Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
การสอบคำให้การของผู้ต้องหา ตามมาตรา 134/1-134/4 | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
การสอบคำให้การของผู้ต้องหา ตามมาตรา 134/1-134/4
การสอบคำให้การของผู้ต้องหา ตามมาตรา 134/1-134/4
มาตรา 134/
1 บัญญัติว่า “ในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือในคดีที่ผู้ต้องหามีอายุไม่
เกินสิบแปดปี ในวันที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา
ก่อนเริ่มถามคำให้การให้พนักงาน
สอบสวนถามผู้ต้องหาว่ามีทนายควา
มหรือไม่ ถ้าไม่มีให้รัฐจัดหาทนายความให้
ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกก่อนเริ
่มถามคำให้การ ให้พนักงานสอบสวนถามผู้ต้องหาว่
ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและผู้ต้องหาต้องการทนา
ย
...
ความ ให้รัฐจัดหาทนายความให้
การจัดหาทนายความตามวรรคหนึ่งหร
ือวรรคสอง ให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามหลัก
เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
และให้ทนายความที่รัฐจัดหาให้ได
้รับเงินรางวัล และค่าใช้จ่ายตามระเบียบที่กระท
รวงยุติธรรมกำหนดโดยได้รับความเ
ห็นชอบจากกระทรวงการคลัง
เมื่อได้จัดหาทนายความให้แก่ผู้
ต้องหาตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสามแล้ว ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน หากทนายความไม่อาจมาพบผู้ต้องหา
ได้ โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้พนักงา
นสอบสวนทราบ หรือแจ้งแต่ไม่มาพบผู้ต้องหาภาย
ในเวลาอันสมควร ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนผู้
ต้องหาไปได้โดยไม่ต้องรอทนายควา
ม แต่พนักงานสอบสวนต้องบันทึกเหตุ
นั้นไว้ในสำนวนการสอบสวนด้วย”
ข้อสังเกตที่สำคัญ
1. มาตรา 134/
1 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าผู้ต้องหาอายุไม
่เกิน 18 ปี “ในวันที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อห
า” ดังนั้น แม้หากวันกระทำความผิดอาญา ผู้ต้องหาอายุยังไม่เกิน 18 ปี แต่หลบหนีคดีไป ครั้นตามจับตัวมาดำเนินคดีในวัน
แจ้งข้อหาก็ไม่อยู่ในบังคับ มาตรา 134/1 วรรคหนึ่ง
2. พนักงานสอบสวนไม่มีหน้าที่ปฏิบั
ติตามมาตรา 134/
1 หากเป็นคดีที่มีอัตราโทษไม่ถึงจำคุกแ
ละผู้ต้องหาอายุเกิน 18 ปี ในวันที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา
เช่น คดีที่มีอัตราโทษปรับสถานเดียวแ
ละผู้ต้องหามีอายุเกิน 18 ปี ในวันที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา
3. มาตรา 134/
1 กำหนดให้พนักงานสอบสวนต้องปฏิบัติ “ก่อนเริ่มถามคำให้การ”ดังนั้นห
ากพนักงานสอบสวนสอบถามและ/
หรือตั้งทนายความให้ผู้ต้องหาภาย
หลังจากถามคำให้การไปแล้ว ถ้อยคำใดๆ ของผู้ต้องหาที่ให้ไว้ต่อพนักงา
นสอบสวนย่อมไม่ชอบด้วยมาตรา 134/
1 และจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสู
จน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้ ตามมาตรา 134/4 วรรคสาม
4. ในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือผู้ต้องหาอายุไม่เกิน 18 ปี ในวันที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา
หากสอบถามแล้ว ผู้ต้องหาไม่มีทนายความ มาตรา 134/
1 วรรคหนึ่ง บังคับให้รัฐต้องจัดหาทนายความให้
คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ
คำพิพากษาฎีกาที่ 1700/2549
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญ
า มาตรา 134 ทวิ (มาตรา 134/
1 ปัจจุบัน) บัญญัติให้ต้องมีทนายความเฉพาะกรณีสอ
บสวนผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนอาย
ุไม่เกิน สิบแปดปีเท่านั้น มิได้บัญญัติรวมถึงชั้นจับกุมด้
วย การที่จำเลยอ้างว่าบันทึกการจับ
กุมไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะจำเลยม
ิได้ลงลายมือชื่อในชั้นจับกุมต่
อหน้าทนายความนั้นฟังไม่ขึ้น
การนำบทบัญญัติมาตรา 133 ทวิ มาใช้บังคับแก่การสอบสวนผู้ต้อง
หาที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปด
ปี
มาตรา 134/
2 บัญญัติว่า “ให้นำบทบัญญัติในมาตรา 133 ทวิมาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่การสอบสวน
ผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกิ
นสิบแปดปี”
ผลของการนำมาตรา 134/2 นำมาตรา 133 ทวิ มาใช้บังคับ
(1) ในการสอบปากคำผู้ต้องหาอายุไม่เ
กิน 18 ปี พนักงานสอบสวนต้องแยกกระทำเป็นส
่วนสัดในสถานที่เหมาะสมสำหรับเด
็ก และต้องประกอบด้วยบุคคลดังต่อไป
นี้เข้าร่วมในการสอบถามปากคำนั้
นด้วย
นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะ
ห์
บุคคลที่เด็กร้องขอ
พนักงานอัยการ
(2) ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน
ที่จะต้องแจ้งให้ นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการทราบ
(3) นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะ
ห์ หรือพนักงานอัยการที่เข้าร่วมใน
การสอบปากคำ อาจถูกผู้ต้องหาตั้งข้อรังเกียจ
ได้
(4) ในการสอบปากคำผู้ต้องหา ให้พนักงานสอบสวน จัดให้มีการบันทึกภาพและเสียงกา
รสอบปากคำดังกล่าว ซึ่งสามารถนำออกถ่ายทอดได้อย่าง
ต่อเนื่องไว้เป็นพยาน
(5) ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งซ
ึ่งมีเหตุอันควรไม่อาจรอนักจิตว
ิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการส
อบปากคำพร้อมกันได้ ให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำเด็กซึ
่งเป็นผู้ต้องหา โดยมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งตามวรรคห
นึ่งร่วมอยู่ด้วยก็ได้ แต่ต้องบันทึกเหตุที่ไม่อาจรอบุ
คคลอื่นไว้ในสำนวนการสอบสวน และมิให้ถือว่าการสอบปากคำผู้ต้
องหาซึ่งเป็นเด็ก ในกรณีดังกล่าวที่ได้กระทำไปแล้
วไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ข้อสังเกต ผลของการที่พนักงานสอบสวนไม่ได้
ปฏิบัติตามมาตรา 133 ทวิ ไม่ได้ทำให้การสอบสวนเสียไปแต่อ
ย่างใดไม่ เพียงแต่ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาได้ใ
ห้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนรับฟังเป็
นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิ
ดของผู้ต้องหาไม่ได้ ตามมาตรา 134/4 วรรคท้าย
ประเด็นปัญหา
การสอบสวนผู้ต้องหาอายุไม่เกิน 18 ปี และการจัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้
องหามีอายุไม่เกิน 18 ปี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
อาญา มาตรา 134/2 ประกอบมาตรา 133 ทวิ และมาตรา 134/
1 วรรคหนึ่งนั้น หากขณะที่พนักงานสอบสวนถามปากคำผู้ต้
องหาหรือเริ่มถามคำให้การ ผู้ต้องหาอายุเกิน 18 ปี แล้ว แต่ขณะเกิดเหตุอายุไม่เกิน 18 ปี พนักงานสอบสวนจะต้องปฏิบัติตามบ
ทมาตราดั่งกล่าวหรือไม่
ตอบ ตามบทบัญญัติของมาตรา 134/
2 ประกอบมาตรา 133 ทวินั้น มุ่งคุ้มครองผู้ต้องหาที่มีอายุไม่เก
ิน 18 ปีขณะถูกสอบสวน เพราะผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไ
ม่เกิน 18 ปี สภาพร่างกายและจิตใจยังอ่อนแอ การสอบปากคำส่งผลกระทบต่อสภาพจิ
ตใจของเด็ก และส่งผลให้การสอบสวนคลาดเคลื่อ
น แต่ตามปัญหาปรากฏว่าขณะที่พนักง
านสอบสวนสอบปากคำขอจำเลยในฐานะผ
ู้ต้องหา จำเลยมีอายุเกิน 18 ปีแล้ว แม้ขณะเกิดเหตุจะอายุไม่เกิน 18 ปีก็ตาม การสอบปากคำจำเลยของพนักงานสอบส
วนจึงไม่จำต้องมีนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการส
อบปากคำของจำเลย (ฎ. 2132/2548)
คำพิพากษาฎีกาที่ 2132/2548
บทบัญญัติตามมาตรา 134 ตรี ประกอบมาตรา 133 ทวิ วรรคห้า แห่ง ป. วิ. อ. ใช้บังคับสำหรับกรณีผู้ต้องหาอา
ยุไม่เกินสิบแปดปีในขณะที่จะมีก
ารสอบปากคำ เมื่อปรากฏว่าขณะที่พนักงานสอบส
วนถามปากคำของจำเลยในฐานะผู้ต้อ
งหา จำเลยมีอายุเกินสิบแปดปีแล้ว การสอบปากคำของจำเลยของพนักงานส
อบสวนจึงไม่จำเป็นต้องมีนักจิตว
ิทยา นักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่จำเลยในฐานะผู้ต้องหาร้
องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถ
ามปากคำจำเลยแต่อย่างใด แม้ขณะที่เกิดเหตุจำเลยจะมีอายุ
ไม่เกินสิบแปดปี
พนักงานสอบสวนไม่จำต้องสอบถามเร
ื่องทนายความตามมาตรา 134/
1 วรรคหนึ่ง ก่อนเริ่มถามคำให้การผู้ต้องหา ถ้าขณะเริ่มถามคำให้การผู้ต้องหา ผู้ต้องหามีอายุเกินสิบแปดปีแล้
ว แม้ขณะกระทำความผิดผู้ต้องหาจะม
ีอายุไม่เกินสิบแปดปี
การให้ผู้ต้องหาอายุไม่เกิน 18 ปี ชี้ที่เกิดเหตุจะต้องปฏิบัติตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญ
า มาตรา 134/2 ประกอบมาตรา 133 ตรี หรือไม่
ตอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญ
า มาตรา 133 ทวิ ใช้บังคับเฉพาะในกรณีสอบปากคำจำ
เลยเท่านั้น ไม่ได้ใช้บังคับในการรวบรวมพยาน
หลักฐานอื่นๆ ด้วย ดังนั้น การที่พนักงานสอบสวนนำตัวจำเลยไ
ปชี้ที่เกิดเหตุโดยไม่มีบุคคลต่
างๆ อยู่ด้วยกับไม่มีการบันทึกภาพแล
ะเสียงของจำเลยในขณะให้ปากคำต่อ
พนักงานสอบสวนนั้น การสอบสวนจึงชอบด้วยกฎหมาย (ฎ. 647/2549)
พนักงานสอบสวนต้องปฏิบัติตามมาต
รา 134/3 ประกอบกับมาตรา 134/4 วรรคหนึ่ง (2)
มาตรา 134/
3 บัญญัติว่า “ผู้ต้องหามีสิทธิจะให้ทนายความ หรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังกา
รสอบสวนปากคำตนได้”
มาตรา 134/
4 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ในการถามคำให้การผู้ต้องหา ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้ต้องหาทรา
บก่อนว่า
(2) ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรื
อผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอ
บปากคำของตนได้”
ข้อสังเกต
(1) ในการถามคำให้การของผู้ต้องหา การที่พนักงานสอบสวนมิได้แจ้งสิ
ทธิให้ผู้ต้องหาทราบก่อนว่า ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรื
อผู้ซึงตนไว้วางใจเข้าสอบปากคำต
นได้ ย่อมเป็นการสอบสวนปากคำผู้ต้องห
าโดยไม่ชอบด้วยมาตรา 134/4 วรรคหนึ่ง (2)
(2) ในการถามคำให้การผู้ต้องหา แม้พนักงานพนักงานสอบสวนมิได้แจ
้งสิทธิตาม มาตรา 134/
4 วรรคหนึ่ง (2) ให้ผู้ต้องหาทราบก่อนก็ตาม แต่ก็หามีผลทำให้การสอบสวนเสียไปทั้ง
หมด อันจะถือเท่ากับไม่มีการสอบสวนแ
ละส่งผลให้พนักงานอัยการไม่มีอำ
นาจฟ้องตามมาตรา 120 ไม่ แต่เกิดผลตามมาตรา 134/
4 วรรคสาม ที่ว่า ถ้อยคำใดๆ ของผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนก
่อนมีการแจ้งสิทธิตามมาตรา 134/
4 วรรคหนึ่ง จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์
ความผิดของผู้นั้นไม่ได้เท่านั้
น
พนักงานสอบสวนต้องแจ้งสิทธิตามม
าตรา 134/
4 วรรคหนึ่ง ให้ผู้ต้องหาทราบก่อนถามคำให้การผู้ต
้องหา
มาตรา 134/
4 บัญญัติว่า “ในการถามคำให้การของผู้ต้องหา ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้ต้องหาทรา
บก่อนว่า
(1) ผู้ต้องหามีสิทธิจะให้การหรือไม
่ให้การก็ได้ ถ้าผู้ต้องหาให้การ ถ้อยคำของที่ผู้ต้องหาให้การนั้
น อาจเป็นพยานหลักฐานในการพิจารณา
คดีได้
(2) ผู้ต้องหามีสิทธิจะให้ทนายความห
รือผู้ซึ่งตนไว้วามใจเข้าฟังการ
สอบปากคำของตนก็ได้
เมื่อผู้ต้องหาเต็มใจให้การอย่า
งใดก็ให้จดคำให้การไว้ ถ้าผู้ต้องหาไม่เต็มใจให้การเลย
ก็ให้บันทึกไว้
ถ้อยคำใดๆ ที่ผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอ
บสวนก่อนมีการแจ้งสิทธิตามวรรคห
นึ่ง หรือก่อนที่จะมีการดำเนินการตาม
มาตรา 134/1 มาตรา 134/2 และมาตรา 134/
3 จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์
ความผิดของผู้นั้นไม่ได้”
ปิดหน้านี้
กดพิมพ์ (Print) หน้านี้
www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม