พยานหลักฐานที่เกิดจากการจูงใจ
ในกรณีที่ขู่เข็ญจูงใจว่า จะให้พยานออกจากราชการโดยรับบำนาญและจะไม่จับกุมดำเนินคดี พยานบุคคลดังกล่าวรับฟังไม่ได้ ตามมาตรา 226 เพราะเป็นพยานหลักฐานที่เกิดจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา (ฎ. 1758/23)
การล่อซื้อสิ่งของผิดกฎหมาย โดยไม่ปรากฏว่าผู้กระทำความผิดมีเจตนากระทำความผิดอยู่ก่อน ถือว่าเป็นพยานหลักฐานที่เกิดจากการจูงใจ (ฎ. 2429/2551)
ข้อสังเกต แต่ถ้าจำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิดอยู่ก่อนแล้ว แต่จำเลยกระทำผิดขึ้นเนื่องจากการล่อซื้อ พยานหลักฐานดังกล่าวรับฟั...งได้หรือไม่
ตอบ รับฟังไม่ได้ เพราะถือเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
พยานหลักฐานที่เกิดขึ้นจึงไม่สามารถรับฟังในการพิจารณาลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/1 (เทียบ ฎ. 4301/43, 4077/49)
ข้อสังเกต ถ้าเจ้าพนักงานตำรวจทำการล่อซื้อ โดยจำเลยมีเจตนากระทำความผิดอยู่แล้ว ก็ถือว่าการล่อซื้อเป็นวิธีการพิสูจน์ความผิดของจำเลยเท่านั้น
ไม่เป็นการแสวงหาพยานหลักฐานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น เจ้าพนักงานตำรวจใช้สายลับนำเงินไปล่อซื้อยาเสพย์ติดให้โทษซึ่งจำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายอยู่ก่อนแล้ว (ฎ. 4417/48, 8187/43)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4417/2548
การใช้สายลับไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนเป็นการกระทำเท่าที่จำเป็นและสมควรในการแสวงหาพยานหลักฐานในการกระทำความผิดของจำเลยที่ได้กระทำอยู่แล้วตามอำนาจในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (10) ชอบที่เจ้าพนักงานตำรวจจะกระทำได้เพื่อให้ได้โอกาสจับกุมจำเลยพร้อมพยานหลักฐาน การใช้สายลับไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยจึงเป็นเพียงวิธีการพิสูจน์ความผิดของจำเลย มิใช่เป็นการแสวงหาพยานหลักฐานโดยไม่ชอบ
คำพิพากษาที่ 2803/2554
การใช้สายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนเป็นเพียงการกระทำเท่าที่จำเป็นและสมควรในการแสวงหาพยานหลักฐานในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามตามอำนาจใน ป.วิ.อ. มาตรา 2 (10) ชอบที่เจ้าพนักงานตำรวจจะกระทำได้เพื่อให้ได้โอกาสจับกุมจำเลยทั้งสามพร้อมด้วยพยานหลักฐาน อันเป็นเพียงวิธีการพิสูจน์ความผิดของจำเลยทั้งสาม ไม่เป็นการแสวงหาพยานหลักฐานโดยมิชอบ จึงไม่ต้องห้ามมิให้รับฟังพยานหลักฐานของโจทก์ที่เกิดจากการใช้สายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน