Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
จำเลยหลบหนีประกัน ศาลอออกหมายจับ ฎีกา9082/54 | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
จำเลยหลบหนีประกัน ศาลอออกหมายจับ ฎีกา9082/54
ฎีกา9082/
54 (วิอาญา ข้อเท็จจริง-คดีอาญาที่จำเลยถูกฟ้องต่อศาลแล
้ว ได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยใช้หน
ังสือรับรองหลักทรัพย์ของบริษัท
ประกันภัยค้ำประกัน ในระหว่างปล่อยชั่วคราว จำเลยหลบหนีประกัน ศาลอออกหมายจับและตำรวจจับกุมตั
วจำเลยมาส่งศาลได้ในเวลาต่อมา คำถาม-1. บริษัทประกันภัยมีสิทธิอุทธรณ์ข
อให้ลดค่าปรับได้หรือไม่ 2.ศาลอุทธรณ์เห็นว่าบริษัทประกั
นมิใช่คู่สัญญาประกันไม่มีอำนาจ
ยื่นอุทธรณ์ เช่นนี้ บริษัทประกันจะฎีกาต่อไปอีกได้ห
รือไม่?)
“จำเลยที่1กับผู้ร้อง(บริษัทประ
กันภัย)มีนิติสัมพันธ์ระหว่างกั
นตามสัญญาประกันภัยในฐานะผู้เอา
ประกันภัยกับผู้รับประกัน แล้วจำเลยที่1ทำสัญญาประกันขอปล
่อยชั่วคราวโดยใช้หนังสือรับรอง
ของผู้ร้องเป็นหลักทรัพย์ค้ำประ
กันและเนื้อหาแห่งหนังสือรับรอง
ระบุว่าหากจำเลยที่1ผิดสัญญาประ
กันและศาลมีคำสั่งบังคับตามสัญญ
าประกัน ผู้ร้องตกลงชำระค่าปรับตามสัญญา
ประกัน ถือได้ว่าผู้ร้องเกี่ยวข้องกับส
ัญญาประกันในฐานะผู้รับรองหลักท
รัพย์ตามสัญญาประกัน ผู้ร้องจึงเป็นฝ่ายผู้ถูกบังคับ
ตามสัญญาประกันตามป.วิอาญา119วร
รคหนึ่ง และมีอำนาจยื่นอุทธรณ์คำสั่งของ
ศาลชั้นต้นได้ และคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในเร
ื่องอำนาจฟ้องไม่ใช่การใช้ดุลพิ
นิจวินิจฉัยเนื้อหาของการลดค่าป
รับตามสัญญาประกัน คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงไม่เ
ป็นที่สุด”
(ข้อสังเกต 1. ปัจจุบันมีบริษัทประกันภัยดำเนิ
นธุรกิจใช้หนังสือรับรองหลักทรั
พย์เพื่อให้ญาติของผู้ต้องหาหรื
อจำเลยมาใช้ประกันตัวผู้ต้องหาห
รือจำเลยในชั้นศาลจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นหลายท่านส
ุ่มเสี่ยงเป็นเครื่องมือหรืออาจ
กล่าวอีกอย่างคือถูกมองว่าสมรู้
กับบริษัทประกันบางบริษัทในทำนอ
งได้ประโยชน์ตอบแทน เช่นคอยแนะนำให้ญาติผู้ต้องหาหร
ือจำเลยไปซื้อกรมธรรม์กับบริษัท
ที่ตนสนิทสนม บริษัทประกันที่ไม่ได้รับความเป
็นธรรมจึงร้องเรียนไปยังผู้อำนว
ยการฯสำนักงานศาลนั้นๆและต่อผู้
พิพากษาหัวหน้าศาลจำนวนมากในปัจ
จุบันนี้ –แต่อย่างไรก็ดี แม้จะมีปัญหาทำนองนี้เกิดขึ้น กรมธรรม์หรือหนังสือรับรองหลักท
รัพย์ของบริษัทประกันภัยนั้นใช้
เป็นหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้อง
หาหรือจำเลยได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
และทำให้ประชาชนผู้ไม่มีหลักทรั
พย์เช่นที่ดินหรือมีฐานะร่ำรวยม
ีสิทธิยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหา
หรือจำเลยในระหว่างการพิจารณาได
้สะดวกขึ้น ตรงจุดนี้ถือว่าทำให้ประชาชนได้
รับความเป็นธรรม เพราะค่าเช่าไม่แพง 2.คำสั่งศาลที่บังคับตามสัญญาปร
ะกันป.วิอาญา119วรรคหนึ่งให้อุท
ธรณ์ได้ และไม่ถือเป็นคำสั่งระหว่างพิจา
รณาตามป.วิอาญา196 เพราะไม่เกี่ยวกับคำพิพากษาหรือ
คำสั่งชี้ขาดความผิดของจำเลยตาม
ฟ้อง-ฎีกา93/
21 3.(ประเด็นสำคัญ)ป.วิอาญา119วรรคหนึ่งวางหลัก
ว่า ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล ศาลมีอำนาจสั่งบังคับตามสัญญาปร
ะกันหรือตามที่ศาลเห็นสมควรโดยม
ิต้องฟ้อง เมื่อศาลสั่งประการใด ฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกัน
หรือพนักงานอัยการมีสิทธิอุทธรณ
์ได้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้เป็น
ที่สุด---จำเลยที่1กับผู้ร้อง(บ
ริษัทประกันภัย)มีนิติสัมพันธ์ร
ะหว่างกันตามสัญญาประกันภัยในฐา
นะผู้เอาประกันภัยกับผู้รับประก
ัน แล้วจำเลยที่1ทำสัญญาประกันขอปล
่อยชั่วคราวโดยใช้หนังสือรับรอง
ของผู้ร้องเป็นหลักทรัพย์ค้ำประ
กันและเนื้อหาแห่งหนังสือรับรอง
ระบุว่าหากจำเลยที่1ผิดสัญญาประ
กันและศาลมีคำสั่งบังคับตามสัญญ
าประกัน ผู้ร้องตกลงชำระค่าปรับตามสัญญา
ประกัน ถือได้ว่าผู้ร้องเกี่ยวข้องกับส
ัญญาประกันในฐานะผู้รับรองหลักท
รัพย์ตามสัญญาประกัน ผู้ร้องจึงเป็น “ฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกั
น”ตามป.วิอาญา119วรรคหนึ่ง(หมาย
เหตุ เป็นการวินิจฉัยความสัมพันธ์ระห
ว่าง “บริษัทประกันภัยกับจำเลยและศาล
”เพื่อชี้ว่าบริษัทประกันภัย “เป็นฝ่ายที่ถูกบังคับตามสัญญาป
ระกัน” ซึ่งสำคัญมาก ผมไม่กล้าย่อความ (เข้าใจว่า)เป็นการวินิจฉัยคดีแ
รกๆของศาลฎีกานับตั้งแต่มีการใช
้หนังสือรับรองหลักทรัพย์หรือกร
มธรรม์ประกันภัยประกันตัวผู้ต้อ
งหาหรือจำเลยครั้งแรกในประมาณปี
2546เป็นต้นมา--ข้อความที่ศาลฎี
กาวินิจฉัยส่วนนี้ควรจดจำเป็นพิ
เศษ) 2. (ประเด็นสำคัญ)เมื่อผู้ร้องเป็น
“ฝ่ายที่ถูกบังคับตามสัญญาประกั
น”จึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลได
้ 2.1ไม่ว่ายื่นคำร้องขอให้ศาลลดค
่าปรับต่อศาลชั้นต้นก่อน ศาลชั้นต้นไม่ลด แล้วยื่นอุทธรณ์คำสั่ง(ตามฎีกา9
082/
54นี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะยื่นขอให้ศาลชั้นต้นลด
ก่อน) หรือ2.2อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้น
ต้นที่มีคำสั่งปรับทันที โดยไม่ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นข
อลดค่าปรับก่อนเพราะไม่มีกฎหมาย
บังคับว่าต้องยื่นคำร้องขอลดค่า
ปรับต่อศาลชั้นต้นก่อนจึงมีสิทธ
ิอุทธรณ์-ฎีกา3170/
43 (หมายเหตุ ระยะเวลาการอุทธรณ์(น่าจะ)ภายในกำหนดหนึ่งเดือนตามป
.วิอาญา198-นัยฎีกา3170/
43) 3.(ประเด็นสำคัญ)คำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด ไม่ว่าศาลอุทธรณ์สั่งประการใด-ฎ
ีกา2152/33(วิอาญา ภาค1-2 สมชัย ฑีฆาอุตมากร 2553 หน้า545) —แต่ฎีกา9082/
54นี้วินิจฉัยว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้ร้องไม่ใช่คู่สัญญ
าประกันไม่มีอำนาจยื่นอุทธรณ์-พ
ิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้องนั้นเ
ป็น “คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในเรื่
องอำนาจฟ้อง” ไม่ใช่การใช้ดุลพินิจวินิจฉัยเน
ื้อหาของการลดค่าปรับตามสัญญาปร
ะกัน คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงไม่เ
ป็นที่สุด ดังนั้น สรุปตามที่ผมเข้าใจฎีกานี้เป็นฎ
ีกาแรกที่เคยอ่านมาที่คำวินิจฉั
ยของศาลอุทธรณ์ตามป.วิอาญา119วร
รคหนึ่ง-ไม่เป็นที่สุด เพราะ “ไม่ใช่การใช้ดุลพินิจวินิจฉัยเ
นื้อของการลดค่าปรับ” ผู้ร้องจึงมีสิทธิฎีกา(ฎีกาเนติ
ฯปี54ตอน10 หน้า1944)
ปิดหน้านี้
กดพิมพ์ (Print) หน้านี้
www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม