Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
การจับในที่รโหฐาน โดยไม่ต้องมีหมายจับ หมายค้น ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 81 ,92 มีตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้อย่างไร | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
การจับในที่รโหฐาน โดยไม่ต้องมีหมายจับ หมายค้น ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 81 ,92 มีตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้อย่างไร
คำถาม การจับในที่รโหฐาน โดยไม่ต้องมีหมายจับ หมายค้น ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 81 ,92 มีตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาวินิจฉั
ยไว้อย่างไร
คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 12779/
2553 การที่จะวินิจฉัยว่าเจ้าพนักงานตำรวจสา
มารถตรวจค้นอู่ซ่อมรถยนต์ของจำเ
ลยที่1 และจับจำเลยที่ 1 โดยไม่ต้องมีหมายค้นและหมายจับน
ั้น จำเป็นต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงเ
...
สียก่อนว่า มีพยานหลักฐานตามสมควรว่าสิ่งขอ
งที่ได้มาโดยการกระทำความผิดได้
อยู่ในสถานที่ตรวจค้นและมีเหตุอ
ันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่น
ช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้สิ่งขอ
งนั้นจะถูกโยกย้ายเสียก่อนและมี
เหตุที่เจ้าพนักงานตำรวจจะจับจำ
เลยที่ 1 ได้โดยไม่มีหมายจับของศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 78 และมาตรา 92 (4) หรือไม่ จึงเป็นการฎีกาโต้เถียงในปัญหาข
้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจ
ฉัยในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวอัน
เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาฎีกาที่ 7387/
2543 ก่อนการค้นบ้านผู้ต้องหาครั้งนี้ เจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุม ท. พร้อมเมทแอมเฟตามีนจำนวน 95 เม็ดในเวลา 16 นาฬิกาเศษ การค้นในที่รโหฐานตามปกติจะต้อง
กระทำในเวลากลางวันตาม ป.วิ.อ. มาตรา 96 ขณะนั้นเป็นเวลาเย็นใกล้จะมืดแล
้ว ประกอบกับยาเสพติดเป็นสิ่งของที
่ขนย้ายหลบหนีได้ง่ายโดยเฉพาะใน
เวลากลางคืน นอกจากนี้สถานีตำรวจอำเภอห้างฉั
ตรมิได้อยู่ใกล้กับศาลชั้นต้น การไปขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายค้น
ย่อมทำให้เนิ่นช้ากว่าจะเอาหมาย
ค้นมาได้ เมทแอมเฟตามีนอาจจะถูกโยกย้ายเส
ียก่อนแล้ว ดังนั้น จึงเข้าข้อยกเว้นให้ค้นได้โดยไม
่ต้องมีหมายค้นของศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 92 (4)
คำพิพากษาฎีกาที่ 4958/
2551 แม้เจ้าพนักงานตำรวจจะมิได้ดำเนินการข
อหมายค้นจากศาลชั้นต้นก่อนเข้าต
รวจค้นบ้านจำเลยก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสายลับล
่อซื้อเมทแอมเฟตามีนที่หน้าบ้าน
จำเลย และเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมได
้แอบซุ่มดูและเห็นเหตุการณ์การล
่อซื้อดังกล่าว จึงเข้าตรวจค้นและจับกุมจำเลย เป็นกรณีที่เจ้าพนักงานตำรวจพบเ
ห็นการกระทำความผิดฐานจำหน่ายเม
ทแอมเฟตามีนและมีเมทแอมเฟตามีนไ
ว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็
นความผิดซึ่งหน้า และการตรวจค้นจับกุมได้กระทำต่อ
เนื่องกัน เจ้าพนักงานตำรวจจึงเข้าตรวจค้น
บ้านจำเลยได้โดยไม่จำต้องมีหมาย
ค้นตาม ป.วิ.อ. มาตรา 92 (2) (เดิม) (ตรงกับตัวบทปัจจุบัน แต่นักกฎหมายบางท่านเห็นว่าน่าจ
ะปรับมาตรา 92 (4))
คำพิพากษาฎีกาที่ 1496/
2543 เจ้าพนักงานผู้จับกุมได้พบตัวจำเลยขณะ
ขับรถโดยสารประจำทางจึงติดตามไป
ทำการจับกุมและตรวจค้นในทันทีทั
นใดที่จำเลยขับรถเข้าไปจอดในอู่
รถโดยสารประจำทาง มิฉะนั้น จำเลยย่อมหลบหนีหรือเคลื่อนย้าย
ยาเสพติดให้โทษของกลางไปได้ เป็นกรณีที่เจ้าพนักงานผู้จับกุ
มสามารถค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค
้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคว
ามอาญา มาตรา 92 (4)
คำถาม เจ้าพนักงานตำรวจที่มีอำนาจจับก
ุมนั้น จะต้องมีการลงบันทึกประจำวันก่อ
นว่าออกปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 13535/
2553 ร้อยตำรวจเอก ป. ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจแล
ะหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบ
ร้อยของประชาชนและทำการจับกุมปร
าบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายได้ นอกจากนี้ยังมีอำนาจทำการสืบสวน
คดีอาญาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (16) (17) และมาตรา17 ซึ่งเป็นไปโดยผลของกฎหมาย ดังนั้น ร้อยตำรวจเอก ป. จึงมีอำนาจจับกุม ควบคุมตัวจำเลย ตลอดจนการจัดทำเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในอำนาจหน้าที่ได้
หาใช่จะเป็นเจ้าพนักงานตำรวจหรื
อไม่ขึ้นอยู่กับการลงบันทึกประจ
ำวันว่าออกปฏิบัติหน้าที่ดังที่
จำเลยอ้างในฎีกาแต่อย่างใดไม่
คำถาม เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นในที่รโ
หฐานโดยให้บุคคลซึ่งมิใช่บุคคลใ
นครอบครัวของผู้ครอบครองเป็นพยา
นในการค้นเพราะผู้ครอบครองไม่อย
ู่ แต่ระหว่างค้นผู้ครอบครองกลับมา
และได้นำเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้
นจนพบของกลาง ดังนี้ การตรวจค้นชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 102 หรือไม่
คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 3912/
2553 มาตรา 102 บัญญัติให้เจ้าพนักงานค้นต่อหน้าผู้คร
อบครองสถานที่หรือบุคคลในครอบคร
ัวของผู้นั้นหรือถ้าหาบุคคลเช่น
กล่าวนั้นไม่ได้ ก็ให้ค้นต่อหน้าบุคคลอื่น อย่างน้อยสองคนซึ่งเจ้าพนักงานไ
ด้ร้องขอมาเป็นพยาน ดังนี้ แม้ขณะเริ่มลงมือค้นเจ้าพนักงาน
ตำรวจจัดให้ จ. ซึ่งมิใช่บุคคลในครอบครัวจำเลยท
ี่ 2 เป็นพยานในการค้นห้องจำเลยที่ 2 เพียงคนเดียวเพราะจำเลยที่ 2 ไม่อยู่ก็ตาม แต่ระหว่างค้นจำเลยที่ 2 ได้กลับมานำเจ้าพนักงานตำรวจค้น
ห้องจำเลยที่ 2 ด้วยตนเองต่อไปจนกระทั่งค้นพบเม
ทแอมเฟตามีนของกลาง จึงถือว่าเจ้าพนักงานทำการค้นห้
องจำเลยที่ 2 ต่อหน้าจำเลยที่ 2 ผู้ครอบครองสถานที่ตามมาตรา 102 แล้ว
แต่ถ้าการค้นมิได้ค้นต่อหน้าผู้
ครอบครอง โดยที่ผู้ครอบครองสถานที่อยู่ ณ ที่ค้นมีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไ
ว้ ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 4793/
2549 การค้นพบธนบัตรของกลางในข้องปลาที่แขว
นอยู่ข้างบ้านทิศตะวันออก นอกจากมิได้กระทำต่อหน้าจำเลยหร
ือสามีจำเลย ทั้ง ๆ ที่จำเลยก็ถูกจับและควบคุมตัวอย
ู่ที่หน้าบ้านนั้นเองแล้ว ยังได้ความว่าการพบธนบัตรในข้อง
ปลาก็เป็นเรื่องที่ชั้นแรกสิบตำ
รวจตรี พ. ค้นพบเพียงคนเดียวก่อน แล้วจึงเรียกกำนันที่เชิญมาเป็น
พยานในการค้นมาดู หาใช่ว่าเป็นการค้นพบธนบัตรของก
ลางที่พบต่อหน้าบุคคลอื่นอย่างน
้อยสองคนซึ่งเจ้าพนักงานได้ขอร้
องมาเป็นพยานดังที่ ป.วิ.อ. มาตรา 102 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ไม่ พยานหลักฐานโจทก์เกี่ยวกับการค้
นพบธนบัตรของกลางซึ่งเจ้าพนักงา
นผู้ตรวจค้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต
้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่ศาลจะ
รับฟัง
ปิดหน้านี้
กดพิมพ์ (Print) หน้านี้
www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม