Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
หลักการวินิจฉัยว่า การกระทำผิดในขณะบันดาล | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
หลักการวินิจฉัยว่า การกระทำผิดในขณะบันดาล
หลักการวินิจฉัยว่า
เป็นการกระทำผิดในขณะบันดาลโทสะ
หรือไม่ ให้พิจารณาเทียบเคียงกับความรู้
สึกของบุคคลทั่วไปในฐานะอย่างเด
ียวกับผู้กระทำ ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 708/2535
ป.อ. มาตรา 72, 289
ตอนแรกจำเลยที่ 1 ใช้ไม้ตี ก. เพราะถูก ก. ดุ ด่า และทำร้ายร่างกาย แต่หลังจาก ก. ดุด่าและทำร้ายร่างกายจำเลยที่ 1แล้ว ก. ได้เดินเข้าไปนั่งซ่อมโทรศัพท์อ
ยู่ในห้อง จำเลยที่ 1เดินไป
...
หาไม้ที่หลังบ้านมีช่วงเวลาที่จ
ะคิดได้ว่าสมควรทำร้าย ก.หรือไม่ จำเลยที่ 1 หาไม่ได้แล้วเดินเข้าไปตี ก. ในขณะที่กำลังนั่งซ่อมโทรศัพท์อ
ยู่ ก. ยังมีลมหายใจอยู่และส่งเสียงร้อ
งจำเลยที่ 1 เกรงว่าเพื่อนบ้านจะได้ยินเสียง
ร้อง จึงใช้ผ้ารัดคอโดยแรงจนกระทั่งแ
น่นิ่งไปซึ่งเป็นการกระทำที่มีส
าเหตุมาจากเกรงว่าเพื่อนบ้านจะไ
ด้ยินเสียงร้อง มิใช่เพราะสาเหตุถูกข่มเหงจึงมิ
ใช่การกระทำโดยบันดาลโทสะตามประ
มวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 หลังจากจำเลยที่ 1 ฆ่า ก. แล้ว ขณะกำลังหาที่ซุกซ่อนศพและกลบเก
ลื่อนหลักฐานอยู่นั้น ส. บุตร ก. ได้เข้ามาเห็นสภาพภายในห้องที่เ
กิดเหตุซึ่งมีพิรุธผิดสังเกต จำเลยที่ 1เห็นเช่นนั้นก็ใช้ไม้ตี ส. เพื่อปกปิดความผิดฐานฆ่า ก.การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการฆ่า ส. เพื่อปกปิดความผิดอื่นและเพื่อห
ลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื
่นที่ตนได้กระทำไว้ จำเลยที่ 1 ใช้ไม้ตี ส.หลายทีเมื่อส. ยังไม่ตาย จึงใช้ผ้ารัดคออีกจนถึงแก่ความต
าย เป็นวิธีธรรมดาในการฆ่าให้ถึงแก
่ความตายไป มิใช่เป็นการฆ่าโดยทารุณโหดร้าย
คำพิพากษาฎีกาที่ 1821/2543
ป.อ. มาตรา 72
ผู้ตายเมาสุรามากกลับมาบ้าน ผู้ตายเอะอะหาเรื่องจำเลยหลายเร
ื่อง และกล่าวหาว่าจำเลยเอามีดของผู้
ตายไปซ่อน ผู้ตายบอกให้จำเลยออกจากบ้านมิเ
ช่นนั้นจะสับให้เป็นชิ้น แล้วใช้มีดดังกล่าวไล่ฟันจำเลยก
่อน จำเลยวิ่งไป บ้านน้องผู้ตายซึ่งอยู่ใกล้กัน มีผู้ตายถือมีดวิ่งติดตามไป จำเลยต้องหลบหนีออกไปซ่อนตัวข้า
งต้นมะขามในทุ่งนา ผู้ตายหาจำเลยไม่พบจึงกลับบ้าน ปิดบ้านล็อกกุญแจนอน ต่อมาจำเลยกลับบ้าน แอบมองทางรอยแตกเห็นผู้ตายหลบอย
ู่ จึงใช้ลูกกุญแจไขเปิดประตูหน้าบ
้านเข้าไป แล้วจำเลยใช้มีดฟันผู้ตายด้วยคว
ามโมโหที่ถูกผู้ตายวิ่งไล่ทำร้า
ยอยู่เป็นประจำการที่ผู้ตายใช้ม
ีดไล่ฟันจำเลย นับว่าเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแร
งด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม แม้จำเลยจะเป็นภริยาผู้ตาย ผู้ตายก็หามีสิทธิที่จะกระทำแก่
จำเลยเช่นนั้นไม่ ดังนี้ เมื่อจำเลยเกิดความโกรธ คือบันดาลโทสะ และจำเลยกระทำแก่ผู้ตายในทันทีเ
มื่อกลับมาถึงบ้านและพบผู้ตาย อันเป็นระยะเวลาห่างจากถูกข่มเห
งเพียง 2 ชั่วโมงหรือ 2 ชั่วโมงเศษ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จำเลยต้องหล
บหนีจากการที่ถูกผู้ตายข่มเหงอย
่างร้ายแรงจนถึงกับต้องไปแอบซ่อ
นตัวอยู่ในป่าละเมาะ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าการข
่มเหงยังอยู่ในช่วงเวลาที่ต่อเน
ื่องเชื่อมโยงกันอยู่ จึงตกอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ว่าจำเล
ยกระทำผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น
การกระทำของจำเลยต้องด้วยบทบัญญ
ัติประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72
คำพิพากษาฎีกาที่ 629/2536
ป.อ. มาตรา 56, 72, 78
การที่จำเลยซึ่งเป็นหญิงถูกผู้เ
สียหายแย่งสามี แล้วต้องถูกสามีไล่ออกจากบ้านพร
้อมบุตร เป็นเหตุให้ครอบครัวต้องแตกแยกจ
ำเลยต้องไปเช่าบ้านอยู่และมีราย
ได้ไม่พอใช้จ่าย บุตรที่กำลังศึกษาอยู่ต้องออกจา
กโรงเรียน นับว่าผู้เสียหายทำให้จำเลยเกิด
ความคับแค้นใจอย่างมากอยู่ก่อนแ
ล้ว เมื่อจำเลยไปขอเงินจากสามี แล้วพบผู้เสียหายและถูกผู้เสียห
ายด่าว่า และมองด้วยอาการเหยียดหยามตั้งแ
ต่ศีรษะจดเท้า ถือได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้
ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรมจนทำให
้จำเลยเกิดโทสะ การที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหาย
ไปในขณะนั้นจึงเป็นการกระทำโดยบ
ันดาลโทสะตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72 เมื่อปรากฏว่าจำเลยมีเหตุอันควร
เห็นใจ เนื่องจากถูกผู้เสียหายแย่งสามี
แล้วถูกสามีขับไล่ออกจากบ้าน ครอบครัวประสบความเดือดร้อนจำเล
ยย่อมได้รับความคับแค้นใจอย่างม
ากประกอบกับหลังเกิดเหตุจำเลยได
้ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งรู้จั
กให้พาเข้ามอบตัว อันเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักง
าน แสดงให้เห็นว่าที่จำเลยยิงผู้เส
ียหายไปถึง 4-5 นัด ก็เป็นเพราะขณะนั้นจำเลยไม่สามา
รถควบคุมสติได้ตามปกติ การกระทำของจำเลยจึงมีเหตุอันคว
รปรานีให้ลงโทษสถานเบาเมื่อไม่ป
รากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกม
าก่อน ศาลย่อมมีอำนาจที่จะพิพากษาลงโท
ษจำคุกจำเลยแล้วรอการลงโทษและคุ
มความประพฤติของจำเลย
คำพิพากษาฎีกาที่ 3502/2548
ป.อ. มาตรา 81, 289
จำเลยโกรธผู้เสียหายเนื่องจากถู
กทวงเงินค่าน้ำมันแล้วขับขี่รถจ
ักรยานยนต์เสียงดังใส่หน้าผู้เส
ียหาย ต่อมาประมาณ 30 นาที จึงกลับมาใช้อาวุธปืนแก๊ปยิงผู้
เสียหาย กรณีไม่ใช่เกิดโทสะแล้วยิงผู้เส
ียหายทันที หากแต่เกิดโทสะและออกจากที่เกิด
เหตุแล้วประมาณ 30 นาที ซึ่งมีเวลาที่จะคิดไตร่ตรอง ถือว่ามีเจตนาผู้อื่นโดยไตร่ตรอ
งไว้ก่อน แต่เมื่อจำเลยยิงผู้เสียหายในระ
ยะห่าง 20 เมตร กระสุนปืนถูกบริเวณคอด้านหน้าขว
าและบริเวณชายโครงขวาด้านหน้าทั
้งสองแห่งมีบาดแผลขนาด 0.5 เซนติเมตร ไม่มีความลึก รักษาหายภายใน 7 วัน แสดงว่ากระสุนปืนไม่มีความรุนแร
งพอที่จะทำให้ถึงแก่ความตายได้อ
ย่างแน่แท้ เพราะเหตุอาวุธปืนซึ่งเป็นปัจจั
ยที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงเป็นการกระทำความผิดตามประมว
ลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 81 วรรคหนึ่ง
ปิดหน้านี้
กดพิมพ์ (Print) หน้านี้
www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม