Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
บุคคลที่มีสิทธิบังคับคดีได้แก่บุคคลใด | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
บุคคลที่มีสิทธิบังคับคดีได้แก่บุคคลใด
คำถาม บุคคลที่มีสิทธิบังคับคดีได้แก่
บุคคลใด
คำตอบ มาตรา 271 บัญญัติถึงผู้มีสิทธิขอให้บังคั
บคดีได้ คือ คู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชน
ะคดี ซึ่งเรียกว่า “เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา” ส่วนผู้ที่จะถูกบังคับคดี คือ คู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายแพ
้คดี ซึ่งเรียกว่า “ ลูกหนี้ตามคำพิพากษา” มาตรา 271 ไม่ได้บัญญัติว่า ผู้ชนะคดีจะต้องเป็น “ โจทก์ ” แสดงว่าผู้ชนะคดีอาจเป็นฝ่ายใดก
็ได้ ฝ่าย
...
ใดจะเป็นฝ่ายชนะคดีต้องพิจารณาจ
ากคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล
(1) ไม่ใช่บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีไ
ม่มีสิทธิร้องขอให้บังคับคดี
คำพิพากษาฎีกาที่ 3090/
2549 โจทก์ฟ้องคดีขอให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินพ
ิพาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งแ
ยกที่ดินพิพาทตามคำขอของโจทก์แล
้ว จำเลยยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกที่ด
ินตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่เจ้าพนักงานที่ดินไม่อาจดำเน
ินกาให้ได้เพราะโจทก์และจำเลยต้
องร่วมกันยื่นคำขอแบ่งแยกกรรมสิ
ทธิ์รวม จำเลยแจ้งให้โจทก์ดำเนินการยื่น
คำขอรังวัดแบ่งแยกร่วมกับจำเลย แต่โจทก์เพิกเฉยจำเลยจึงยื่นคำร
้องขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับใ
ห้โจทก์ดำเนินการยื่นคำขอรังวัด
แบ่งแยกที่ดินพิพาทนั้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 บัญญัติให้บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะ
(เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) เท่านั้น ที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิ
พากษาหรือคำสั่ง จำเลยไม่ใช่เป็นบุคคลซึ่งเป็นฝ่
ายชนะจึงไม่มีสิทธิตามบทกฎหมายด
ังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของจำเลยแ
ละศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้นชอ
บแล้ว
(2) ผลของคำพิพากษาทำให้โจทก์และจำเ
ลยต่างมีสภาพเป็นเจ้าหนี้ตามคำพ
ิพากษาและลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้
วยกัน จำเลยก็มีสิทธิร้องขอให้บังคับค
ดีได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 781/
2544 ตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลชั้นต้นเ
ป็นผลให้โจทก์และจำเลยต่างมีสภา
พเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้
าหนี้ตามคำพิพากษาที่มีหนี้ต้อง
ชำระต่างตอบแทนกัน ในส่วนจำเลยจะต้องโอนสิทธิครอบค
รองในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างใ
ห้แก่โจทก์ และโจทก์จะต้องชำระค่าที่ดินให้
แก่จำเลยเช่นกัน อาศัยอำนาจตาม ป.วิ.พ. มาตรา 272 จำเลยย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลชั
้นต้นออกคำบังคับ เพื่อดำเนินการบังคับให้โจทก์ปฏ
ิบัติตามคำพิพากษาได้ภายใน ๑๐ ปีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271
คำพิพากษาฎีกาที่ 2649/
2543 โจทก์และจำเลยต่างเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิ
พากษาศาลฎีกาด้วยกันทั้งสองฝ่าย
โจทก์และจำเลยจึงต่างมีหน้าที่ต
้องปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์และจำเลยต่างฝ่ายจึงมีสิทธ
ิบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษา ซึ่งการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แ
ละสิทธิครอบครองที่ดินตามคำพิพา
กษา โจทก์สามารถใช้คำพิพากษาแทนการแ
สดงเจตนาของจำเลยดำเนินการจดทะเ
บียนโอนที่ดินได้เพียงฝ่ายเดียว
อยู่แล้ว รวมทั้งการปลดภาระจำนองของที่ดิ
นด้วย แต่โจทก์มีภาระต้องชำระค่าที่ดิ
นที่ค้างก่อนจึงจะมีสิทธิเรียกร
้องให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์และสิท
ธิครอบครองที่ดินตามสัญญาเดิม ฉะนั้นจำเลยจึงมีสิทธิขอให้ศาลอ
อกคำบังคับให้โจทก์ปฏิบัติตามคำ
พิพากษา เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำบังคั
บของศาล จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพา
กษาย่อมมีสิทธิขอให้ศาลมีหมายบั
งคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคด
ีดำเนินการให้เป็นไปตามคำบังคับ
ได้โดยชอบ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับและหมายบั
งคับคดีชอบแล้ว ไม่มีเหตุจะต้องเพิกถอนหมายบังค
ับคดี
คำพิพากษาฎีกาที่ 5310/
2544 แม้ ป.วิ.พ. มาตรา 271 บัญญัติให้คู่ความฝ่ายชนะคดีเป็นเจ้าห
นี้ตามคำพิพากษามีสิทธิที่จะร้อ
งขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาเอา
แก่คู่ความฝ่ายที่แพ้คดีคือลูกห
นี้ตามคำพิพากษาได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาก็ตาม แต่ด้วยผลของคำพิพากษา นอกจากโจทก์ได้เป็นเจ้าหนี้ตามค
ำพิพากษามีสิทธิที่จะร้องขอให้บ
ังคับจำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์
ที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายให้แก่โ
จทก์พร้อมค่าเสียหายแล้ว โจทก์ยังอยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้ต
ามคำพิพากษาที่จะต้องชำระหนี้ค่
าที่ดินที่เหลือให้แก่จำเลยทั้ง
สองเป็นการตอบแทน จำเลยทั้งสองจึงมีสิทธิที่จะร้อ
งขอให้บังคับโจทก์ชำระหนี้ค่าที
่ดินที่เหลือให้แก่จำเลยทั้งสอง
เช่นกัน ดังนี้ เมื่อจำเลยทั้งสองได้เสนอชำระหน
ี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์แล้ว และได้นำโฉนดที่ดินที่ต้องโอนกร
รมสิทธิ์ให้โจทก์พร้อมค่าเสียหา
ยกับดอกเบี้ยมาวางศาลเพื่อให้โจ
ทก์มารับไปดำเนินการให้เป็นไปตา
มคำพิพากษา ทั้งศาลได้มีคำบังคับให้โจทก์ชำ
ระหนี้ค่าที่ดินที่เหลือให้แก่จ
ำเลยทั้งสองด้วย เมื่อจำเลยทั้งสองได้ยอมชำระหนี
้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาแล้วก็
ไม่มีหนี้ที่โจทก์จะขอบังคับเอา
จากจำเลยทั้งสองอีกต่อไป แต่โจทก์ยังคงมีหนี้ที่จะต้องชำ
ระให้แก่จำเลยทั้งสองตามคำพิพาก
ษาคือ เงินค่าที่ดินที่เหลือเป็นการตอ
บแทนเพื่อให้การซื้อขายที่ดินระ
หว่างโจทก์และจำเลยทั้งสองเป็นอ
ันเสร็จสิ้นไป เมื่อโจทก์ได้รับคำบังคับโดยชอบ
แล้ว โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ใ
ห้แก่จำเลยทั้งสองภายในกำหนดตาม
คำบังคับ แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตาม จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิที่จะขอ
หมายบังคับได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 275
(3) บุคคลที่มิใช่คู่ความหรือบุคคลซ
ึ่งเป็นฝ่ายชนะคดี (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) ไม่มีสิทธิบังคับคดีได้
3.1 ผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประนีประ
นอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอม
คำพิพากษาฎีกาที่ 3137/
2549 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ผู้มีอำนาจขอให้บังคับคดีได้คือ
คู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชน
ะ (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวอา
จเป็นโจทก์หรือจำเลยในคดีนั้น หรือเป็นบุคคลภายนอกซึ่งร้องสอด
เข้ามาในคดีนั้นก็ได้ แต่ผู้ร้องมิได้เป็นโจทก์ เป็นจำเลยหรือเป็นผู้ร้องสอด ผู้ร้องมีฐานะเป็นแต่เพียงผู้รั
บประโยชน์ตามสัญญาประนีประนอมยอ
มความที่ศาลพิพากษาตามยอมเท่านั
้น จึงมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ไม่มีสิทธิบังคับคดีได้
3.2 ผู้รับโอนสิทธิและหน้าที่ในหนี้
ตามคำพิพากษาจากโจทก์
คำพิพากษาฎีกาที่ 7567/
2547 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา
271 บัญญัติให้เป็นสิทธิและหน้าที่ข
องคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่าย
ชนะคดีหรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
และคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่า
ยแพ้คดีหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา
เท่านั้น ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกที่อ้างว
่าได้รับโอนสิทธิและหน้าที่ในหน
ี้ตามคำพิพากษาจากโจทก์ (โจทก์ได้โอนสิทธิเรียกร้องที่ม
ีต่อจำเลยตามคำพิพากษาและการบัง
คับคดีให้ผู้ร้อง จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องเ
ข้าสวมสิทธิเป็นโจทก์แทนโจทก์เด
ิม) มิใช่คู่ความในคดีหรือเป็นบุคคล
ผู้อยู่ในฐานะเป็นฝ่ายชนะคดีจึง
ไม่อาจที่จะเข้ามาสวมสิทธิโจทก์
เพื่อดำเนินการอย่างใดเกี่ยวกับ
การบังคับคดีแก่จำเลยในคดีนี้ได
้ ไม่ว่าผู้ร้องจะได้รับโอนสิทธิแ
ละหน้าที่ของโจทก์ในหนี้ตามคำพิ
พากษาคดีนี้ที่มีอยู่แก่จำเลยมา
โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนก่อนท
ี่ศาลจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ขอ
งโจทก์เด็ดขาดหรือไม่ก็ตาม
คำพิพากษาฎีกาที่ 6862/
2553 บุคคลที่มีสิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษา
จะต้องเป็นคู่ความหรือบุคคลซึ่ง
เป็นฝ่ายชนะคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
แพ่ง มาตรา 271 ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกที่อ้างว
่าให้ได้รับโอนสิทธิและหน้าที่ใ
นหนี้ตามคำพิพากษาจากโจทก์ที่มี
อยู่แก่จำเลยไม่ใช่คู่ความหรือบ
ุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีตามคำพิพ
ากษา จึงไม่อาจร้องขอให้บังคับคดีได้
นอกจากนี้ การที่จะเข้าสวมสิทธิแทนคู่ความ
หรือบุคคลที่เป็นฝ่ายชนะคดีนั้น
ต้องมีบทบัญญัติของกฎหมายให้เข้
าสวมสิทธิแทนได้ เช่น พระราชกำหนดปฏิรูประบบสถาบันการ
เงิน พ.ศ. 2540 พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพ
ย์ พ.ศ. 2541 พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพ
ย์ไทย พ.ศ.2544 เป็นต้น ผู้ร้องไม่ใช่บุคคลตามบทบัญญัติ
ของกฎหมายที่ให้เข้าสวมสิทธิแทน
โจทก์ ผู้ร้องจึงไม่อาจเข้าสวมสิทธิแท
นโจทก์เพื่อดำเนินการบังคับคดีแ
ก่จำเลยได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 2814/
2555 ผู้ร้องเพียงบุคคลภายนอกที่อ้างว่าได้
รับโอนสิทธิและหน้าที่ในหนี้ตาม
คำพิพากษาจากโจทก์ที่มีอยู่แก่จ
ำเลยทั้งสามไม่ใช่คู่ความหรือบุ
คคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีตามคำพิพา
กษา จึงไม่อาจร้องขอให้บังคับคดีได้
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
แพ่ง มาตรา 271 การเข้าสวมสิทธิแทนคู่ความหรือบ
ุคคลที่เป็นฝ่ายชนะคดี ต้องมีบทบัญญัติของกฎหมายให้เข้
าสวมสิทธิแทนได้ดังเช่นพระราชกำ
หนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2540 พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพ
ย์ พ.ศ. 2541 พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพ
ย์ไทย พ.ศ. 2544 หรือการซื้อทรัพย์จากการขายทอดต
ลาดที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
ดำเนินการตามพระราชบัญญัติล้มละ
ลาย พ.ศ. 2483 เป็นต้น ผู้ร้องจึงไม่อาจเข้าสวมสิทธิแท
นโจทก์เพื่อดำเนินการบังคับคดีแ
ก่จำเลยทั้งสาม
3.3 เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์
คำพิพากษาฎีกาที่ 2562/
2550 การบังคับคดีนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพ
ิจารณาความแพ่งมาตรา 271 บัญญัติให้บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะ
เท่านั้นที่จะต้องขอให้บังคับคด
ีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ผู้ร้อง (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์)
ขออนุญาตเข้าสวมสิทธิแทนโจทก์เพ
ื่อบังคับคดีแก่จำเลย ไม่ใช่บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะจึงไ
ม่มีสิทธิตามกฎหมายดังกล่าว ทั้งไม่ใช่กรณีที่เจ้าหนี้จะใช้
สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ได้ตาม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 233 ซึ่งหมายถึงการใช้สิทธิฟ้องคดีต
่อศาลโดยให้เจ้าหนี้เป็นโจทก์ฟ้
องในนามของเจ้าหนี้แทนลูกหนี้ได
้ รวมทั้งเรียกลูกหนี้ให้เข้ามาใน
คดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิช
ย์ มาตรา 234 มิใช่เข้าสวมสิทธิในการบังคับคด
ีของลูกหนี้ซึ่งเป็นสิทธิที่กฎห
มายกำหนดให้เป็นสิทธิแก่บุคคลซึ
่งเป็นฝ่ายชนะดังกล่าวมาแล้ว
4. ผู้สวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิ
พากษาโดยผลของกฎหมาย มีสิทธิบังคับคดีได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 2067/
2549 โจทก์โอนสิทธิเรียกร้องที่มีต่อจำเลยซ
ึ่งศาลได้มีคำพิพากษาบังคับตามส
ิทธิเรียกร้องแล้วให้แก่ผู้ร้อง
ซึ่งเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ท
ี่จัดตั้งขึ้นตามพระราชกำหนดบริ
ษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 มาตรา 7 ผู้ร้องย่อมเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้
าหนี้ตามคำพิพากษาโดยบทบัญญัติด
ังกล่าว และการเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้
ตามคำพิพากษาโดยผลของกฎหมายในกร
ณีนี้ ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจาร
ณาความแพ่ง ภาค 4 (และคำพิพากษาฎีกาที่ 6862/2553)
5. ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์จากการขา
ยทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคด
ี ขอให้บังคับลูกหนี้ตามคำพิพากษา
หรือบริวารออกไปจากอสังหาริมทรั
พย์ได้ โดยถือว่าผู้ซื้อเป็นเจ้าหนี้ตา
มคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 309 ตรี
มาตรา 309 ตรี เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีโอนอส
ังหาริมทรัพย์ที่ขายให้แก่ผู้ซื
้อ หากทรัพย์สินที่โอนนั้นมีลูกหนี
้ตามคำพิพากษาหรือบริวารอยู่อาศ
ัย และลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริว
ารไม่ยอมออกไปจากอสังหาริมทรัพย
์นั้น ผู้ซื้อชอบที่จะยื่นคำขอฝ่ายเดี
ยวต่อศาลที่อสังหาริมทรัพย์นั้น
ตั้งอยู่ในเขตศาลให้ออกคำบังคับ
ให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริว
ารออกไปจากอสังหาริมทรัพย์นั้นภ
ายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำห
นด แต่ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริว
ารไม่ปฏิบัติตามคำบังคับให้บังค
ับตามมาตรา 296 ทวิ มาตรา 296 ตรี มาตรา 296 จัตวา มาตรา 296 ฉ มาตรา 296 สัตต มาตรา 299 มาตรา 300 มาตรา 301 และมาตรา 302 โดยอนุโลม ทั้งนี้ ให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งคำบ
ังคับโดยผู้ซื้อมีหน้าที่จัดการ
นำส่ง และให้ถือว่าผู้ซื้อเป็นเจ้าหนี
้ตามคำพิพากษาและลูกหนี้ตามคำพิ
พากษาหรือบริวารที่อยู่อาศัยในอ
สังหาริมทรัพย์นั้นเป็นลูกหนี้ต
ามคำพิพากษาตามบทบัญญัติดังกล่า
ว
(ข้อมูลมาจาก ท่านอาจารย์ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์)
ปิดหน้านี้
กดพิมพ์ (Print) หน้านี้
www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม