Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
มาตรา 138 ผู้ใดต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมาย | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
มาตรา 138 ผู้ใดต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
มาตรา 138 ผู้ใดต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซ
ึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมา
ย ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งป
ี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการต่อสู้หรือขัดขวางนั้น ได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษ
ร้าย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เก
ินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประเด็นปัญหา
กรณีเจ้าพนักงานปฏิบัติการ
...
อันมิชอบด้วยหน้าที่ ถ้าจำเลยต่อสู้ขัดขวางจะไม่มีคว
ามผิดตาม ปอ.มาตรา 138
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1041/
2506 การที่เจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมจำเล
ยโดยไม่มีหมายจับ และกรณีไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตร
า78 (1) ถึง (4) และวรรคสุดท้ายแห่งประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญานั้น เป็นการจับกุมโดยไม่มีอำนาจ แม้จำเลยต่อสู้ขัดขวางการจับกุม
ก็ไม่มีความผิด
- คำพิพากษาฎีกาที่ 148/
2513 ตำรวจเข้าค้นตัวจำเลยในที่เปลี่ยว โดยไม่ได้แต่งเครื่องแบบ หรือแสดงหลักฐานว่าเป็นตำรวจ กระทำการตามหน้าที่ และต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้จักกัน แม้จำเลยจะต่อสู้ชกต่อยขัดขวาง ไม่ให้ตำรวจค้นเอาเงินหรือทรัพย
์สินของจำเลยไป ก็ไม่มีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวาง
เจ้าพนักงาน
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1025/
2518 การจับโดยไม่ต้องมีหมายจับ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78(4) นั้น ถ้าเป็นกรณีจับบุคคลในที่รโหฐาน
จะต้องอยู่ในบังคับของมาตรา 81(1) ประกอบกับมาตรา 92 ด้วย /
จำเลยทำร้ายร่างกาย ด. ด. ไปแจ้งความต่อผู้ใหญ่บ้านของให้จั
บ แต่วันนั้นจับไม่ได้ เพราะมืด รุ่งเช้าผู้ใหญ่บ้านพา ด. ไปแจ้งความต่อผู้บังคับกอง ผู้บังคับกองให้ตำรวจไปกับผู้ให
ญ่บ้านเพื่อจับ แต่ไม่พบจึงพากันกลับ ผู้บังคับกองได้สั่งด้วยวาจาว่า
ถ้าพบให้จับจำเลยมาดำเนินคดี ตอนเย็นวันนั้นเอง ผู้ใหญ่บ้านกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้
านพากันไปจับจำเลยโดยคนทั้งสองไ
ม่มีหมายจับ พบจำเลยอยู่ใต้ถุนบ้าน ท. ผู้ใหญ่บ้านแจ้งแก่จำเลยว่า ตำรวจต้องการตัวเรื่องทำร้ายร่า
งกาย ด. จำเลยไม่ยอมให้จับและต่อสู้ขัดข
วาง การเข้าไปจับจำเลยถึงใต้ถุนบ้าน
ท. อันเป็นที่รโหฐานเช่นนี้ เป็นกรณีซึ่งอยู่ในบังคับของมาต
รา 81 (1) ประกอบกับมาตรา 92 ด้วย เมื่อกรณีไม่เข้าด้วยข้อยกเว้นด
ังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 92 การเข้าไปจับนั้นจึงไม่ชอบด้วยก
ฎหมาย ที่จำเลยขัดขวางการจับกุมจึงไม่
เป็นความผิดฐานต่อสู้หรือขัดขวา
งเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตาม
หน้าที่
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3743/
2529 เจ้าพนักงานสรรพสามิตและตำรวจค้นพบของ
กลาง ซึ่งเป็นภาชนะเครื่องกลั่นสำหรั
บทำสุรา ที่บริเวณบ้านจำเลย และสอบถามแล้ว จำเลยรับว่าเป็นของตน ดังนี้ ไม่ใช่ความผิดซึ่งเจ้าพนักงานเห
็นจำเลยกำลังกระทำ หรือพบในอาการซึ่งแทบจะไม่มีควา
มสงสัยเลยว่าจำเลยกระทำผิดมาแล้
วสดๆ จึงไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าที่พนั
กงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับจำ
เลยได้ โดยไม่มีหมายจับ เมื่อเป็นการจับกุมโดยไม่มีอำนา
จ เพราะไม่มีหมายจับ แม้จำเลยจะต่อสู้ขัดขวางการจับก
ุม ก็ไม่มีความผิด
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2608/
2535 เจ้าพนักงานตำรวจไม่ได้แต่งเครื่องแบบ
และไม่ได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าพนัก
งานตำรวจเข้าจับกุมกลุ่มเด็กวัย
รุ่น โดยไม่แจ้งข้อหาแก่เด็กวัยรุ่นค
นใดว่าเป็นผู้ดูหมิ่นตนและจะต้อ
งถูกจับ กลับสั่งให้คนขับรถที่เด็กวัยรุ
่นโดยสารมาขับรถไปสถานีตำรวจ จึงถือไม่ได้ว่ามีการจับกุมในข้
อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานโดยชอบ ผู้ต่อสู้ขัดขวางมิให้จับกุมไม่
มีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพ
นักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3178/
2540 ผู้เสียหายได้พบจำเลย ในขณะที่จำเลยซึ่งมีอาการเมาสุรานั่งค
ร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์ โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำควา
มผิด และผู้เสียหายมิได้เข้าทำการจับ
กุมจำเลย อันเนื่องมาจากการกระทำความผิดข
องจำเลยแต่อย่างใด อีกทั้งการที่ ส. แจ้งต่อผู้เสียหายก็ระบุแต่เพีย
งว่าอาจมีเรื่องกันบริเวณปากซอย
ให้ไปช่วยคนหน่อย จึงฟังไม่ได้ว่ามีการกระทำความผ
ิดเกิดขึ้นโดยจำเลยเป็นผู้ก่อเห
ตุ หรือกระทำความผิดอย่างใด การที่ผู้เสียหายปฏิบัติภารกิจอ
ื่นแล้วเข้าไปยังที่เกิดเหตุโดย
ยังมิได้มีเหตุการณ์วิวาทเกิดขึ
้นแต่ผู้เสียหายกลับไปมีเรื่องก
ับจำเลยเป็นส่วนตัว โดยถูกจำเลยพูดว่ากล่าวและผลักอ
ก จึงไม่ใช่เรื่องที่ผู้เสียหายกำ
ลังปฏิบัติการตามหน้าที่ในการเข
้าระงับเหตุทะเลาะวิวาท หรือจับกุมผู้กระทำความผิด การกระทำของจำเลยมิใช่เป็นการต่
อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิ
บัติตามหน้าที่ ตาม ป.อ. มาตรา 138 แต่อย่างใด
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7985/
2540 การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิ
บัติการตามหน้าที่ตาม ป.อ.มาตรา 138 นั้น จะต้องเป็นการกระทำต่อเจ้าพนักง
าน ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย โดยได้รับการแต่งตั้งตามวิธีการ
ที่กฎหมายให้อำนาจและกำหนดไว้ สำหรับ พ.ร.บ.กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 มาตรา 16 (2) กำหนดให้กองอาสารักษาดินแดนมีหน
้าที่ทำหน้าที่ตรวจรักษาความสงบ
ภายในท้องที่ ร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำ
รวจ และมาตรา 29 ระบุว่าเจ้าหน้าที่หรือสมาชิกกอ
งอาสารักษาดินแดนในระหว่างทำการ
ตามหน้าที่ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนั
กงานตามกฎหมายลักษณะอาญา ตามบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้ผู
้เสียหายทำงานร่วมกับพนักงานฝ่า
ยปกครองหรือตำรวจ จึงจะมีอำนาจตามกฎหมาย และให้ถือว่าผู้เสียหายเป็นเจ้า
พนักงาน แต่ผู้เสียหายมีหน้าที่เพียงสกั
ดกั้นผู้กระทำความผิดต่อกฎหมาย ไม่มีหน้าที่จับกุม หากจะจับกุมจะต้องมีเจ้าพนักงาน
ตำรวจและปลัดอำเภอร่วมด้วยดังนั
้น เมื่อไม่ปรากฏว่ามีเจ้าพนักงานต
ำรวจ หรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองร่วมก
ับผู้เสียหายในการจับกุมจำเลย ผู้เสียหายย่อมไม่เป็นเจ้าพนักง
านซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 138
ปิดหน้านี้
กดพิมพ์ (Print) หน้านี้
www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม