กฎหมายแพ่งลักษณะตั๋วเงิน
ลักษณะโดยทั่วไปของตั๋วเงิน
ประการ 1. ตั๋วเงินคือหนังสือตราสารที่ใช้ในการชำระหนี้
มาตรา 321 “ถ้าชำระหนี้ด้วยออก-ด้วยโอน-หรือด้วยสลักหลังตั๋วเงิน ท่านว่าหนี้นั้นจะระงับสิ้นไปต่อเมื่อตั๋วเงินนั้นได้ใช้เงินแล้ว”
มาตรา 1005 “ถ้าตั๋วเงินได้ทำขึ้นหรือได้โอนหรือสักหลังไปแล้วในมูลหนี้อันหนึ่งอันใด…”
มาตรา 4 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 “ผู้ใดออกเช็คเพื่อชำระหนี้ซึ่งมีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย”
ข้อสังเกต จากมาตราที่กล่าวมา ตั๋วเงินคือ ตราสารที่ใช้ในการชำระหนี้เงิน โดยเป็นเครื่องมือในการชำระหนี้เงิน ในรูปแบบหนึ่ง(ปกติการชำระหนี้เงินสามารถกระทำได้หลายแบบ อาทิเช่น การชำระหนี้ด้วยเงินสด หรือการชำระหนี้ด้วยตั๋วเงิน)
ประการ 2. วัตถุแห่งหนี้เป็นการใช้เงิน
วัตถุแห่งหนี้เป็นคำที่ใช้ในกฎหมาย วัตถุแห่งหนี้ คือ 1. กระทำการ 2. งดเว้นกระทำการ 3. ส่งมอบทรัพย์สิน ส่วนในเรื่องตั๋วเงิน วัตถุแห่งหนี้ คือ การใช้เงิน
ประการ 3. มาตรา 898 กฎหมายได้บัญญัติถึงเรื่องประเภทของตั๋วเงิน มีอยู่ 3 ประเภท ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเช็ค
บุคคลที่เกี่ยวข้องในตั๋ว
- ตั๋วแลกเงิน มาตรา 908 ผู้สั่งจ่าย ผู้จ่าย ผู้รับเงิน
- ตั๋วสัญญาใช้เงิน มาตรา 982 ผู้ออกตั๋ว ผู้รับเงิน
ข้อสังเกต ผู้ใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงิน คือ ผู้ออกตั๋ว เป็นบุคคลเดียวกัน
- เช็ค มาตรา 987 ผู้สั่งจ่าย ธนาคาร ผู้รับเงิน
ข้อสังเกต ผู้ใช้เงินตามเช็คต้องเป็นธนาคารเท่านั้น เนื่องจากกฎหมายได้บัญญัติไว้
ประการ 4 ตั๋วเงินเป็นตราสารเปลี่ยนมือ
ตั๋วเงินเป็นหนังสือตราสารที่จะโอนต่อๆไปได้ โดยไม่จำกัดตัวบุคคลที่จะเข้ามาเกี่ยวข้อง
มาตรา 917 วรรคแรก (การโอนตั๋วชนิดระบุชื่อผู้รับเงิน) “อันตั๋วแลกเงินทุกฉบับ ถึงแม้ว่าจะมิใช่สั่งจ่ายให้แก่บุคคลเพื่อเขาสั่งก็ตาม ท่านว่าย่อมโอนให้กันได้ด้วยสลักหลังและส่งมอบ”
ตัวอย่าง นาย ก ออกตั๋วแลกเงินสั่ง นาย ข ให้จ่ายเงินแก่ นาย ค โดยไม่มีข้อความหรือ คำสั่ง นาย ค ก็สามารถจะสลักหลังและส่งมอบไปได้โอนตั๋วต่อไปได้
มาตรา 918 (การโอนตั๋วชนิดผู้ถือ) บัญญัติว่า “ตั๋วแลกเงินอันสั่งให้ใช้เงินแก้ผู้ถือนั้น ท่านว่าด้วยโอนไปเพียงด้วยส่งมอบให้กัน”
มาตรา 353 ในประโยคสุดท้าย”…เมื่อสลักหลังตั๋วเงินกลับคืน ตามความในมาตรา 917 วรรค สาม” ตามหลักแล้วเมื่อเกิดกรณีที่หนี้เกลื่อนกลืนกัน คือ สิทธิและความรับผิดในหนี้รายใดตกอยู่แก่บุคคลคนเดียวกัน หนี้นั้นเป็นอันระงับสิ้นไป กล่าวคือ บุคคลดังกล่าวเป็นทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ในตัวเอง ทำให้หนี้ระงับ แต่กฎหมายได้บัญญัติข้อยกเว้นในเรื่องตั๋วเงินไว้ว่า แม้สิทธิและความรับผิดในหนี้ตามตั๋วเงินจะตกอยู่แก่บุคคลคนเดียวกัน ตั๋วเงินนั้น สามารถโอนต่อไปได้
ตัวอย่าง นาย ก ไปกู้ยืมเงินนาย ข ลุงของตน ต่อมานาย ข ถึงแก่ความตาย นาย ข มีทายาทคนเดียวที่มีสิทธิได้รับมรดก คือ นาย ก เห็นได้ว่านาย ก. เป็นลูกหนี้นาย ข. ขณะเดียวกัน นาย ก.รับมรดกความเป็นเจ้าหนี้ของนาย ข. มา ดังนั้น หนี้เกลื่อนกลืนจึงทำให้หนี้ระงับ ในกรณีตั๋วเงินหนี้ไม่ระงับ นาย ก ออกเช็คสั่งธนาคารให้ชำระหนี้แก่นาย ข นาย ข สลักหลังโอนให้ นาย ค นาย ค สลักหลังโอนให้ นาย ง ต่อมานาย ง สลักหลังเช็คโอนกลับมายัง นาย ก อีก ถ้านาย ก ไม่โอนเช็คต่อไปเช่นนี้หนี้ระงับ แต่กฎหมายบัญญัติข้อยกเว้นไว้ว่า ถึงแม้ว่านาย ก ผู้สั่งจ่ายเช็คฉบับนี้ แต่ภายหลังนาย ก ได้รับโอนเช็คฉบับนี้มากลับคืนมา นาย ก ยังมีสิทธิโอนเช็คฉบับนี้ต่อไปได้อีกตามมาตรา 353 และ 917วรรท้าย จะเห็นได้ว่าตั๋วเงินเป็นข้อยกเว้นที่มิให้ถือว่าหนี้เกลื่อนกลืนกัน
ประการ 5 มูลหนี้ตามตั๋วเงิน (หนี้อันพึ่งต้องชำระตามเขาสั่ง)
หนี้แบ่งออกเป็นสองประเภท
1. หนี้อันพึ่งต้องชำระแก่เจ้าหนี้โดยเฉพาะเจาะจง เป็นหนี้ที่ลูกหนี้รู้ตัวเจ้าหนี้แน่นอน
2. หนี้อันพึ่งต้องชำระตามเขาสั่ง หนี้ที่ลูกหนี้จะต้องชำระหนี้แก่บุคคลซึ่งเจ้าหนี้ระบุไว้หรือบุคคลที่รับโอนหนังสือตราสารนั้น หนี้ประเภทนี้จึงต้องมีหนังสือตราสารเหมือนเป็นหลักแห่งหนี้ ต้องโอนไปพร้อมกับหนังสือตราสาร
ชนิดของตั๋วเงิน
ตั๋วเงิน ทั้งสามประเภท กฎหมายได้แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
1. ตั๋วชนิดระบุชื่อผู้รับเงิน ปรากฎในตั๋วเงินทั้งสามประเภท
2. ตั๋วผู้ถือ มีเฉพาะตั๋วแลกเงินกับเช็คเท่านั้น ดังนั้น ตั๋วสัญญาใช้เงินชนิดผู้ถือไม่มี หลักเกณฑ์ดังกล่าวนำมาจาก มาตรา 909(6) ตั๋วแลกเงินต้องมีรายการ “ชื่อ หรือยี่ห้อผู้รับเงิน หรือคำจดแจ้งว่าให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ”
แสดงว่าตั๋วแลกเงินมี 2 ชนิด
ในกรณี เช็ค มาตรา 988(4) รายการที่ต้องมีในเช็ค “ชื่อ หรือยี่ห้อผู้รับเงิน หรือคำจดแจ้งว่าให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ” แสดงว่า เช็คมี 2 ชนิดเหมือนกัน แต่ถ้าไปดูในตั๋วสัญญาใช้เงิน มาตรา 983(5) ตัวสัญญาใช้เงินต้องมีรายการ “ชื่อหรือ ยี่ห้อของผู้รับเงิน” จะไม่มีคำว่า “หรือคำจดแจ้งของผู้ถือ”
เมื่อพิจารณาตาม มาตรา 985 จะไม่มีการให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องตั๋วผู้ถือมาใช้กับตั๋วสัญญาใช้เงินด้วย ดังนั้น สรุปได้ว่าตั๋วสัญญาใช้เงินมีเพียงชนิดเดียวที่ต้องระบุชื่อผู้รับเงิน
เหตุที่ต้องมีการแยกตั๋วเงินออกเป็น 2 ชนิด เนื่องจากมีข้อแตกต่างเกี่ยวกับวิธีการโอน
- ตั๋วชนิดระบุชื่อผู้รับเงิน สามารถโอนกันได้ด้วยการสลักหลังและส่งมอบ (มาตรา 917 วรรค1) ซึ่งอาจจะสลักหลังเฉพาะหรือสลักหลังลอยก็ได้ (มาตรา919)
- ตั๋วชนิดผู้ถือ วิธีการโอนก็ เพียงด้วยส่งมอบให้กัน (มาตรา 918) ไม่จำเป็นต้องลงลายมือชื่อสลักหลัง แต่ถ้ามีการสลักหลังตั๋วชนิดผู้ถือในขณะโอนตั๋ว ผู้ที่ลงลายมือชื่อสลักหลังต้องรับผิดในฐานะผู้รับอาวัลผู้สั่งจ่าย (มาตรา921)
ลักษณะสำคัญของตั๋วเงิน
ตั๋วเงิน คือ เอกเทศสัญญาอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ตั๋วเงินมีลักษณะพิเศษ แตกต่างจากเอกเทศสัญญาอื่น มีข้อแตกต่าง 3 ประการ
ประการแรก ข้อความที่เขียนลงในตั๋วเงินได้จะต้องมีบทบัญญัติในกฎหมายลักษณะตั๋วเงิน มาตรา899 “ข้อความอันใดซึ่งมิได้มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายลักษณะนี้ ถ้าเขียนลงในตั๋วเงิน ท่านว่าข้อความนั้น หาเป็นผลอย่างหนึ่งอย่างใดแก่ตั๋วเงินนั้นไม่”
ประการสอง ผู้รับโอนมาโดยสุจริต ย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้โอน (มาตรา 905 วรรค สอง,สาม และ มาตรา 916) แม้ว่าผู้โอนจะไม่มีสิทธิในตัวเงิน หรือสิทธิของผู้โอนบกพร่อง แต่ถ้าผู้รับโอนสุจริต มิได้ประมาทเลินเล่อถือว่าเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย มีสิทธิที่จะไม่สละตั๋วเงินคืนให้แก่บุคคลใด และผู้ทรงยังมีสิทธิฟ้องลูกหนี้ในตั๋วเงินได้ทุกคน
ประการสาม การลงลายมือชื่อในตั๋วเงิน ต้องเป็นการลงลายมือที่แท้จริงเท่านั้น จะเป็นแกงได ลายพิมพ์นิ้วมือ เครื่องหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้จะมีพยานลงลายลงชื่อรับรอง 2 คน จะนำมาใช้ตั๋วเงินไม่ได้ เพราะตั๋วเงินมีวัตถุประสงค์ให้คนที่รู้หนังสือเท่านั้น (มาตรา 900 วรรคสอง)
การลงลายมือชื่อในตั๋วเงิน เจ้าของลายมืออาจมอบอำนาจให้บุคคลอื่น ลงลายมือชื่อของเจ้าของลายมือชื่อในตั๋วเงินได้ (มาตรา 1008 วรรคสอง)
กิจการที่จะต้องกระทำลงในตั๋วเงิน
การกระทำใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเงิน จะต้องกระทำในตั๋วเงิน จะแยกไปกระทำในเอกสารอีกฉบับหนึ่งต่างหากไม่ได้
1. กิจการที่จะต้องกระทำในด้านหลังของตั๋วเงิน (กฎหมายบังคับ)
- การสลักหลังลอย มาตรา 919 วรรคสอง “หรือแม้ผู้สลักหลังจะมิได้กระทำอะไรยิ่งไปกว่าลงลายมือชื่อของตนที่ด้านหลัง”
2. กิจการที่จะต้องกระทำในด้านหน้าของตั๋วเงิน
- กรณีที่ผู้สั่งจ่ายจะเขียนคำว่า เปลี่ยนมือไม่ได้ลงให้ตั๋วเงิน มาตรา 917 วรรคสอง “เมื่อผู้สั่งจ่ายเขียนลงในด้านหน้าแห่งตั๋วแลกเงินว่า “เปลี่ยนมือไม่ได้”….”
- การรับรองตั๋วแลกเงิน มาตรา 931 กรณีที่ผู้จ่ายเงินตามตั๋วแลกเงิน เพียงแต่ลงลายมือชื่อที่ด้านหน้าตั๋วแลกเงิน โดยไม่มีข้อความอื่นใด ซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นการรับรองตั๋ว
3. การรับอาวัล มาตรา 939 วรรคสาม อนึ่งเพียงแต่ลงลายมือชื่อที่ด้านหน้าของตั๋วแลกเงิน ท่านก็จัดว่าเป็นคำรับอาวัลแล้ว เว้นแต่จะเป็นลายมือชื่อของผู้จ่ายหรือผู้สั่งจ่าย
4. การขีดคร่อมเช็ค มาตรา 994
3. กรณีที่กฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าจะต้องกระทำด้านหน้าหรือด้านหลังของตั๋วเงิน คือ กระทำที่ด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้ เช่น การรับอาวัลตามรูปแบบ และ การสลักหลังโอนตั๋ว
เรียบเรียงโดย ทีมงาน LawDD