Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
แนวฎีกา สอบเนติ ภาค 2 | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
แนวฎีกา สอบเนติ ภาค 2
แนวฎีก
า สอบเนติ ภาค 2
เขตอำนาจศาล
มาตรา 4 เว้นแต่จะมีบทบัญญัติเป็นอย่างอ
ื่น
(1) คำฟ้อง ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเ
นาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเ
ขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอ
ยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่
(2) คำร้องขอ ให้เสนอต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น
ในเขตศาล หรือต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเน
าอยู่ในเขตศาล
คำว่ามูลคดี ตามมาตรา 4 (1) หมายถึง ต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต
...
้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ
้องร้องตามสิทธินั้นๆ หรือเหตุแห่งการฟ้องร้อง
คำพิพากษาฎีกาที่ 5477/2550
ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) บัญญัติว่า คำฟ้อง ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเ
นาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเ
ขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอ
ยู่ในราชอาญาจักรหรือไม่ ตามบทบัญญัติดังกล่าว คำว่า มูลคดี หมายถึง ต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แ
ย้งสิทธิอันจะทำให้โจทก์เกิดอำน
าจฟ้อง ตามคำฟ้องของโจทก์ระบุว่าจำเลยส
ั่งจ่ายเช็คพิพาทระบุชื่อ อ. เป็นผู้รับเงินเพื่อคืนเงินที่ อ. ได้ร่วมลงทุนซื้อที่ดินกับจำเลย
จำนวน 140,000 บาท ให้แก่ อ. เมื่อเช็คดังกล่าวถึงกำหนดวันสั
่งจ่าย อ. นำไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเ
งิน แม้จะถือว่า อ. เป็นผู้เสียหายในขณะที่เช็คพิพา
ทถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายก็ตาม แต่เมื่อได้ความว่า อ. ได้โอนเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ โดยสลักหลังเช็คพิพาทและส่งมอบแ
ก่โจทก์ โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงและมีสิทธิเ
ช่นเดียวกับ อ. ในอันที่จะบังคับเอาแก่จำเลยซึ่
งมีความผูกพันอยู่แล้วก่อนตนตาม
ป.พ.พ. มาตรา 967 วรรคสาม ประกอบมาตรา 989 วรรคแรก โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยซึ่งเป
็นผู้สั่งจ่ายให้ชำระเงินตามเช็
คแก่โจทก์ได้ ความรับผิดของจำเลยเกิดขึ้นเมื่
อเช็คพิพาทถูกธนาคารปฏิเสธการจ่
ายเงิน ดังนั้น สถานที่ที่เช็คถูกปฏิเสธการจ่าย
เงินย่อมเป็นสถานที่ที่มูลคดีเก
ิดด้วย เมื่อธนาคารตามเช็คที่ถูกปฏิเสธ
การจ่ายเงินตั้งอยู่ในเขตอำนาจข
องศาลชั้นต้น ย่อมถือได้ว่ามูลคดีนี้เกิดขึ้น
ในเขตศาลชั้นต้น โจทก์จึงมีอำนาจเสนอคำฟ้องต่อศา
ลชั้นต้นได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎห
มายดังกล่าว
คำพิพากษาฎีกา 4472/2551)
ในกรณีที่จำเลยเป็นสมาคมฌาปนกิจ
สงเคราะห์มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุ
งเทพฯ การตกลงรับ ก. ผู้ตายเป็นสมาชิกของจำเลยพิจารณ
าอนุมัติที่กรุงเทพฯ แต่เมื่อการสมัครสมาชิกของจำเลย
และการขอเปิดบัญชีเงินฝากของ ก. กระทำโดยผ่านธนาคารเพื่อการเกษต
รฯ สาขาสุรินทร์ และต่อมาจำเลยได้ตกลงรับ ก.เป็นสมาชิก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์กา
รเกษตร สาขาสุรินทร์จึงมีส่วนเกี่ยวข้อ
งกับเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้
แย้งสิทธิของโจทก์ตามข้อตกลงในก
ารเป็นสมาชิกของจำเลย ถือได้ว่ามูลคดีนี้เกิดขึ้นที่ธ
นาคารเพื่อการเกษตรฯสาขาสุรินทร
์ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 4 (1)
มูลคดีในกรณีที่ทำสัญญาเช่าซื้อ
คือ สถานที่ที่ผู้เช่าซื้อและผู้ให้
เช่าซื้อลงนามในสัญญา
คำพิพากษาฎีกาที่ 8553/2547
สัญญาเช่าซื้อต้องทำเป็นหนังสือ
ซึ่งต้องลงลายมือชื่อคู่สัญญาทั
้งสองฝ่ายมิฉะนั้นเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ มาตรา 572 วรรคสอง ดังนั้น แม้จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาเช่า
ซื้อในฐานะผู้เช่าซื้อที่จังหวั
ดกระบี่ แต่ยังไม่มีการลงลายมือชื่อฝ่าย
ผู้ให้เช่าซื้อจึงไม่ครบบริบูรณ
์ เมื่อมีการส่งหนังสือสัญญาเช่าซ
ื้อดังกล่าวไปให้ผู้มีอำนาจลงลา
ยมือชื่อแทนโจทก์ในฐานะผู้ให้เช
่าซื้อที่สำนักงานของโจทก์ที่จั
งหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดสง
ขลาเป็นที่ที่มูลคดีเกิดขึ้นอีก
แห่งหนึ่งด้วย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลจั
งหวัดสงขลาได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 4 (1)
มูลคดีในกรณีผิดสัญญาหย่าหรือข้
อตกลงในการจดทะเบียนหย่าคือ สถานที่มีการจดทะเบียนการหย่าแล
ะทำบันทึกข้อตกลงในทะเบียนการหย
่า
คำพิพากษาฎีกาที่ 2464/2542
บันทึกในทางทะเบียนการหย่าตามฟ้
องทำที่ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุท
รปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยไม่ทำหน้
าที่ผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรทั้งส
อง ขอให้ถอนอำนาจปกครองและให้โจทก์
เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองจึงถือว่า
เป็นกรณีที่อ้างว่าจำเลยประพฤติ
ผิดสัญญาหรือข้อตกลงในการจดทะเบ
ียนหย่านั้น แม้จำเลยและบุตรทั้งสองมีภูมิลำ
เนาอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ก็ตา
ม ก็ถือว่าสถานที่ที่ได้มีการจดทะ
เบียนการหย่าเป็นสถานที่ที่มูลค
ดีเกิดขึ้นในท้องที่ที่ได้ทำบัน
ทึกข้อตกลงในทะเบียนการหย่าไว้น
ั้น จึงถือว่ามูลคดีเกิดขึ้นที่ที่ว
่าการอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาล
จังหวัดสมุทรปราการแผนกคดีเยาวช
นและครอบครัวซึ่งเป็นศาลที่มูลค
ดีเกิดขึ้นในเขตได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4(1)
ข้อสังเกต ในกรณีเป็นการฟ้องหย่าด้วยเหตุห
ย่าตามที่กฎหมาย ถือว่ามูลคดีเกิดขึ้นในสถานที่ท
ี่เหตุฟ้องหย่าได้เกิดขึ้น ส่วนสถานที่ที่จดทะเบียนสมรสมิใ
ช่สถานที่มูลคดีเกิด
คำพิพากษาฎีกาที่ 4443/2546
การที่โจทก์จะเสนอคำฟ้องต่อศาลใ
ดต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 4(1) คือ เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอ
ยู่ในเขตศาลหรือต่อศาลที่มูลคดี
เกิดขึ้นในเขตศาล ไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ใน
เขตศาลหรือไม่ ซึ่งคำว่า “มูลคดีเกิด” ย่อมหมายถึง ต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งคำฟ้อง คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยต้นเหตุของ
คำฟ้องคือเหตุหย่า ส่วนการจดทะเบียนสมรสเป็นตันเหต
ุของความเป็นสามีภริยากัน สถานที่จดทะเบียนสมรสจึงไม่ใช่เ
ป็นสถานที่มูลคดีของเหตุฟ้องหย่
าเกิด ตามที่โจทก์อ้างมาในฎีกาไม่ เมื่อปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ได้
ความว่าในระหว่างสมรสโจทก์จำเลย
พักอาศัยอยู่บ้านเดียวกันที่จัง
หวัดนครศรีธรรมราช จำเลยได้กระทำการเป็นปรปักษ์ต่อ
การเป็นสามีภริยา โดยทำร้ายร่างกายโจทก์และขับโจท
ก์ออกจากบ้าน อันเป็นเหตุฟ้องหย่า ฉะนั้น จังหวัดนครศรีธรรมราชจึงเป็นสถา
นที่มูลคดีของเหตุฟ้องหย่าเกิด ทั้งปรากฏตามคำฟ้องว่าจำเลยมีภู
มิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรร
มราช โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องหย่าจำเล
ยที่ศาลจังหวัดพัทลุง (สถานที่จดทะเบียนสมรส) ตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวข้าง
ต้น
มูลคดีในกรณีทำประกันชีวิต คือ สถานที่ทำคำเสนอขอสมัครทำสัญญาป
ระกันชีวิตกับตัวแทนหรือนายหน้า
ผู้รับประกันภัย เป็นที่มูลคดีเกิด
คำพิพากษาฎีกาที่ 572/2549
จ. มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอเมืองตร
าด จังหวัดตราด ได้ติดต่อผ่าน ว. นายหน้าขายประกันชีวิตของบริษัท
จำเลยซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่จัง
หวัดตราด โดย ว. เป็นผู้กรอกข้อความในใบคำขอเอาป
ระกันชีวิตให้ จ. ลงลายมือชื่อในฐานะผู้ขอเอาประก
ันภัย แล้วส่งเอกสารนั้นไปให้จำเลยซึ่
งมีสำนักงานอยู่ที่กรุงเทพฯ พิจารณารับคำขอเอาประกันชีวิตแล
ะออกกรมธรรม์ให้ ดังนี้ การเริ่มต้นทำสัญญาประกันชีวิตจ
ึงเกิดขึ้นที่จังหวัดตราด กรณีถือได้ว่ามูลคดีเกิดขึ้นในเ
ขตศาลจังหวัดตราดอีกแห่งหนึ่งด้
วยโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาล
จังหวัดตราด ได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 4(1)
กรณีบัตรเครดิต มูลคดีเกิดที่สาขาธนาคารที่ลูกค
้าทำสัญญาและรับบัตรเครดิต การอนุมัติและการออกบัตรเครดิตโ
ดยสำนักงานใหญ่ของธนาคารเป็นขั้
นตอนของธนาคารสำนักงานใหญ่และสำ
นักงานสาขาเท่านั้น จึงไม่ถือว่ามูลคดีเกิดที่ธนาคา
รสำนักงานใหญ่
คำพิพากษาฎีกาที่ 7788/2546(ป)
มูลคดี หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่ง
การโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้โจทก์
เกิดอำนาจฟ้อง แต่ตามคำฟ้องของธนาคารโจทก์ที่ว
่า ในทางบัญชีหลังจากจำเลยได้ทำสัญ
ญาและรับบัตรเครดิตไปจากโจทก์จำ
เลยใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าแ
ละบริการหลายครั้งหลายหนประกอบก
ับสถานที่รับบัตรเครดิตคือธนาคา
รโจทก์สาขาหนองคาย ดังนั้น การอนุมัติและการออกบัตรเครดิตจ
ึงเป็นเพียงขั้นตอนปฏิบัติระหว่
างสำนักงานใหญ่กับสาขาหนองคาย เมื่อจำเลยทำสัญญาและรับบัตรเคร
ดิตจากโจทก์สาขาหนองคายอันเป็นข
ั้นตอนสุดท้ายที่จำเลยจะสามารถน
ำบัตรเครดิตไปชำระหนี้ค่าสินค้า
และบริการจนเป็นเหตุพิพาทซึ่งเป
็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิและม
ูลหนี้ตามฟ้องมูลคดีจึงมิได้เกิ
ดในเขตศาลชั้นต้นที่สำนักงานใหญ
่ของโจทก์ตั้งอยู่
สถานที่ทำหนังสือรับสภาพหนี้ก็เ
ป็นที่มูลคดีเกิด เช่น
คำพิพากษาฎีกาที่ 6508/2547
มูลคดีในส่วนรับและใช้บัตรเครดิ
ตเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ในคดีหนึ่งมูลคดีอาจเกิดขึ้น
หลายแห่งได้ เมื่อหนังสือรับสภาพหนี้ทำที่สำ
นักงานใหญ่ของธนาคารโจทก์ แม้ไม่ทำให้หนี้เดิมระงับ แต่หนังสือรับสภาพหนี้ก็เป็นนิต
ิกรรมอย่างหนึ่งที่บังคับได้ ทั้งโจทก์ฟ้องโดยอาศัยหนังสือรั
บสภาพหนี้ สถานที่ทำหนังสือรับสภาพหนี้จึง
เป็นสถานที่มูลคดีเกิดอีกแห่งหน
ึ่ง โจทก์ฟ้องต่อศาลชั้นต้นซึ่งสถาน
ที่ทำหนังสือรับสภาพหนี้อยู่ในเ
ขต จึงชอบด้วย ป.วิ.พ.มาตรา 4(1)
คำพิพากษาฎีกาที่ 6509/2547
แม้ตามสำเนาใบสมัครสมาชิกบัตรเค
รดิตระบุว่า สถานที่รับบัตรและส่งใบเรียกเก็
บเงินคือบ้านจำเลยที่จังหวัดราช
บุรี ซึ่งเป็นสถานที่มูลคดีเกิด แต่ในคดีแต่ละคดี มูลคดีอาจเกิดขึ้นได้หลายแห่ง คดีนี้หลังจากที่จำเลยผิดสัญญาใ
ช้บัตรเครดิตเป็นหนี้จำนวนหนึ่ง
โจทก์จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพห
นี้ซึ่งว่าไม่ลบล้างหนี้เดิมหรื
อเกิดหนี้ใหม่ แต่หนังสือรับสภาพหนี้ก็เป็นนิต
ิกรรมอันชอบด้วยกฎหมายมีผลผูกพั
นคู่สัญญา จึงถือได้ว่าสถานที่ทำหนังสือรั
บสภาพหนี้เป็นสถานที่เกิดมูลคดี
อีกแห่งหนึ่ง เมื่อหนังสือรับสภาพหนี้ทำที่สำ
นักงานใหญ่ของธนาคารโจทก์ซึ่งอย
ู่ในเขตอำนาจศาลแขวงพระโขนง อีกทั้งโจทก์ฟ้องขอบังคับตามหนั
งสือรับสภาพหนี้และแนบหนังสือมา
ท้ายฟ้องอันเป็นส่วนหนึ่งของฟ้อ
งการที่โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลแขวง
พระโขนง จึงชอบด้วย ป.วิ.พ.มาตรา 4(1)
สถานที่ทำสัญญาเป็นสถานที่มูลคด
ีเกิด ส่วนสถานที่ส่งมอบและรับมอบสินค
้าเป็นสถานที่ชำระหนี้ ไม่ใช่สถานที่ที่มูลคดีเกิด
คำพิพากษาฎีกาที่ 5483/2540
จำเลยตกลงซื้อปลาจากแพปลาของโจท
ก์ในจังหวัดสงขลา เพื่อให้ส่งปลาไปให้จำเลยที่จัง
หวัดภูเก็ต สัญญาซื้อขายเกิดขึ้นที่จังหวัด
สงขลา ส่วนจังหวัดภูเก็ตเป็นสถานที่ส่
งและรับมอบสินค้า เมื่อจำเลยผิดสัญญา มูลความแห่งคดีจึงเกิดขึ้นเนื่อ
งจากสัญญาซื้อขายดังกล่าว ศาลจังหวัดสงขลาจึงเป็นศาลที่มู
ลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลย่อมมีอำนา
จรับฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาพิพากษ
าได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความแพ่งมาตรา 4(1)
ในกรณีฟ้องเรียกเงินตามเช็ค สถานที่ตั้งของธนาคารที่ปฏิเสธก
ารจ่ายเงินเป็นสถานที่ที่มูลคดี
เกิด
คำพิพากษาฎีกาที่ 7255/2539
เมื่อธนาคารตามเช็คที่ถูกปฏิเสธ
การจ่ายเงินทุกฉบับตั้งอยู่ในเข
ตอำนาจของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธาน
ี ย่อมถือได้ว่ามูลคดีเกิดขึ้นในเ
ขตศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีที่ศาลดังกล
่าวได้ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 4(1)
คำพิพากษาฎีกาที่ 4863/2538
โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่จำเลยนำเช
็คของโจทก์ไปเรียกเก็บเงินจากธน
าคารซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจศาลจ
ังหวัดชลบุรี มูลคดีจึงเกิดขึ้นในเขตอำนาจของ
ศาลจังหวัดชลบุรีด้วย
ข้อสังเกต สถานที่ที่เกิดมูลหนี้ตามเช็คเป
็นที่มูลคดีเกิดขึ้นด้วย
คำพิพากษาฎีกาที่ 8304/2544
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับชำระหนี
้ตามเช็คอันมีมูลหนี้มาจากการซื
้อขายหุ้นในบริษัท ก. ตั้งอยู่ที่จังหวัดปัตตานี ส่วนจำเลยให้การว่าจำเลย สั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์เพ
ื่อเป็นประกันการติดตามลูกหนี้ข
องบริษัท ก. จึงเห็นว่าเหตุที่มาแห่งการโต้แ
ย้งสิทธิเป็นหนี้เกี่ยวกับกิจกา
รของบริษัท ก. ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดปั
ตตานี ซึ่งเป็นศาลมูลคดีเกิดด้วยศาลหน
ึ่ง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศา
ลจังหวัดปัตตานี
คำพิพากษาฎีกาที่ 1864/2548
โจทก์และห้างหุ้นส่วนจำกัด ท. ทำสัญญาจ้างแรงงานเพื่อว่าจ้างโ
จทก์ก่อสร้างอาคาร โดยทำสัญญาและก่อสร้างอาคารดังก
ล่าว ที่จังหวัดเชียงใหม่ และจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทมอ
บให้โจทก์ตามมูลหนี้ก่อสร้างเกี
่ยวกับสัญญาจ้างแรงงาน ถือว่ามูลหนี้ตามเช็คเกิดจากสัญ
ญาจ้างแรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุที่มาแห่ง
การโต้แย้งสิทธิที่ทำให้โจทก์เก
ิดอำนาจฟ้อง มูลหนี้เกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัด
เชียงใหม่ โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ที่ศาลจั
งหวัดเชียงใหม่ อันเป็นศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเ
ขตได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4(1)
มูลคดีเกิดในกรณีละเมิด
คำพิพากษาฎีกาที่ 2786/2540
โจทก์ฟ้องโดยอาศัยเหตุที่จำเลยก
ระทำละเมิดต่อโจทก์เนื่องจากจำเ
ลยขายรถยนต์ซึ่งเป็นสินสมรสระหว
่างโจทก์กับจำเลย ให้แก่ผู้อื่นไปโดยโจทก์ไม่ยินย
อม ได้ความว่า สัญญาซื้อขายรถยนต์เขียนที่ตำบล
หนองหอย จังหวัดเชียงใหม่ แม้จะฟังได้ว่าเป็นสถานที่ซึ่งม
ูลคดีระหว่างจำเลยกับผู้ซื้อได้
เกิดขึ้น แต่ด้วยเหตุเดียวกันนี้หากจำเลย
ได้ทำสัญญาขายรถยนต์ ให้แก่บุคคลภายนอกดังที่โจทก์กล
่าวอ้าง ก็เป็นต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งก
ารโต้แย้งสิทธิในมูลละเมิดเช่นก
ัน ทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้องร้องตาม
สิทธินั้นขึ้น จังหวัดเชียงใหม่จึงเป็นสถานที่
ที่มูลคดีเกิดขึ้น โจทก์ย่อมฟ้องคดีเรียกเงินอันได
้จากการขายรถยนต์ที่ศาลจังหวัดเ
ชียงใหม่ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพ
ิพากษาได้ ส่วนการซื้อขายรถยนต์อีกคันหนึ่
งสัญญาจะซื้อขายหรือสัญญาวางมัด
จำทำที่ตำบลหนองหลวง จังหวัดตาก โดยผู้จะซื้อเป็นคนละคนกับที่ซื
้อคันแรก สัญญาทำกันคนละปี หากจะฟังว่าได้ทำสัญญาจะซื้อขาย
ไว้ก็เป็นเรื่องการซื้อขายที่จั
งหวัดตาก มูลคดีอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย
้งสิทธิมิใช่เกิดที่เขตอำนาจของ
ศาลจังหวัดเชียงใหม่
มูลคดีตามสัญญาใช้บริการวิทยุคม
นาคม
คำพิพากษาฎีกาที่ 8450/2547
การอนุมัติและเปิดสัญญาณวิทยุคม
นาคมของสำนักงานใหญ่ของโจทก์เป็
นการกระทำอันมีผลเป็นการแสดงเจต
นาสนองรับคำเสนอของจำเลยที่ขอใช
้บริการวิทยุคมนาคมต่อสำนักงานส
าขาหรือตัวแทนของโจทก์ แม้จะเป็นการแสดงเจตนาที่กระทำต
่อจำเลย ซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้า แต่ก็ถือได้ว่าตามปกติประเพณีกา
รตกลงทำสัญญาที่กระทำขึ้นในลักษ
ณะเช่นนี้ ย่อมเกิดเป็นสัญญาขึ้นเมื่อสำนั
กงานใหญ่ของจำเลยสนองรับคำเสนอโ
ดยเปิดสัญญาณวิทยุคมนาคมที่สำนั
กงานใหญ่ของโจทก์ซึ่งมีผลทำให้จ
ำเลยสามารถใช้บริการวิทยุคมนาคม
ได้โดยไม่ต้องมีคำบอกกล่าวสนองไ
ปถึงจำเลยตาม ป.พ.พ.มาตรา 361 วรรคสอง ดังนั้นเมื่อสัญญาเกิดขึ้นที่สำ
นักงานใหญ่ของโจทก์ซึ่งตั้งอยู่
ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นและโจทก
์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้อันเกิด
จากการใช้บริการตามสัญญาดังกล่า
ว ย่อมถือได้ว่าศาลชั้นต้นเป็นศาล
หนึ่งที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาล
ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 4(1) จึงเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ
มูลคดีกรณีฟ้องเรียกเงินตามสัญญ
าจะซื้อจะขาย
คำพิพากษาฎีกาที่ 8947/2547
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญาจะซื
้อจะขายที่ดินที่ได้ชำระไปแล้วค
ืนเพราะจำเลยผิดสัญญา และโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายอันเป็นที
่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิของโจทก์
ทำที่สำนักงานของจำเลยที่กรุงเท
พฯ กรุงเทพฯจึงเป็นสถานที่มูลคดีเก
ิด ส่วนจังหวัดราชบุรีซึ่งเป็นที่ต
ั้งของที่ดินที่โจทก์ตกลงจะซื้อ
จะขายกันถือไม่ได้ว่าเป็นสถานที
่ที่มูลคดีเกิดด้วย เมื่อมูลคดีมิได้เกิดในเขตอำนาจ
ของศาลชั้นต้น ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ดินดังกล่
าวโจทก์ก็ย่อมไม่มีอำนาจเสนอคำฟ
้องต่อศาลชั้นต้น
สถานที่ที่อนุมัติวงเงินกู้และส
่งมอบเงินกู้เป็นสถานที่เกิดมูล
คดีอีกแห่งหนึ่งด้วย
คำพิพากษาฎีกาที่ 5702/2548
ในการขอกู้เงินจากบริษัทเงินทุน
โจทก์ จำเลยได้ยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่
การตลาดสินเชื่อรายย่อยของโจทก์
ซึ่งระบุให้โจทก์นำฝากหรือโอนเง
ินกู้เข้าบัญชีของจำเลยที่ธนาคา
ร โดยให้ถือว่าจำเลยได้รับเงินกู้
ถูกต้องนับแต่วันที่โจทก์นำฝากห
รือโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลย หลังจากเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้วไ
ด้ส่งไปให้โจทก์พิจารณาที่สำนัก
งานใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ที่แขวงวังใ
หม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โจทก์อนุมัติวงเงินกู้ให้แก่จำเ
ลยและนำเงินกู้ไปฝากหรือโอนเข้า
บัญชีของจำเลยตามที่ระบุไว้ การอนุมัติวงเงินกู้และโอนเงินก
ู้ซึ่งถือว่าเป็นการส่งมอบเงินก
ู้ได้กระทำในท้องที่เขตปทุมวันซ
ึ่งอยู่ในเขตศาลชั้นต้นคือศาลแข
วงปทุมวัน ถือได้ว่ามูลคดีเกิดในเขตศาลชั้
นต้นอีกแห่งหนึ่งด้วย โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศา
ลชั้นต้นได้ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 4 (1), 5
ปิดหน้านี้
กดพิมพ์ (Print) หน้านี้
www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม