Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
ความผิดฐานกระทำอนาจาร ข่มขืนกระทำชำเรา | ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
ความผิดฐานกระทำอนาจาร ข่มขืนกระทำชำเรา
การที่จำเลยใช้มือดึงกางเกงของผ
ู้เสียหาย (อายุ 8 ปี) ลงมาถึงหน้าแข้งแล้วใช้นิ้วแหย่
เข้าไปในช่องคลอดของผู้เสียหายโ
ดยผู้เสียหายมิได้สมัครใจยินยอม
ให้กระทำ แม้จะเป็นวิธีการกระทำอนาจารผู้
เสียหาย
แต่ก็เป็นการใช้แรงกายภาพต่อผู้
เสียหาย เป็นการใช้กำลังประทุษร้ายตาม ป.อ.มาตรา 1(6) แล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิด
ฐานกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุ
ษร้ายตามมาตรา 279 วรรคสอง (ฎ. 3752/2540)
ข้อสังเกต จากคำพิพากษ
าฎีกาดังกล่าวนอกจากจำเลยจะมีคว
ามผิดฐานกระทำอนาจารโดยใช้กำลัง
ประทุษร้ายตามมาตรา 279 วรรคสอง
จำเลยยังมีความผิดฐานข่มขืนกระท
ำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ตามมาตรา 277 วรรคสาม
ซึ่งมาตรา 277 บัญญัติว่า ““ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม
่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรื
อสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตา
ม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถ
ึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่ห
มื่นบาท
การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่าการกระทำเพื่อสนองคว
ามใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำก
ระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอว
ัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง
เป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เ
กินสิบสามปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปี
ถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นสี่พัน
บาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต......”
หากเป็นกรณีพาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร จำเลยมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ต
ามมาตรา 317
ข้อสังเกต ในความผิดฐานพรากผู้เยาว์นี้ แม้เด็กมาเล่นในบ้านจำเลยเอง จำเลยเพียงอุ้มขึ้นไปนอนในห้องน
อนในบ้านจำเลย ก็ถือว่าเป็นการพรากตามมาตรา 317 แล้ว (ฎ. 848/2548)
คำพิพากษาฎีกาที่ 848/2548
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคแรก มีความมุ่งหมายเพื่อให้ความคุ้ม
ครองอำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลที่มีต่อผู
้เยาว์มิให้ผู้ใดพาไปหรือแยกออก
จากความปกครองดูแลโดยไม่จำกัดว่
าจะกระทำด้วยวิธีใด และไม่ต้องคำนึงถึงระยะใกล้ไกล แม้ผู้เสียหายที่ 1 ก็ยังอยู่ในความปกครองดูแลของผู
้เสียหายที่ 2 จำเลยไม่มีสิทธิจะพาผู้เสียหายท
ี่ 1 ไปยังที่ใดโดยผู้เสียหายที่ 2 ไม่ยินยอม
การที่จำเลยมาอุ้มผู้เสียหายที่
1 ขึ้นไปบนบ้านพาไปห้องนอนแล้วกระ
ทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 ถือว่าจำเลยแยกสิทธิปกครองของผู
้เสียหายที่ 2 ในการควบคุมดูแลผู้เสียหายที่ 1 โดยปราศจากเหตุอันสมควรการกระทำ
ของจำเลยเป็นการพรากเด็กอายุยัง
ไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากผู้ปกค
รองเพื่อการอนาจารอันเป็นความผิ
ดตามมาตรา 317 วรรคสาม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3840/2553
การพรากเด็กอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม คือการพรากเด็กไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล แม้ขณะเกิดเหตุเด็กหญิง ว. จะไม่ได้พักอาศัยอยู่กับบิดา มารดา เนื่องจากไปทำงานเป็นพนักงานในร
้านอาหาร ส. ที่จังหวัดชุมพรก็ตาม แต่บิดาของเด็กหญิง ว. ได้มอบหมายให้ พ. ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหาร ส. เป็นผู้ดูแลเด็กหญิง ว. การที่จำเลยพาเด็กหญิง ว. ไปที่บ้านของจำเลยและกระทำชำเรา
เด็กหญิง ว. จึงเป็นการพรากเด็กอายุยังไม่เก
ิน 15 ปี ไปเสียจากผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุ
อันสมควรเพื่อการอนาจารแล้ว
แม้คดีนี้ตามฟ้องของโจทก์จะเป็น
การฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพรากเ
ด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา เพื่อการอนาจาร แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยพร
ากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากผู้ดูแล เพื่อการอนาจารก็ตาม ข้อแตกต่างดังกล่าวก็มิใช่ข้อสา
ระสำคัญแต่อย่างใด อีกทั้งจำเลยโต้เถียงข้อเท็จจริ
งในประเด็นแห่งคดีเพียงว่าจำเลย
ไม่ใช่คนร้ายที่กระทำความผิดตาม
ฟ้อง จำเลยจึงมิได้หลงต่อสู้ในข้อดัง
กล่าว ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยตามข้อ
เท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้ตา
ม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง
ข้อสังเกต การพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ตามมาตรา 317 นั้น หากมีข้อเท็จจริงว่าจำเลยยังไม่
มีภริยา หรือยังเป็นโสด จำเลยมีความผิดแค่มาตรา 317 วรรคแรก เท่านั้น ไม่มีความผิดตามมาตรา 317 วรรคสาม
ปิดหน้านี้
กดพิมพ์ (Print) หน้านี้
www.LawSiam.com : ศูนย์รวมข้อมูลกฎหมาย เตรียมสอบ 3 สนาม