ศาลปกครอง ความหมาย | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

ศาลปกครอง ความหมาย


ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักว่าศาลปกครองคืออะไร ?เราต้องทำความรู้จักกับระบบของศาลในประเทศไทยกันก่อนดีกว่าว่าเป็นอย่างไร ระบบศาลในประเทศไทยนั้นมีกี่ ระบบอะไรบ้าง
         ระบบศาลในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือ
         1. ระบบกล่าวหา ศาลที่ใช้ระบบกล่าวหา คือ ศาลยุติธรรม เช่นในคดีแพ่งและคดีอาญา
         2. ระบบไต่สวน ศาลที่ใช้ระบบไต่สวน คือ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
         ในครั้งนี้เราก็จะมาดูว่าศาลปกครองคืออะไร? ศาลปกครองมีหน้าที่อะไร? คำสั่งทางปกครองคืออะไร ? และใครบ้างที่สามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้?
ศาลปกครองคืออะไร?
         ศาลปกครอง คือ ศาลที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาพิพากษา”คดีปกครอง”ซึ่งเป็นคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานทางราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน และข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานต่างๆของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกันเอง
         ศาลปกครอง เป็นศาลที่ใช้ระบบไต่สวนโดยในแต่ละคดีจะมีการพิจารณาโดยองค์คณะของตุลาการซึ่งจะทำหน้าที่ในการค้นหาความจริงด้วยตนเอง ศาลจะมีบทบาทในการดำเนินคดีอย่างสูงโดยเน้นในเรื่องการค้นหาความจริงเป็นหลัก กล่าวคือศาลจะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการแสวงหารวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน
         ศาลปกครองแบ่งออกเป็น “ศาลชั้นต้น” และ “ศาลปกครองสูงสุด”
อำนาจหน้าที่ของศาลปกครอง?
         ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษา “คดีปกครอง” ได้แก่
         1. คดีพิพาทอันเนื่องมาจากการกระทำทางฝ่ายปกครองฝ่ายเดียว ได้แก่ การใช้อำนาจที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถดำเนินการได้เองฝ่ายเดียวโดยไม่จำเป็นต้องให้เอกชนยินยอมก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ หรือการออกคำสั่งทางปกครอง เช่น คำสั่งอนุญาต อนุมัติ คำสั่งแต่งตั้ง ฯลฯ
         2. คดีพิพาทอันเนื่องมาจากสัญญาทางปกครอง เช่น สัญญาสัมปทาน สัญญาที่หน่วยงานของรัฐจ้างให้เอกชนสร้างถนน
         3. การกระทำละเมิดทางปกครอง เช่น ทางราชการออกคำสั่งให้ปิดโรงงานและคำสั่งนั้นก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของโรงงาน หรือเจ้าหน้าที่ละเลยหรือต่อใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการล่าช้าเกินสมควรทำให้ผู้ประกอบการได้รับความเสียหาย
         4. คดีพิพาทเนื่องจากการละเลยต่อหน้าที่หรือการปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร เช่น กฎหมายกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการภายใน 30 วัน แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการใดๆเลย จนเกินเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไปหลายเดือน
         5. คดีพิพาททางปกครองอื่นๆ เช่น คดีที่มีกำหนดไว้โดยเฉพาะว่าให้อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครอง หรือหน่วยงานทางปกครองต้องฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับบุคคลให้กระทำการหรือละเว้นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด
ต่อมาเรามาดูกันซิว่าคำสั่งทางปกครองนั้นคืออะไร?
         คำสั่งทางปกครอง หมายถึง การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์กันขึ้นระหว่างบุคคลอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของบุคคลที่มีผลบังคับแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะ เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ ฯลฯ
         ลักษณะของคำสั่งทางปกครองนั้นจะต้องเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นการกระทำใดๆที่ไม่มีกฎหมายให้อำนาจเอาไว้ก็ไม่ใช่คำสั่งทางปกครอง และคำสั่งทางปกครองต้องเป็นการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่
         สรุป คำสั่งทางปกครองคือ คำสั่งที่บังคับให้บุคคลนั้นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ห้ามไม่ให้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด หรืออนุญาตให้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น ผู้ว่า กทม. เป็นเจ้าพนักงานส่วนท้องถิ่น อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ออกคำสั่งห้ามไม่ให้บุคคลใดเข้าไปในตัวอาคารเลขที่ 555 เพราะอาคารกำลังอยู่ในช่วงรื้อถอนห้ามบุคคลใดๆเข้าไปเด็ดขาดคำสั่งนี้ก็เป็นคำสั่งทางปกครอง แม้ว่าคำสั่งนั้นจะไม่ได้เจาะจงที่ตัวบุคคลแต่เจาะจงที่ตัวอาคารซึ่งระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าอาคารที่ห้ามเข้าไปนั้นคืออาคารเลขที่ 555 หากบุคคลใดฝ่าฝืนคำสั่งทางปกครองก็อาจถูกฟ้องเป็นคดีปกครองต่อศาลปกครองได้

แล้วใครบ้างที่สามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้?
         ผู้ที่สามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับความเดือนร้อนหรือได้รับความเสียหายจากการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำของทางราชการ หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ
         และในคดีปกครองศาลปกครองจะไม่ใช้คำว่า “โจทก์” กับ “จำเลย” เหมือนในคดีแพ่ง คดีอาญา แต่จะใช้คำว่า “ผู้ฟ้องคดี” กับ “ผู้ถูกฟ้องคดี” แทนคำว่า “โจทก์” กับ “จำเลย”
         ดังนั้นเมื่อเกิดข้อพิพาทเป็นคดีปกครองขึ้น มีการฝ่าฝืนคำสั่งทางปกครองขึ้น หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการออกคำสั่งทางปกครองนั้น ก็สามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อให้ศาลพิจารณาคดีได้

เขียนโดย นางสาวเสาวลักษณ์ กลิ่นคง
-นิติศาสตรบัณฑิต รุ่นที่36 (ม.รามคำแหง)

เรียบเรียงโดยทีมงาน LawDD


 ปิดหน้านี้  กดพิมพ์ (Print) หน้านี้

www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม