Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
โครงสร้าง ประมวลกฎหมายอาญา | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
โครงสร้าง ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายอาญา
โครงสร้างข้อที่ ๑ การกระทำครบองค์ประกอบที่กฎหมาย
บัญญัติ
๑. การกระทำ
การกระทำ หมายความว่า การเคลื่อนไหวร่างกายหรือไม่เคล
ื่อนไหวร่างกายโดยรู้สำนึก
รู้สำนึก หมายความว่า อยู่ภายใต้บังคับของจิตใจ
ท่านอาจารย์หยุด แสงอุทัย ได้อธิบายว่า การกระทำต้องมีองค์ประกอบ ดังนี้
(๑) ผู้กระทำคิดที่จะกระทำ
(๒) ตกลงใจที่จะกระทำ
(๓) กระทำไปตามที่ตกลงใจอันสืบเนื่อ
งมาจากความคิด
ตัวอย่าง เด็กทารกอายุ ๘ เด
...
ือน กำเศษไม้ไว้ในมือ พลิกตัวไปข้างๆ เศษไม้ถูกลูกตาของเด็กอีกคนหนึ่
งตาบอด (ตาบอดมีมาตรา ๒๙๗ บัญญัติไว้เป็นเรื่องอันตรายสาห
ัส) แต่ถ้าในกรณีเช่นนี้เด็กทารกไม่
ต้องรับผิดตามมาตรา ๒๙๗ หรือมาตรา ๓๐๐ เพราะหลักทั่วไปตามมาตรา ๕๙ “บุคคลต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อ
เมื่อมีการกระทำ”
ตัวอย่าง แดงจิตบกพร่อง แดงใช้มีดฟันดำโดยคิดว่าเป็นการ
ฟันต้นไม้ (ไม่ใช้มาตรา ๖๕ เพราะแดงวิกลจริตถึงขนาดไม่รู้ส
ภาพการกระทำของตน จึงถือว่าไม่มีการกระทำ) แต่ใช้หลักทั่วไปในมาตรา ๕๙
ตัวอย่าง แดงเป็นโรคจิต สมมุติว่าแดงได้คิดว่าถ้าฆ่าดำแ
ล้วจะช่วยให้โลกมนุษย์มีความสุข
แดงจึงฟันดำตายและแดงรู้ว่าเป็น
การฟันคน ในกรณีนี้สามารถใช้มาตรา ๖๕ ได้ เพื่อนำมาเป็นเหตุลดโทษ
สรุป กรณีแดงซึ่งอายุ ๘ เดือน ไม่ต้องรับผิดเพราะไม่มีการกระท
ำ แต่ถ้าแดงอายุ ๖ ปี ใช้ไม้แทงตาดำ แดงไม่ต้องรับผิดเพราะมีกฎหมายย
กเว้นโทษตามโครงสร้างข้อที่ ๓
กรณีที่แดงเป็นคนวิกลจริตฟันคนโ
ดยนึกว่าเป็นต้นไม้ ไม่ต้องรับผิดเพราะไม่มีการกระท
ำตามาตรา ๕๙
กรณีที่แดงเป็นคนวิกลจริตฟันคนโ
ดยคิดว่าช่วยโลกให้สงบสุข ไม่ต้องรับโทษเพราะมีกฎหมายยกเว
้นโทษตามโครงสร้างข้อที่ ๓
การกระทำนอกจากจะหมายถึงการเคลื
่อนไหวร่างกายโดยรู้สำนึกแล้วยั
งรวมถึงการไม่เคลื่อนไหวร่างกาย
โดยรู้สำนึกด้วย การไม่เคลื่อนไหวร่างกายนั้นแบ่
งออกได้เป็น ๒ อย่าง อย่างแรกคือ การกระทำโดยงดเว้น อย่างที่สองคือ การกระทำโดยละเว้น
ตัวอย่าง นางแดงต้องการฆ่าดำบุตรของตน ถ้านางแดงฆ่าด้วยการใช้ปืนยิงหร
ือเอามือบีบคอ เป็นต้น นางแดงผิดมาตรา ๒๘๘ แน่นอน เป็นการห่าด้วยการกระทำแบบเคลื่
อนไหวร่างกาย แต่ถ้านางแดงไม่กล้ากระทำการดัง
กล่าว แต่นางแดงอยู่เฉยๆ ไม่ให้นมหรืออาหารแก่ลูกกิน จนลูกตาย นางแดงก็ผิดมาตรา ๒๘๘ ดุจเดียวกับการใช้ปืนยิง เพราะนางแดงได้ฆ่าบุตรของตนแล้ว
โดยเป็นการฆ่าแบบไม่เคลื่อนไหวร
่างกาย ซึ่งมาตรา ๕๙ วรรคท้าย เรียกว่าเป็นการฆ่าโดยเป็นการกร
ะทำโดยงดเว้น เพราะนางแดงมีหน้าที่ตามประมวลก
ฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่จะต้องเล
ี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ หน้าที่ดังกล่าวเป็นหน้าที่โดยเ
ฉพาะที่นางแดงจะต้องอุปการะเลี้
ยงดูบุตรเพื่อไม่ให้บุตรอดอาหาร
ตาย ถ้านางแดงไม่ได้มีเจตนาฆ่าลูกแต
่เผลอปล่อยให้ลูกคลานไปตกท่อน้ำ
ตาย ก็จะถือว่านางแดงฆ่าลูกตายเป็นก
ารฆ่าโดยงดเว้นได้หรือไม่ แม้แดงมีหน้าที่ตามประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ที่จะต้องเลี้ยงด
ูบุตร แต่เนื่องจากนางแดงไม่มีเจตนาฆ่
าจึงไม่ผิดตามมาตรา ๒๘๘ แต่ประมาทตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๕๙ วรรคสี่ นางแดงจึงผิดมาตรา ๒๙๑ วรรคหนึ่ง
ตัวอย่าง นายแดงต้องการฆ่าดำบุตรของตนให้
ตายด้วยการใช้ปืนยิงแต่หาโอกาสไ
ม่ได้ วันหนึ่งนายแดงเห็นดำบุตรของตนแ
ละขาวเพื่อนของดำซึ่งแดงไม่รุ้จ
ักกำลังจะจมน้ำตาย นายแดงช่วยเด็กทั้งสองได้แต่ไม่
ช่วย จึงปล่อยให้ทั้งสองจมน้ำตาย ความรับผิดของนายแดงต่อดำบุตรผู
้เยาว์ของตนคือถ้าแดงใช้ปืนยิงด
ำนายแดงผิดมาตรา ๒๘๘ ฉันใด การที่นายแดงปล่อยให้ดำบุตรของต
นจมน้ำตายทั้งๆ ที่ช่วยได้ นายแดงก็ผิดมาตรา ๒๘๘ ฉันนั้น โดยถือว่าเป็นการกระทำโดยงดเว้น
ตามาตรา ๕๙วรรคท้าย เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย
์กำหนดหน้าที่บิดาต้องอุปการะเล
ี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ซึ่งเป็นหน้า
ที่โดยเฉพาะ ที่จะต้องป้องกันไม่ให้บุคคลผู้
เยาว์จมน้ำตาย ส่วนความรับผิดของนายแดงต่อเด็ก
ชายขาว สมมติว่านายแดงต้องการจะฆ่าเด็ก
ชายขาวอยู่ด้วย แต่หาโอกาสฆ่าไม่ได้ เช่นนี้ถือว่าถึงแม้นายแดงจะมีเ
จตนาฆ่าขาว แต่ก็ไม่ผิดมาตรา ๒๘๘ เพราะจะผิดมาตรา ๒๘๘ ได้จะต้องมีหลักเกณฑ์ดังนี้
(๑) ผู้ใด
(๒) ฆ่า
(๓) ผู้อื่น และ
(๔) โดยเจตนา (องค์ประกอบภายใน)
มีเจตนาฆ่าแต่เพียงผู้เดียว ไม่ผิดมาตรา ๒๘๘ เพราะจะต้องมีการกระทำอันเป็นกา
รฆ่า
เสียก่อน แต่แดงไม่ได้ฆ่าขาว (ไม่ได้ใช้ปืนยิง) การอยู่เฉยๆโดยไม่ช่วยขาวไม่ใช่
การฆ่าขาว (ทั้งๆ ที่เป็นการฆ่าดำ) เพราะการยืนเฉยๆ ดังกล่าวของแดงต่อขาวนั้นไม่ใช่
การกระทำโดยงดเว้นตามมาตรา ๕๙ วรรคท้าย เพราะจะถือว่าเป็นการกระทำโดยงด
เว้นได้จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ
์ดังต่อไปนี้
งดเว้น
(๑) เป็นการกระโดยการไม่เคลื่อนไหวร
่างกาย
(๒) ทั้งๆ ที่ผู้กระทำมีหน้าที่ต้องกระทำ
(๓) หน้าที่ต้องกระทำตามข้อ ๒ นั้น ต้องเป็นหน้าที่โดยเฉพาะเพื่อป้
องกันผล
ตัวอย่าง แดงไม่ได้เป็นบิดาของขาวและไม่ไ
ด้เป็นผู้รับเลี้ยงดูขาว จึงไม่มีหน้าที่โดยเฉพาะที่จะต้
องป้องกันไม่ให้ขาวจมน้ำตาย แต่แดงจะผิดตามมาตรา ๓๗๔ คือไม่ช่วยผู้ที่ตกอยู่ในภยันตร
ายอันเป็นความผิดลหุโทษ การไม่ช่วยตามมาตรา ๓๗๔ ไม่ใช่การกระทำโดยงดเว้นตามมาตร
า ๕๙ วรรคท้าย แต่เป้นการกระทำโดยละเว้น ซึ่งมีหลัก ๓ ข้อ ดังต่อไปนี้
ละเว้น
(๑) เป็นการกระทำโดยไม่เคลื่อนไหวร่
างกาย
(๒) ผู้กระทำมีหน้าที่ต้องกระทำ
(๓) หน้าที่ตามข้อ ๒ นั้น เป็นหน้าที่โดยทั่วไป ไม่ใช่หน้าที่โดยเฉพาะเพื่อป้อง
กันผล
แดงเป็นตำรวจต้องการฆ่าขาวศัตรู
ของตนด้วยการใช้ปืนยิงแต่หาโอกา
สไม่ได้ วันหนึ่ง
ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ เห็นดำกำลังจะยิงขาว แดงสามารถจับดำได้แต่อยู่เฉยๆ ปล่อยให้ดำยิงขาวตายไปต่อหน้าแด
งผิดมาตรา ๑๕๗ อย่างแน่นอน ถ้าการที่แดงปล่อยให้ดำยิงขาวเป
็นการงดเว้นตามมาตรา ๕๙ วรรคท้าย ก็ถือว่าเป้นการฆ่า มีผลเท่ากับใช้ปืนยิงจึงผิดตามม
าตรา ๒๘๘ อย่างแน่นอน ถ้าแดงเป็นตำรวจที่ทางราชการมอบ
ให้ทำหน้าที่อารักขาขาว เช่นนี้ถือว่าแดงกระทำการโดยงดเ
ว้น แต่ตามตัวอย่างแรกถึงแม้แดงจะมี
เจตนาฆ่าขาว แต่หน้าที่ที่แดงมีต่อขาวเป็นหน
้าที่โดยทั่วไป ในฐานะที่เป็นตำรวจจึงมีหน้าที่
จับกุมผู้ร้ายที่กระทำผิดต่อหน้
า ไม่ใช่มีหน้าที่ป้องกันผล แดงจึงผิดมาตรา ๑๕๗ เท่านั้น ซึ่งเป็นการกระทำโดยละเว้น แต่ในกรณีที่เป็นการปฏิบัติหน้า
ที่โดยอารักขา นอกจากผิด ๑๕๗ แล้ว แดงยังผิดมาตรา ๒๘๘ (ถ้าไตร่ตรองไว้ก่อนผิดมาตรา ๒๘๘ (๔)) เพราะการที่ได้รับมอบหมายให้อาร
ักขาเป็นการกำหนดหน้าที่ให้แก่แ
ดง อันเป็นหน้าที่โดยเฉพาะที่จะป้อ
งกันไม่ให้ขาวตาย เป้นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมาย
หลายบท ซึ่งมาตรา ๙๐ ให้ลงโทษบทหนักแต่เพียงบทเดียว (บทหนักคือมาตรา ๒๘๘)
รับจ้างฆ่าถือว่า “เป้นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนท
ุกกรณี”
หน้าที่ของการกระทำโดยงดเว้นนั้
นมีหลายกรณี ดังต่อไปนี้
๑. หน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติ เช่น
มาตรา ๑๕๖๓ ลูกต้องเลี้ยงดูพ่อแม่
มาตรา ๑๕๖๔ พ่อแม่เลี้ยงดูบุตร
มาตรา ๑๔๖๑ สามี-ภรรยาต้องเลี้ยงดูซึ่งกันแ
ละกัน
หน้าที่ดังกล่าวถือว่าเป็นหน้าท
ี่โดยเฉพาะที่จะต้องป้องกันมิให
้บุตร บิดามารดา สามีหรือภรรยา ได้รับอันตราย
ถ้าพ่อเจตนาฆ่าลูกพ่อก็ผิดมาตรา
๒๘๘
พ่อไม่เจตนาแต่เล่นการพนันหรือก
ินเหล้าเพลินปล่อยให้ลูกคลานไปต
กน้ำตาย เช่นนี้ พ่อประมาท พ่อก็ผิดมาตรา ๒๙๑
๒. หน้าที่อันเกิดจากการยอมรับโดยเ
จาะจง เช่น ยอมรับเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยใน
สระว่ายน้ำหรืออาสาจะดูแลบุตรทา
รกให้
๓. หน้าที่อันเกิดจากการกระทำก่อนๆ
ของตน เช่น นายแดงเห็นนายดำคนตาบอดกำลังจะเ
ดินข้ามถนน นายแดงเกรงว่านายดำจะได้รับอันต
ราย จึงอาสาพานายดำเดินข้ามถนน ขณะที่นายแดงจูงนายดำข้ามถนน นายแดงเห็นรถประจำทางเที่ยวสุดท
้าย นายแดงจึงทิ้งนายดำไว้กลางถนน นายขาวขับรถมาด้วยความเร็วสูงชน
ดำ ดำตาย เช่นนี้แดงผิดฐานฆ่าดำ เป็นการฆ่าโดยงดเว้นตามมาตรา ๕๙ วรรคท้าย การที่แดงอาสาเข้าไปช่วยดำโดยกา
รจูงดำข้ามถนนนั้น แดงมีหน้าที่จะต้องพาดำเดินข้าม
ถนนไปยังอีกฝั่งหนึ่งจนกระทั่งด
ำปลอดภัย แดงจึงจะหมดหน้าที่ การที่แดงปล่อยดำไว้กลางถนนเป็น
การงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื
่อป้องกันมิให้ดำถูกรถแล่นมาชนต
าย เป็นหน้าที่จากการกระทำก่อนๆ ของตน
๔. หน้าที่อันเกิดจากความสัมพันธ์พ
ิเศษเฉพาะเรื่อง ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นหน้าท
ี่โดยตรงเหมือนข้อ ๑ แต่เนื่องจากมีความสัมพันธ์ต่อก
ันเป็นพิเศษจึงมีหน้าที่ต่อกัน
ตัวอย่าง สามี-ภรรยา ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้อง
ช่วยเหลือเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน
แต่ในความเป็นจริงเขามีหน้าที่ท
ี่จะต้องช่วยเหลือเลี้ยงดูซึ่งก
ันและกัน ถ้าสามีปล่อยให้ภรรยาที่ไม่ได้จ
ดทะเบียนสมรสนอนตายเพราะเจ็บป่ว
ยอยู่ที่บ้าน ทั้งๆ ที่สามีช่วยได้ ถือว่าสามีฆ่าภรรยา
ตัวอย่าง ป้ากับหลานไม่มีกฎหมายกำหนดหน้า
ที่จะต้องอุปการะช่วยเหลือซึ่งก
ันและกัน แต่ถ้าป้าเลี้ยงดูหลานจนหลานเติ
บใหญ่ขึ้นมา หลานมีหน้าที่จะต้องเลี้ยงดูป้า
อันเป็นหน้าทื่ที่เกิดจากความสั
มพันธ์พิเศษเฉพาะเรื่อง
ตัวอย่าง มาตรา ๘๒ เรื่องยังยั้ง
แดงเล็งปืนจะยิงดำแต่สามารถยับย
ั้งได้เพราะสงสารจึงไม่ลั่นไกปื
น เรียกว่าแดงยับยั้งได้
๑. แดงผิดฐานพยายามฆ่าดำ
๒. แดงไม่ต้องรับโทษฐานพยายามฆ่า
แต่การที่แดงเล็งปืนไปที่ดำ ทำให้ดำตกใจกลัว แดงจึงต้องรับผิดตามมาตรา ๓๙๒
ตัวอย่าง มาตรา ๘๒ เรื่องกลับใจ
แดงเล็งปืนจะยิงดำ ลั่นไกปืนยิงไปที่ดำแล้ว ดำถูกยิงใกล้ตายในป่าลึก แดงสงสารจึงพาดำมารักษาตัวจนหาย
เรียกว่าแดงกลับใจ
๑. แดงผิดฐานพยายามฆ่าดำ
๒. ได้รับการยกเว้นโทษในความผิดฐาน
พยายามฆ่า
แต่แดงต้องรับโทษในความผิดทำร้า
ยดำรับอันตรายสาหัสตามมาตรา ๒๙๗ และ มาตรา
๓๙๒ อีกมาตราหนึ่งเหตุผลที่ผิดมาตรา
๒๙๗ คือ การฆ่าย่อมรวมการทำร้ายอยู่ด้วย
ในตัว เมื่อมีการกระทำถึงขั้นฆ่าแล้ว ก็กลืนการทำร้ายร่างกายตามหลักท
ี่ว่า “สิ่งที่ใหญ่กว่าย่อมกลืนสิ่งที
่เล็กกว่าอยู่ด้วยในตัว” เมื่อผิดฐานฆ่าไปแล้ว จึงไม่ต้องพิจารณาฐานทำร้ายร่าง
กายอีก แต่ในกรณีที่ไม่อาจลงโทษฐานฆ่าไ
ด้ เช่น กฎหมายยกเว้นในความผิดฐานพยายาม
ฆ่า ก็จะต้องคายความผิดที่กลืนไว้ออ
กมาคือผิดมาตรา ๒๙๗
สรุป ข้อแตกต่างงดเว้นกับละเว้นอยู่ต
รงที่ว่า “หน้าที่” ถ้าเป็นหน้าที่โดยทั่วไปหากไม่ก
ระทำถือเป็นละเว้น ถ้ามีหน้าที่โดยเฉพาะเพื่อป้องก
ันผล หากไม่กระทำถือเป็นงดเว้น
ตัวอย่าง นางแดงต้องการฆ่าลูกทารกของตนจึ
งไม่ให้นมลูกกิน ลูกใกล้ตายนางแดงผิดฐานพยายามฆ่
าเป็นการฆ่าโดยการงดเว้นตามมาตร
า ๕๙ วรรคท้าย เพราะนางแดงมีหน้าที่ตามประมวลก
ฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่จะต้องอุ
ปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ของตน
การที่ปล่อยให้บุตรผู้เยาว์ของต
นอดอาหารจนใกล้ตายเป็นการ “งดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อ
ป้องกันผล”
การกระทำโดยงดเว้นไม่ต่างกับการ
กระทำโดยเคลื่อนไหวร่างกาย ถ้านางแดงใช้ปืนยิงลูกของตนเองไ
ม่ตาย นางแดงผิดฐานพยายามฆ่าลูก การที่นางแดงไม่ให้นมลูกกินแต่ล
ูกไม่ตาย นางแดงก็ผิดฐานพยายามฆ่าเช่นกัน
แต่ถ้าเป็นการกระทำโดยละเว้นแล้
ว (ตัวอย่างเปรียบเทียบงดเว้นกับล
ะเว้น)
นายแดงต้องการฆ่าดำบุตรทารกของน
ายขาวด้วยการใช้ปืนยิงแต่หาโอกา
สไม่ได้ วันหนึ่งนายแดงเดินเล่นที่สระว่
ายน้ำ เห็นดำกำลังจะจมน้ำตาย นายแดงไม่ช่วย (มีเจตนาฆ่า) นายเหลืองเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไ
ปช่วยดำขึ้นมาจากสระน้ำได้ เช่นนี้แดงผิดมาตรา ๓๗๔ซึ่งเป็นการกระทำโดยละเว้น
ประเด็นผิดฐานพยายามหรือผิดสำเร
็จ
การกระทำโดยละเว้นตามมาตรา ๓๗๔ ต่างจากการกระทำโดยงดเว้น เพราะละเว้นไม่มีพยายามไม่คำนึง
ถึงผล แม้ดำไม่ตายแดงก็ผิดมาตรา ๓๗๔ เป็นความผิดสำเร็จทันทีที่ช่วยไ
ด้แต่ไม่ช่วย
ปิดหน้านี้
กดพิมพ์ (Print) หน้านี้
www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม