Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
มาตรา 30 31 32 33 คดีอาญา | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
มาตรา 30 31 32 33 คดีอาญา
****มาตรา 30 คดีอาญาใดซึ่งพนักงานอัยการยื่น
ฟ้องต่อศาลแล้ว ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องขอเข้าร่
วมเป็นโจทก์ในระยะใดระหว่างพิจา
รณาก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนั้
นก็ได้
***มาตรา 31 คดีอาญาที่มิใช่ความผิดต่อส่วนต
ัวซึ่งผู้เสียหาย ยื่นฟ้องแล้ว พนักงานอัยการจะยื่นคำร้องขอเข้
าร่วมเป็นโจทก์ใน ระยะใดก่อนคดีเสร็จเด็ดขาดก็ได้
มาตรา 32 เมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหา
ยเป็นโจทก์ร่วมกัน ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่าผู้เสีย
หายจะกร
...
ะทำให้คดีของอัยการเสียหาย โดยกระทำหรือละเว้นกระทำการใด ๆ ในกระบวนพิจารณาพนักงานอัยการมี
อำนาจร้องต่อศาลให้สั่งผู้เสียห
ายกระทำหรือละเว้นกระทำ การนั้น ๆได้
(((วัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงาน
อัยการมาดูแลความสงบเรียบร้อย การที่พนักงานอัยการเข้าเป็นโจท
ก์ร่วมในคดีที่ผู้เสียหายฟ้อง ไม่ใช่การฟ้องคดี ไม่ใช่หลักเกณฑ์ตาม มาตรา 120)))
มาตรา 33 คดีอาญาเรื่องเดียวกันซึ่งทั้งพ
นักงานอัยการและผู้เสียหายต่างไ
ด้ยื่นฟ้องในศาลชั้นต้นศาลเดียว
กันหรือต่างศาลกัน ศาลนั้น ๆ มีอำนาจสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคด
ีเดียวกัน เมื่อศาลเห็นชอบโดยพลการหรือโดย
โจทก์ยื่นคำร้องในระยะใดก่อนมี คำพิพากษา
แต่ทว่าจะมีคำสั่งเช่นนั้นไม่ได
้ นอกจากจะได้รับความยินยอม ของศาลอื่นนั้นก่อน((ไม่ได้เป็น
โจทก์ร่วมแต่ต่างคนต่างฟ้องคดี)
)
ข้อสังเกต
1. การรับฟังพยานหลักฐาน ต้องรวมเป็นคดีเดียวกัน พยานหลักฐานของพนักงานอัยการที่
สืบไปแล้วก็ถือว่าเป็นพยานหลักฐ
านของผู้เสียหายด้วย
2. คดีดำจะปรากฏเลขคดีทุกคดีรวมอยู
่ในเลขคดีใหม่ (จะต้องมีเลขอย่างน้อย 2 คดี)
3. การพิพากษาต้องถือเป็นคดีเดียวจ
ะแยกยกฟ้องคดีหนึ่งและลงโทษอีกค
ดีหนึ่งไม่ได้****
145/
2483 คดีที่โจทก์ต่างฝ่ายต่างฟ้องจำเลยคนเ
ดียวกันในกรณี อันเดียวกันขอให้ลงโทษในความผิด
ฐานเดียวกัน ศาลได้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกั
นนั้นเมื่อพยานของโจทก์ทั้งสองค
ดีนั้นเป็น คนเดียวกัน โดยมากแล้วพยานโจทก์ในคดีที่ได้
สืบไปนั้น ยอมเป็นพยานของ โจทก์อีคดีหนึ่งด้วย
**เมื่อรวมเป็นคดีเดียวกัน ต้องถือเป็นคดีเดียวจะแยกยกฟ้อง
คดีหนึ่ง มาลงโทษอีกคดีหนึ่งไม่ได้***
133-134/
2491 คดีอาญาราษฎรและอัยการต่างเป็นโจทก์ฟ้องจ
ำเลยในกรณีเหตุอันเดียวกันนั้น ถ้าศาลสั่งให้รวมการพิจารณาคดีเ
ป็นคดีเดียวกันแล้วการฟังคำพยาน
หลักฐานก็รวม เป็นคดีเดียวกันได้ ไม่ต้องแยกว่าเป็นพยานของสำนวนไ
หน
**1025/
2513 อัยการฟ้อง ร. กับ ส. เป็นจำเลย หาว่าทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันและ ส. ฟ้อง ร. เป็นอีกสำนวนหนึ่งว่าทำร้ายร่าง
กายตน ศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาพิพ
ากษา แล้วพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับ ร. แต่โทษจำคุกให้รอไว้ ส่วน ส. นั้นก็ให้ลงโทษปรับ กับยกฟ้องคดีที่ ส. เป็นโจทก์ส. แต่ผู้เดียวอุทธรณ์ทั้ง 2 สำนวนศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องคด
ีที่ ส. เป็นโจทก์เหมือนกัน แต่ให้แก้โทษของ ร. เป็นไม่รอการลงโทษจำคุก ดังนี้ หาชอบไม่ เพราะคดีเฉพาะตัว ร. จำเลยในสำนวนที่อัยการเป็นโจทก์
นั้นถึงที่สุดแล้ว
ปิดหน้านี้
กดพิมพ์ (Print) หน้านี้
www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม