่ตลอดอายุผู้สร้างสรรค์ และต่อไปอีก 50 ปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ตาย

ม. 21 ลิขสิทธิ์ในงานภาพถ่าย ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง ให้มีอายุ 50 ปี นับแต่ได้สร้างสรรค์ แต่ถ้าโฆษณาในระหว่างเวลาดังกล่าว ให้มีอายุอีก 50 ปี นับแต่วันที่โฆษณาครั้งแรก

ม. 22 ลิขสิทธิ์ในงานศิลปประยุกต์ให้มีอายุ 25 ปี นับแต่ได้สร้างสรรค์ แต่ถ้าโฆษณาในระหว่างเวลาดังกล่าว ให้มีอายุอีก 25 ปี นับแต่วันที่โฆษณาครั้งแรก

 

การละเมิดลิขสิทธิ์

ม. 27 การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. นี้ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม ม.15(5) ให้ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังนี้ (1)ทำซ้ำหรือดัดแปลง  (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน

ม. 28 การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดแก่โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ หรือสิ่งบันทึกเสียง อันมีลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. นี้ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม ม.15(5) ให้ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังนี้ (1)ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน

ม. 29 การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดแก่งานแพร่เสียงแพร่ภาพ

ม. 30 การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดแก่โปรแกรมคอมพิวเตอร์

ม. 31 ผู้ใดรู้อยู่แล้ว หรือควรรู้ว่างานใดทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ กระทำการอย่างใดแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ทำดังต่อไปนี้

(1) ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย ให้เช่าหรือให้เช่าซื้อ (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) แจกจ่ายในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ (4) นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร

 

ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์

ม. 32 การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่น หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิสิทธิ์

ว. 2 มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้

(1) วิจัย หรือศึกษางานนั้น อันมิใช่เพื่อหากำไร

(2) ใช้เพื่อประโยชน์ของตน หรือบุคคลอื่นในครอบครัว

(3) ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น

(4) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชน โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น

(5) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาล หรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจ

(6) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏ เพื่อประโยชน์ในการสอนของตน อันมิใช่เพื่อหากำไร

(7) ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนของงาน ตัดทอน ทำสรุปโดยผู้สอนหรือสถาบันศึกษา เพื่อแจกจ่ายหรือจำหน่ายในสถาบันศึกษา อันมิใช่เพื่อหากำไร

(8) นำงานนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ

ม. 33 การกล่าว คัดลอก  เลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควร โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

ม. 36 การนำงานนาฏกกรรม หรือ ดนตรีกรรม ออกแสดง โดยมิได้ทำขึ้นเพื่อหากำไร และนักแสดงมิได้ค่าตอบแทนในการนั้น ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

ม. 37 การกระทำใดๆ ซึ่งศิลปกรรมใดอันตั้งเปิดเผยประจำในที่สาธารณะ นอกจากงานสถาปัตยกรรม มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

 

สิทธิของนักแสดง

ม. 44 นักแสดงย่อมมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของตน ต่อไปนี้

(1) แพร่เสียงแพร่ภาพ หรือเผยแพร่การแสดง เว้นแต่เป็นสิ่งบันทึกการแสดงที่มรการบันทึกไว้แล้ว (2) บันทึกการแสดงที่ยังไม่มีการบันทึกไว้ (3) ทำซ้ำสิ่งบันทึกที่ไม่ได้รับอนุญาตจากนักแสดง หรือที่ได้รับอนุญาตเพื่อวัตถุประสงค์อื่น

ม. 46 ในกรณีที่การแสดง หรือบันทึกเสียง มีนักแสดงมากกว่า 1 คนขึ้นไป อาจแต่งตั้งตัวแทนร่วม เพื่อดูแลหรือบริหารเกี่ยวกับสิทธิของตนได้

ม. 65 ในกรณีที่มีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่าบุคคลใดกระทำการหรือกำลังจะกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์หรือนักแสดงอาจขอให้ศาลสั่งให้บุคคลดังกล่าวระงับหรือละเว้นการกระทำนั้นได้ และไม่ตัดสิทธิในการเรียกค่าเสียหาย

 

 

พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2542)

 

ม. 3 บทนิยาม

สิทธิบัตร คือ หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์

อนุสิทธิบัตร คือ หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ แต่จะแตกต่างกับสิทธิบัตรตรงที่ไม่มีขั้นตอนการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น

การประดิษฐ์ คือ การคิดค้น หรือคิดทำขึ้น อันเป็นผลให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ หรือกรรมวิธีใดขึ้นใหม่ หรือการกระทำใดๆ ที่ทำให้ดีขึ้นซึ่งผลิตภัณฑ์ หรือกรรมวิธี

กรรมวิธี คือ วิธีการ กระบวนการ กรรมวิธีในการผลิต หรือการเก็บรักษาให้คงสภาพ ให้มีคุณภาพดีขึ้นซึ่งผลิตภัณฑ์

แบบผลิตภัณฑ์ คือ รูปร่างของผลิตภัณฑ์ หรือองค์ประกอบของลวดลาย หรือสีของผลิตภัณฑ์ อันมีลักษณะพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม รวมทั้งหัตถกรรมได้


สิทธิบัตรการประดิษฐ์

ม. 5 ภายใต้บังคับ ม. 9 การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วย (1) เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ (2) ที่มีขั้นตอนการประดิษฐ์สูงขึ้น และ (3) สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม

ม. 6 การประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ได้แก่ การประดิษฐ์ที่ไม่เป็นงานที่ปรากฏอยู่แล้ว

(1) การประดิษฐ์ที่มี หรือใช้กันอย่างแพร่หลายอยู่แล้วในราชอาณาจักร ก่อนวันขอรับสิทธิบัตร

(2) การประดิษฐ์ที่ได้มีการเปิดเผยภาพ สาระสำคัญ หรือรายละเอียดในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ที่ได้เผยแพร่อยู่แล้วไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร

ม. 7 การประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น ได้แก่การประดิษฐ์ที่ไม่เป็นที่ประจักษ์โดยง่ายแก่บุคคลที่มีความชำนาญในระดับสามัญในงานประเภทนั้น

ม. 10  ผู้ประดิษฐ์เป็นผู้มีสิทธิขอรับสิทธิบัตร และได้รับการระบุชื่อว่าเป็นผู้ประดิษฐ์ในสิทธิบัตร

สิทธิขอรับสิทธิบัตรย่อมโอนและรับมรดกกันได้ โดยการโอนต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน

ม. 19 บุคคลใดแสดงการประดิษฐ์ ในงานแสดงซึ่งหน่วยงานของรัฐเป็นผู้จัด ถ้าได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์นั้น ภายในสิบสองเดือนนับแต่เปิดงานแสดงต่อสาธารณชน ให้ถือว่าได้ยื่นคำขอนั้นในวันเปิดงานแสดง

ม. 35 สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ให้มีอายุ 20 ปี นับแต่วันขอรับสิทธิบัตรในราชอาณาจักร

ม. 36* ผู้ทรงสิทธิบัตรเท่านั้นมีสิทธิดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ สิทธิในการผลิต ใช้  ขาย  มีไว้เพื่อขาย  เสนอขาย หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งผลิตภัณฑ์

(2) ในกรณีสิทธิบัตรกรรมวิธี สิทธิในการใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตร ผลิต  ใช้  ขาย  มีไว้เพื่อขาย  เสนอขาย หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งผลิตภัณฑ์

ว.2 ความตามวรรค 1 ไม่ให้ใช้บังคับแก่ (1) การกระทำใดๆ เพื่อประโยชน์ในการศึกษา  ค้นคว้า  ทดลอง  วิจัย ทั้งนี้ต้องไม่ขัดประโยชน์ของผู้ทรงสิทธิบัตรเกินสมควร ,  (7) การใช้  ขาย   มีไว้เพื่อขาย  เสนอขาย  นำเข้า ซึ่งผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตร หากผู้ทรงสิทธิบัตรได้อนุญาตแล้ว

ม. 38 ผู้ทรงสิทธิบัตรจะอนุญาตให้บุคคลใดใช้สิทธิตามสิทธิบัตรของตน หรือโอนสิทธิบัตรให้แก่บุคคลอื่นก็ได้

ม. 39 การอนุญาตตาม ม. 38 นั้น  

(1) จะกำหนดเงื่อนไข ข้อจำกัดสิทธิ หรือค่าตอบแทน ในลัษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่ชอบธรรมไม่ได้

(2) จะเรียกค่าตอบแทนสำหรับการใช้การประดิษฐ์ตามสิทธิบัตร หลังจากสิทธิบัตรหมดอายุความไม่ได้

การใดขัดมาตรานี้เป็นโมฆะ


สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์

ม. 56 การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่จะขอรับสิทธิบัตรได้นั้นจะต้องเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรม รวมทั้งหัตถกรรม

ม. 57 กรณีที่ไม่ถือว่าเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ (1) แบบผลิตภัณฑ์ที่มี หรือใช้กันอย่างแพร่หลายอยู่แล้วในราชอาณาจักร ก่อนวันขอรับจดทะเบียน

(2) แบบผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการเปิดเผยภาพ สาระสำคัญ หรือรายละเอียดในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ที่ได้เผยแพร่อยู่แล้วไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักร

(3) แบบผลิตภัณฑ์ที่เคยมีประกาศโฆษณาตาม มาตรา 65 ประกอบมาตรา 28 มาแล้ว  (4) แบบผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกับแบบใน (1) , (2) และ (3) จนเห็นได้ว่าเป็นการเลียนแบบ

ม. 58 การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ขอรับสิทธิบัตรไม่ได้ (1) ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย (2) ที่กำหนดไว้โดยพระราชกฤษฎีกา

ม. 62 สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีอายุ 10 ปี นับแต่วันขอรับสิทธิบัตรในราชอาณาจักร

ม. 63 ผู้ทรงสิทธิบัตรเท่านั้น มีสิทธิใช้แบบผลิตภัณฑ์กับผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตร  ขาย  มีไว้เพื่อขาย  เสนอขาย  หรือนำเข้าซึ่งผลิตภัณฑ์ตามแบบผลิตภัณฑ์ เว้นแต่ เพื่อประโยชน์ในการศึกษา หรือวิจัย

ม. 65 ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิบัตรการประดิษฐ์มาใช้บังคับในเรื่องสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยอนุโลม

ม. 65 ทวิ การประดิษฐ์ที่ขอรับอนุสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วย (1) เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ (2) สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม

ม. 65 ตรี บุคคลใดจะขอรับทั้งอนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตร สำหรับการประดิษฐ์อย่างเดียวกันไม่ได้

ม. 65 จัตวา ผู้ขอรับอนุสิทธิบัตรหรือสิทธิบัตร มีสิทธิขอเปลี่ยนแปลงประเภทได้ ก่อนการจดทะเบียนหรือก่อนประกาศโฆษณาตาม ม. 28 แล้วแต่กรณี

ม. 65 สัตต อนุสิทธิบัตรให้มีอายุ 6 ปี นับแต่วันขอรับอนุสิทธิบัตรในราชอาณาจักร

ว. 2 ผู้ทรงอนุสิทธิบัตรอาจต่ออายุได้อีก 2 คราว มีกำหนดคราวละ 2 ปี โดยยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 90 วัน ก่อนสิ้นอายุ

ม. 77 ทวิ กรณีที่มีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่ามีผู้กระทำ หรือกำลังจะกระทำการฝ่าฝืนสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตร หรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตร

ผู้ทรงสิทธิอาจขอให้ศาลสั่งระงับ หรือละเว้นการกระทำนั้นก็ได้ ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิเรียกค่าเสียหายตาม ม. 77 ตรี

ม. 77 ตรี ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตร หรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตร ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนชดใช้ค่าเสียหายได้ตามที่เห็นสมควร

 

พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2543)

ม. 4 **เครื่องหมายการค้า คือ เครื่องหมายที่ใช้ หรือจะใช้เป็นที่หมาย หรือเกี่ยวข้องกับสินค้า เพื่อแสดงว่าสินค้าใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น แตกต่างกับสินค้าของบุคคลอื่น

ม. 6 **เครื่องหมายการค้าอันพึงจดทะเบียนได้ (1) มีลักษณะะบ่งเฉพาะ (2) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ. นี้ (3) ไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือน หรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนแล้ว

ม. 7 เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ คือ มีลักษณะที่ทำให้ประชาชน หรือผู้ใช้สินค้านั้นทราบ และเข้าใจได้ว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างไปจากสินค้าอื่น

ว.2 เครื่องหมายการค้าดังนี้ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ  (1) ชื่อของบุคคลหรือนิติบุคคลหรือชื่อในทางการค้าที่แสดงโดยลักษณะพิเศษและไม่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง   (2)  คำหรือข้อความอันมิได้เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง  (3) กลุ่มของสีที่แสดงโดยลักษณะพิเศษ หรือตัวหนังสือ ตัวเลข หรือคำที่ประดิษฐ์ขึ้น  (4) ลายมือชื่อของผู้ขอจดทะเบียนหรือเจ้าของเดิมของกิจการหรือบุคคลอื่นโดยได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นแล้ว  (5) ภาพของผู้ขอจดทะเบียนหรือบุคคลอื่นโดยได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นแล้ว   (6) ภาพที่ประดิษฐ์ขึ้น

ม. 8 เครื่องหมายการค้าที่ห้ามจดทะเบียน (1) – (13) เช่น ... (9) เครื่องหมายที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (10) เครื่องหมายที่เหมือนกับเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป

ม. 13 เครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนนั้น ถ้านายทะเบียนเห็นว่า (1) เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้ว หรือ

(2) คล้ายกันจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้า หรือแหล่งกำเนิดของสินค้า

ม. 20 ในกรณีที่มีผู้ขอจดทะเบียนหลายรายต่างยื่นขอเครื่องหมายที่นายทะเบียนเห็นว่าเหมือนหรือคล้ายกันจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของสินค้า ผู้ขอจดซึ่งยื่นไว้เป็นรายแรกย่อมมีสิทธิได้รับการจดทะเบียน

ม. 27 ตามมาตรา 13 และ มาตรา 20 ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเป็นเครื่องหมายการค้าซึ่งต่างเจ้าของต่างใช้มาแล้วโดยสุจริต นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนโดยมีเงื่อนไขและข้อจำกัดเกี่ยวกับวิธีการใช้และเขตแห่งการใช้เครื่องหมายการค้านั้นก็ได้

โดยต้องแจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลให้ผู้ขอและเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้รับจดทะเบียนแล้วทราบโดยไม่ชักช้า

ม. 35 เมื่อได้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว บุคคลใดเห็นว่าตนมีสิทธิดีกว่า หรือเห็นว่าเครื่องหมายนั้นไม่มีลักษณะพึงจะจดทะเบียนได้  บุคคลนั้นจะยื่นคำคัดค้านต่อนายทะเบียนก็ได้ แต่ต้องยื่นภายใน 60 วันนับแต่วันประกาศโฆษณา พร้อมทั้งเหตุแห่งการคัดค้าน

ม. 42 ให้ถือว่าวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นวันที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น

ม. 44** ภายใต้บังคับ ม. 27 และ ม. 68 ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้น สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้

ม. 45 เครื่องหมายการค้าอันได้จดทะเบียนไว้โดยมิได้จำกัดสีนั้น ถือว่าได้จดทะเบียนไว้ทุกสี

ม. 46** บุคคลใดจะฟ้องคดี เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียน หรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดสิทธิดังกล่าวนั้น ไม่ได้   แต่ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียน อันที่จะฟ้องผู้เอาสินค้าของตนไปลวงขายว่าเป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น

ม. 47 การจดทะเบียนตาม พ.ร.บ. นี้ ไม่ขัดขวางบุคคลใดในการใช้ชื่อโดยสุจริตซึ่งชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อสำนักงานการค้าของตน หรือของเจ้าของเดิมของกิจการของตน

หรือไม่เป็นการขัดขวางบุคคลใดในการใช้คำบรรยายโดยสุจริต ซึ่งลักษณะหรือคุณสมบัติแห่งสินค้าของตน

ม. 48 สิทธิในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นไว้แล้ว ย่อมโอน หรือรับมรดกกันได้ โดยต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบก่อนการจดทะเบียน

ม. 68 เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้ว จะทำสัญญาอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตนทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้

ว.2 สัญญาอนุญาต ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่

ม. 80 ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า มาใช้บังคับแก่เครื่องหมายบริการโดยอนุโลม


 ปิดหน้านี้  กดพิมพ์ (Print) หน้านี้

www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม