Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
การยื่นคำร้องขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม มาตรา 44/1 | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
การยื่นคำร้องขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม มาตรา 44/1
การยื่นคำร้องขอให้ใช้ค่าสินไหม
ทดแทนตาม มาตรา 44/1
คำถาม นายแดงได้รับอันตรายสาหัสเนื่อง
จากถูกนายขาวขับรถชน ต่อมาพนักงานอัยการยื่นฟ้องนายข
าวข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุใ
ห้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ศาลนัดสืบพยานวันที่ 1 ตุลาคม 2553 ถ้านายแดงประสงค์จะยื่นคำร้องขอ
ให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทด
แทนแก่ตน ต้องยื่นภายในระยะเวลาใด
ก. ไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันสืบพยาน
ข. ไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนสืบพยาน
ค. ก่อน
...
เริ่มสืบพยาน
ง. ก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี
เฉลย ค.
เหตุผล มาตรา 44/
1 วรรคสอง บัญญัติว่า “การยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่ง ผู้เสียหายต้องยื่นคำร้องก่อนเริ่มส
ืบพยาน ในกรณีที่ไม่มีการสืบพยานให้ยื่
นคำร้องก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคด
ี และให้ถือว่าคำร้องดังกล่าวเป็น
คำฟ้องตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎ
หมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และผู้เสียหายอยู่ในฐานะโจทก์ใน
คดีส่วนแพ่งนั้น ทั้งนี้ คำร้องดังกล่าวต้องแสดงรายละเอี
ยดตามสมควรเกี่ยวกับความเสียหาย
และจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่เรียก
ร้อง หากศาลเห็นว่าคำร้องนั้นยังขาดส
าระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องแก้ไขค
ำร้องให้ชัดเจนก็ได้....”
ข้อสังเกต ในกรณีที่ไม่มีการสืบพยานให้ยื่
นคำร้องก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคด
ี
ให้ดูประกอบกับ ป.วิ.อ.มาตรา 176 วรรคแรกที่บัญญัติว่า “ในชั้นพิจารณา ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง
ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐ
านต่อไปก็ได้ เว้นแต่คดีที่มีข้อหาในความผิดซ
ึ่งจำเลยรับสารภาพนั้น กฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้
ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือ
โทษสถานที่หนักกว่านั้น ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใ
จว่าจำเลย ได้กระทำผิดจริง....”
มาตรา 176 วรรคสอง บัญญัติว่า “ในคดีที่มีจำเลยหลายคน และจำเลยบางคนรับสารภาพ เมื่อศาลเห็นสมควรจะสั่งจำหน่าย
คดีสำหรับจำเลยที่ปฏิเสธเพื่อให
้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ปฏิเสธนั้น เป็นคดีใหม่ภายในเวลาที่ศาลกำหน
ดก็ได้”
ประเด็นที่ควรจำ
1. ในกรณีที่ศาลจำหน่ายคดีสำหรับจำ
เลยที่ปฏิเสธเพื่อให้โจทก์ฟ้องจ
ำเลยที่ปฏิเสธนั้น เป็นคดีใหม่นั้น ต้องฟ้องในข้อหาเดิมเท่านั้น จะฟ้องจำเลยในข้อหาใหม่ไม่ได้
2. บัญชีระบุพยานที่ยื่นไว้ในคดีก่
อน ในกรณีที่โจทก์ฟ้องจำเลยใหม่ตาม
มาตรา 176 วรรคสองนี้ โจทก์ก็ต้องยื่นบัญชีระบุพยานให
ม่ (ฎ. 2389/22)
ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์
ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิเรียกเอาค่
าสินไหมทดแทนเพราะสาเหตุได้รับอ
ันตรายแก่ชีวิตอันเนื่องมาจากกา
รกระทำความผิดของจำเลย ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องต่อศาลภา
ยในระยะเวลาใด
ตอบ ต้องการยื่นคำร้องก่อนเริ่มสืบพ
ยานตามมาตรา 44/1
ข้อสังเกต ในกรณีที่ไม่มีการสืบพยานให้ยื่
นคำร้องก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคด
ี
คำร้องตามมาตรา 44/1 ถือว่าเป็นคำฟ้อง ต้องจำนะครับ
ผู้ที่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บั
งคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนใน
คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ตา
ม ป.วิ.อ. มาตรา 44/
1 จำเลยด้วยกันเองไม่มีสิทธิยืนคำร้อง
ตามมาตรา 44/1 ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 5419/2554
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจ
ำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 มีสิทธิยื่นคำร้องให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนเองได้
ซึ่งมาตรา 2(4) ให้ความหมายของคำว่า “ผู้เสียหาย” ว่าหมายความถึงบุคคลผู้ใดรับควา
มเสียหายเนื่องจากการกระทำความผ
ิดฐานใดฐานหนึ่งรวบทั้งบุคคลอื่
นที่มีอำนาจจัดการแทนดังนั้น ตามคำฟ้องของโจทก์ถือว่าจำเลยที
่ 2 มิใช่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
อาญา มาตรา 2(4)
ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องตามประมวลก
ฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/
1 ต้องพิจารณาตามที่กฎหมายกำหนดไว้และ
ข้อเท็จจริงในขณะที่ยื่นคำร้องว
่าเป็นผู้เสียหายหรือไม่ เมื่อบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้
ผู้เสียหายเท่านั้นที่ยื่นคำร้อ
งได้ และขณะยื่นคำร้อง จำเลยที่ 2 ไม่ใช่ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้จำ
เลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามบทบัญญัต
ิดังกล่าว
ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/
1 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้สิทธิแก่ผู้เสียหายที่จะเ
รียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะ
เหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสร
ีภาพในร่างกาย ชื่อเสียง หรือได้รับความเสียหายในทางทรัพ
ย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำควา
มผิดของจำเลย และในวรรคสอง บัญญัติให้ถือว่าคำร้องดังกล่าว
เป็นคำฟ้องตามบทบัญญัติแห่งประม
วลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และผู้เสียหายอยู่ในฐานะโจทก์ใน
คดีส่วนแพ่ง
เมื่อผู้เสียหายยื่นคำร้องขอให้
บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
แก่ตนก่อนศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้
ขาดคดี แต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจ
ำเลยเฉพาะคดีส่วนอาญา โดยมิได้มีคำพิพากษาคดีส่วนแพ่ง
ด้วย ผู้เสียหายในฐานะโจทก์ในคดีส่วน
แพ่งย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คัดค้านเ
พื่อให้มีการดำเนินกระบวนพิจารณ
าและมีคำพิพากษาในคดีส่วนแพ่งได
้
คดีส่วนอาญาเป็นคดีความผิดที่กฎ
หมายกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให
้จำคุกไม่ถึงห้าปี เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้
อง ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐ
านต่อไปได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั
้นต้นในคดีส่วนอาญาชอบด้วยกฎหมา
ยแล้ว ส่วนที่ศาลชั้นต้นมิได้ดำเนินกร
ะบวนพิจารณาและมีคำวินิจฉัยชี้ข
าดในคดีส่วนแพ่ง ถือเป็นความผิดพลาดบกพร่องเฉพาะ
ในคดีส่วนแพ่งและมิได้มีผลกระทบ
ใดๆ ต่อคดีส่วนอาญา ทั้งศาลมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคด
ีส่วนอาญาไปก่อนแล้วพิจารณาพิพา
กษาคดีส่วนแพ่งในภายหลังได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/
2 วรรคหนึ่ง จึงชอบที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาและม
ีคำพิพากษาเฉพาะส่วนแพ่งต่อไปเท
่านั้น (ฎ. 7053/2555)
คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ
คำพิพากษาฎีกาที่ 9036/2554
ในคดีตามคำร้องขอให้ชดใช้ค่าสิน
ไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจ
ารณาความอาญา มาตรา 44/
1 วรรคหนึ่ง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายื่นให้จำเลย
ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียห
ายเป็นเงิน179,000 บาท จำเลยฎีกาว่าจำเลยต้องรับผิดไม่
เกิน 10,000 บาท จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้
นฎีกาในคดีส่วนแพ่งจึงไม่เกินสอ
งแสนบาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเ
ท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจา
รณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาค
วามอาญา มาตรา 40 ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้เถียงดุล
พินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ
ศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว
ปิดหน้านี้
กดพิมพ์ (Print) หน้านี้
www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม