ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วย หุ้นส่วนและบริษัท
ลักษณะพิเศษบางประการของห้างหุ้นส่วนจำกัด
1. ห้างหุ้นส่วนจำกัดมีหุ้นส่วนอยู่สองจำพวก
มาตรา 1077 อันห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทหนึ่ง ซึ่งมีผู้เป็นหุ้นส่วนสองจำพวก ดั่งจะกล่าวต่อไปนี้คือ
(๑) ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนซึ่งมีจำกัดความรับผิดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนรับจะลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนนั้นจำพวกหนึ่ง และ
(๒) ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนซึ่งต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนไม่มีจำกัดจำนวนอีกจำพวกหนึ่ง
คำพิพากษาฎีกาที่ 6470/2548 ก่อนจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ประกอบกิจการค้าขายเฟอร์นิเจอร์ ใช้ชื่อร้านว่า แสงชัยเฟอร์นิเจอร์ และจำเลยที่ 2 ได้สั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์จากโจทก์ในชื่อแสงชัยเฟอร์นิเจอร์ เมื่อจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 2 ก็ยังคงสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์จากโจทก์ในชื่อแสงชัยเฟอร์นิเจอร์ การที่โจทก์ส่งสินค้าตามที่จำเลยที่ 2 สั่งในชื่อแสงชัยเฟอร์นิเจอร์ก่อนที่จะจดทะเบียนเป็นจำเลยที่ 1 แต่เมื่อจดทะเบียนเป็นจำเลยที่ 1 แล้วการซื้อสินค้าของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวก็อยู่ภายในขอบวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้เข้าไปถือเอาประโยชน์จากสินค้าที่โจทก์ส่งไปให้ จำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดในหนี้ที่จำเลยที่ 2 สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ด้วย
คำพิพากษาฎีกาที่ 1470/2548 จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันประกอบธุรกิจบ้านจัดสรรจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดชำระหนี้ค่าสินค้าที่ซื้อจากโจทก์มาใช้ในการประกอบธุรกิจดังกล่าวแก่โจทก์ แม้จำเลยที่ 3 จะจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด และจำเลยที่ 4 ไม่มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 3 ต่อไป แต่เมื่อยังไม่มีการชำระบัญชีจำเลยที่ 3 สภาพนิติบุคคลของจำเลยที่ 3 ยังคงมีอยู่ต่อไปตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี และจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 3 จึงเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด ต้องร่วมรับผิดในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดในฐานะหุ้นส่วนไม่ใช่ในฐานะห้างหุ้นส่วน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1249 มาตรา 1077 (2) ดังนั้นจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์
คำพิพากษาฎีกาที่ 365-388/2548 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่งให้เลิกจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 แต่ ป.พ.พ. มาตรา 1249 ให้พึงถือว่าจำเลยที่ 1 ยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชีส่วนการตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระบัญชีนั้นก็มีผลเพียงให้ผู้นั้นเป็นผู้มีอำนาจในการกระทำการต่าง ๆ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1259 และจำเลยที่ 2 ไม่เพียงมีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 เท่านั้น จำเลยที่ 2 ยังคงเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ซึ่งต้องรับผิดในบรรดาหนี้ของจำเลยที่ 1 ไม่จำกัดจำนวนตามมาตรา 1077(2)
2. ตราบใดที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดยังไม่จดทะเบียนตราบนั้นยังคงเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ
มาตรา 1079 อันห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น ถ้ายังมิได้จดทะเบียนอยู่ตราบใด ท่านให้ถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดย่อมต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัดจำนวนจนกว่าจะได้จดทะเบียน
เหตุมี่กฎหมายบัญญัติเช่นนี้เพราะในบางกรณีห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นแปรรูปมาจากห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือแม้ในกรณีที่ตกลงกันตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดมาแต่แรก แต่ก็อาจมีการทำกิจการไปพลางก่อนที่จะจดทะเบียนกฎหมายจึงถือว่าห้างนั้นเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญและให้ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัดจำนวนจนกว่าจะได้จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด
มาตรา 1079 ชี้ให้เห็นว่าความรับผิดของห้างแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ ก่อนจดทะเบียนและหลังจดทะเบียน ก่อนจดทะเบียนนั้นห้างมีสถานะเป็นหุ้นส่วนสามัญ ดังนั้นผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจึงต้องรับผิดในหนี้ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตอนนี้โดยไม่จำกัด ส่วนหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังการจดทะเบียนก็เป็นหนี้ของนิติบุคคล ความรับผิดของหุ้นส่วนในหนี้ของห้างที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้วก็ต้องขึ้นอยู่ว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดหรือเป็นหุ้นส่วนจำพวกรับผิดโดยไม่จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งมีสภาพเป็นนิติบุคคลเมื่อได้จดทะเบียนก็ไม่น่าที่จะต้องรับโอนความรับผิดหรือสิทธิใด ๆ มาจากห้างเดิมซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ
คำพิพากษาฎีกาที่ 2510/2516 โจทก์ตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ก่อนจดทะเบียนห้างฝ่ายจำเลยทำละเมิดต่อทรัพย์ของห้างหุ้นส่วน เช่นนี้ ตามกฎหมายถือว่าขณะเกิดเหตุละเมิดห้างของโจทก์ยังเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญอยู่ โจทก์ในฐานะหุ้นส่วนย่อมมีอำนาจฟ้องร้องจำเลยให้รับผิดได้ แม้ต่อมาห้างโจทก์จะได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล อำนาจฟ้องคดีดังกล่าวหรือสิทธิเรียกร้องของโจทก์ต่อจำเลยเป็นบุคคลสิทธิ มิใช่ทรัพยสิทธิติดตามตัวทรัพย์ จึงไม่โอนไปยังห้างหุ้นส่วนจำกัด โจทก์ยังคงมีอำนาจฟ้องคดีอยู่
คำพิพากษาฎีกาที่ 992/2521 จำเลยที่ 2 หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 สั่งซื่อสินค้าจากโจทก์ในนามของห้างจำเลยที่ 1 โจทก์ส่งไปให้ตั้งแต่ห้างยังไม่ได้จดทะเบียน ตามมาตรา 1079 จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญอยู่จนกว่าจะได้จดทะเบียน ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดต้องร่วมกันรับผิดในหนี้สินของห้าง ดังนั้นจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชำระหนี้ให้โจทก์ คดีนี้ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ห้างจำเลยที่ 1 ต้องรับผิด เพราะเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนห้างจดทะเบียน แต่โจทก์ไม่ได้ฎีกาในข้อนี้ จึงไม่มีประเด็นขึ้นสู่ศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกาที่ 389/2519 การที่จำเลยที่ 2, 3 และ 4 จัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ขึ้น แต่ก่อนจดทะเบียนได้ซื้อสินค้าของโจทก์เพื่อใช้ในโรงงานของห้าง เช่นนี้จำเลยที่ 2, 3 และ 4 ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามมาตรา 1079 แต่เมื่อภายหลังได้จดทะเบียนโรงงานเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ก็ต้องร่วมรับผิดด้วย
คำพิพากษาฎีกาที่ 4193/2533 จำเลยที่ 1, 2 และ 3 ได้ตกลงนำที่ดินที่พิพาทมาลงหุ้นตังแต่ห้าง พ. ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ในขณะนั้นห้าง พ. จึงไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคล แต่ถือว่าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญตามมาตรา 1079 เมื่อจำเลยที่ 1, 2 และ 3 นำที่ดินพิพาทมาลงหุ้น กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทจึงตกเป็นของห้าง พ. ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จำเลยที่ 1, 2 และ 3 หาอาจจะอ้างเอาการไม่จดทะเบียนมาเป็นเหตุว่าที่ดินพิพาทยังคงเป็นของตนหาได้ไม่
3. การนำบทบัญญัติของห้างหุ้นส่วนสามัญมาใช้กับห้างหุ้นส่วนจำกัด
มาตรา 1080 บทบัญญัติว่าด้วยห้างหุ้นส่วนสามัญข้อใดๆ หากมิได้ยกเว้นหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปโดยบทบัญญัติแห่งหมวด 3 นี้ท่านให้นำมาใช้บังคับแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดด้วย
ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดนั้นมีอยู่หลายคนด้วยกัน ท่านให้ใช้บทบัญญัติสำหรับห้างหุ้นส่วนสามัญเป็นวิธีบังคับในความเกี่ยวพันระหว่างคนเหล่านั้นเอง และความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนเหล่านั้นกับห้างหุ้นส่วน
(1) บทบัญญัติของห้างหุ้นส่วนสามัญที่จะนำมาใช้นั้นเป็นการนำเอามาใช้โดยอนุโลมเท่านั้น ถ้าเรื่องใดมีบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในเรื่องห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้ว ก็จะนำบทบัญญัติในเรื่องห้างหุ้นส่วนสามัญมาใช้ไม่ได้ เช่นในเรื่องของการชำระบัญชีมีบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะแล้วในมาตรา 1247-1273 ดังนั้นจึงไม่อนุโลมมาตรา 1061-1063 มาใช้
(2) บทบัญญัติของห้างหุ้นส่วนสามัญที่จะนำมาใช้นั้น ต้องดูว่ามีบัญญัติไว้ในห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือไม่ ถ้ามี ก็ต้องนำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับ ไม่ใช่นำเอาบทบัญญัติในเรื่องห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนมาใช้ เช่น ในเรื่องการใช้สิทธิเรียกร้องเอาแก่บุคคลภายนอกต้องนำมาตรา 1065 มาใช้บังคับ (ไม่ใช่นำมาตรา 1049 มาใช้) ความรับผิดของหุ้นส่วน การควบห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนตามมาตรา 1073-1076
(3) บทบัญญัติทั่วไปของห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนที่จะนำมาใช้ ได้แก่
- เรื่องการลงหุ้นตามมาตรา 1026-1031 เว้นแต่การลงหุ้นด้วยแรงงานจะนำมาใช้กับหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดไม่ได้ เพราะหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดต้องลงหุ้นด้วยเงินหรือทรัพย์สินเท่านั้น (มาตรา 1083)
- เรื่องการห้ามนำบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นหุ้นส่วนหรือโอนหุ้นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากหุ้นส่วนอื่นตามมาตรา 1040-1041 เว้นแต่เป็นกรณีเกี่ยวกับหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด ซึ่งมาตรา 1091 อนุญาตให้โอนได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากหุ้นส่วนอื่น
- เรื่องการคิดส่วนกำไรขาดทุนตามมาตรา 1044, 1045, 1028
- เรื่องการเลิกห้างตามมาตรา 1055-1060 เว้นแต่กรณีหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดตาย ล้มละลาย หรือตกเป็นคนไร้ความสามารถซึ่งตามมาตรา 1092 และ 1093 ห้างหุ้นส่วนจำกัดอาจไม่ต้องเลิก
- ในกรณีห้างหุ้นส่วนจำกัดมีหุ้นจำพวกไม่จำกัดความรับผิดเพียงคนเดียว หุ้นส่วนผู้นั้นย่อมเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการตามาตรา 1087 แต่ถ้ามีหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดหลายคน ก็ต้องนำบทบัญญัติในเรื่องของห้างหุ้นส่วนสามัญมาใช้ กล่าวคือถ้าไม่ได้ตกลงให้ใครเป็นผู้จัดการ หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทุกคนเป็นผู้จัดการตามมาตรา 1033 และต้องนำมาตรา 1034, 1035 มาใช้ เว้นแต่จะมีการจดทะเบียนจำกัดอำนาจไว้ตามมาตรา 1078 (7)
4. ห้ามนำชื่อของหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดมาใช้เป็นชื่อห้าง
มาตรา 1081 ห้ามมิให้เอาชื่อของผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดมาเรียกขานระคนเป็นชื่อห้าง
มาตรา 1082 ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดคนใดยินยอมโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้ใช้ชื่อของตนระคนเป็นชื่อห้างไซร้ ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนคนนั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมือนดังว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดฉะนั้น
แต่ในระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนกันเองนั้น ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนเช่นนี้ ท่านให้คงบังคับตามสัญญาหุ้นส่วน
กฎหมายจำกัดสิทธิของหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดมาใช้เป็นชื่อห้างเพราะอาจทำให้บุคคลภายนอกสับสนหลงผิดคิดว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดหากหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดคนใดยินยอมโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้ใช้ชื่อตนระคนเป็นชื่อห้าง ก็จะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมือนหนึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด ซึ่งเป็นความรับผิดตามหลักกฎหมายปิดปาก
คำพิพากษาฎีกาที่ 1142/ 2532 ชื่อตามมาตรา 1081 และ 1082 นั้น หมายรวมถึงชื่อตัว ชื่อรอง หรือชื่อสกุล อันเป็นชื่อเต็มของผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด มิใช่ส่วนหนึ่งส่วนใดของชื่อ หรือพยางค์หนึ่งพยางค์ใดของชื่อ เว้นแต่เป็นที่รู้จักกันเป็นทั่วไปว่าบางส่วนหรือพยางค์หนึ่งของชื่อนั้นเป็นคำที่เรียกขานเป็นชื่อของผู้เป็นหุ้นส่วนดังกล่าว
จำเลยที่ 4 เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดของห้างจำเลยที่ 1 มีชื่อว่า “วิริยะ” เพียงแต่ยอมให้ห้างใช้คำว่า “วิ” มาระคนเป็นชื่อของห้าง โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงชัดแจ้งว่า คำว่า “วิ” นั้นเป็นที่รู้จักกันเป็นทั่วไปว่าหมายถึงชื่อของจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 4 จึงไม่ต้องร่วมกับจำเลยอื่นรับผิดต่อโจทก์
คำพิพากษาฎีกาที่ 2626/2548 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1025 ห้างหุ้นส่วนสามัญคือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด ดังนั้นบุคคลใดแสดงตนว่าเป็นหุ้นส่วน ป.พ.พ. มาตรา 1054 จึงบัญญัติให้รับผิดต่อบุคคลภายนอกในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนสามัญเสมือนเป็นหุ้นส่วน คือต้องรับผิดโดยไม่มีจำกัดจำนวนหนี้ ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 1077 คือ ห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งมีผู้เป็นหุ้นส่วนสองประเภทคือ ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดและพวกไม่จำกัดความรับผิด ซึ่งมีความผิดไม่เท่ากัน จึงไม่อาจนำมาตรา 1054 มาใช้บังคับกับห้างหุ้นส่วนจำกัดได้ เพราะไม่อาจกำหนดได้ว่าจะต้องรับผิดเสมือนเป็นหุ้นส่วนประเภทใด จึงได้บัญญัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพื่อบังคับใช้กับผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดไว้โดยเฉพาะในมาตรา 1082 โดยให้ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่ยินยอมโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้ใช้ชื่อของตนระคนเป็น ชื่อห้างรับผิดต่อบุคคลภายนอกเสมือนเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด
5. หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดลงหุ้นได้ด้วยเงินหรือทรัพย์สินเท่านั้น
มาตรา 1083 การลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดนั้น ท่านว่าต้องให้ลงเป็นเงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นๆ
เหตุที่กฎหมายห้ามหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดลงหุ้นด้วยแรงงานนั้น อาจเป็นเพราะป้องกันการสับสนระหว่างการลงหุ้นด้วยแรงงานและการสอดเข้าจัดกิจการของห้างซึ่งจะเป็นเหตุให้หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดผู้นั้นจะต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ทั้งหลายของห้างหุ้นส่วนนั้นโดยไม่จำกัดจำนวนตามมาตรา 1088
6. การแบ่งเงินปันผลหรือดอกเบี้ยให้หุ้นส่วนจำกัดต้องแบ่งจากเงินกำไรเท่านั้น
มาตรา 1084 ห้ามมิให้แบ่งเงินปันผลหรือดอกเบี้ยให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดนอกจากผลกำไรซึ่งห้างหุ้นส่วนทำมาค้าได้
ถ้าทุนของห้างหุ้นส่วนลดน้อยลงไปเพราะค้าขายขาดทุน ท่านห้ามมิให้แบ่งเงินปันผลหรือดอกเบี้ยให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดจนกว่าทุนซึ่งขาดไปนั้นจะได้คืนมาเต็มจำนวนเดิม
แต่ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดคนใดได้รับเงินปันผลหรือดอกเบี้ยไปแล้วโดยสุจริต ท่านว่าหาอาจจะบังคับให้เขาคืนเงินนั้นได้ไม่
เงินปันผลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1084 น่าจะหมายความถึงเงินที่ห้างจ่ายตอบแทนให้แก่หุ้นส่วนตามส่วนแห่งการลงหุ้นในทำนองเดียวกับเงินปันผลของบริษัทจำกัด
ตามมาตรา 1084 นี้ ถ้ามีการตกลงกันให้จ่ายเงินปันผลหรือดอกเบี้ยแก่หุ้นส่วน ถ้าห้างไม่มีกำไร หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดก็ไม่มีสิทธิรับเงินปันผลหรือดอกเบี้ย และแม้ห้างจะมีกำไรแต่เคยขาดทุน ก็ต้องจัดการให้ส่วนที่ขาดทุนอยู่นั้นหมดไปก่อน จึงจะจ่ายเงินปันผลหรือดออกเบี้ยแก่หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้
อย่างไรก็ตามถ้ามีการจ่างเงินปันผลหรือดอกเบี้ยโดยฝ่าฝืนมาตรา 1084 นี้ และหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดรับไปโดยสุจริต ห้าง หรือหุ้นส่วน หรือเจ้าหนี้ของห้างก็ไม่อาจที่จะบังคับให้หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดนั้นคืนเงินแก่ห้างได้ แต่ ถ้ารับไปโดยไม่สุจริต ห้าง หรือหุ้นส่วนอื่นสามารถเรียกคืนได้ หรือเจ้าหนี้ของห้างอาจใช้สิทธิเรียกคืนมาชำระหนี้ของห้างได้ตามมาตรา 1095(3)
7. ถ้าหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดแสดงว่าตนลงทุนมากกว่าที่เป็นจริงก็ต้องรับผิดเท่าจำนวนที่กล่าวอ้าง
มาตรา 1085 ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้แสดงด้วยจดหมายหรือใบแจ้งความหรือด้วยวิธีอย่างอื่นให้บุคคลภายนอกทราบว่าตนได้ลงหุ้นไว้มากกว่าจำนวนซึ่งได้จดทะเบียนเพียงใดท่านว่าผู้นั้นจะต้องรับผิดเท่าถึงจำนวนเพียงนั้น
โดยปกติแล้วหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดจะต้องรับผิดในหนี้ของห้างโดยจำกัดเท่ากับจำนวนลงหุ้นของตนเท่านั้น แต่ถ้าหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดไปแสดงต่อบุคคลภายนอกว่าตนได้ลงหุ้นเกินกว่าจำนวนที่ได้จดทะเบียนไว้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงด้วยจดหมายหรือใบแจ้งความหรือวิธีอื่นใด ก็ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกที่หลงเชื่อและได้รับความเสียหายถึงจำนวนตามที่ตนได้แสดงไว้เช่นนั้น ซึ่งเป็นไปตามหลักกฎหมายปิดปาก
8. หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดไม่มีสิทธิจัดการห้าง
มาตรา 1087 อันห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น ท่านว่าต้องให้แต่เฉพาะผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดเท่านั้นเป็นผู้จัดการ
มาตรา 1088 ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดผู้ใดสอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานของห้างหุ้นส่วน ท่านว่าผู้นั้นจะต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ทั้งหลายของห้างหุ้นส่วนนั้นโดยไม่จำกัดจำนวน
แต่การออกความเห็นและแนะนำก็ดี ออกเสียงเป็นคะแนนนับในการตั้งและถอดถอนผู้จัดการตามกรณีที่มีบังคับไว้ในสัญญาหุ้นส่วนนั้นก็ดีท่านหานับว่าเป็นการสอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่
การกระทำที่ถือว่าเป็นการเข้าไปจัดการห้างหุ้นส่วนนั้น น่าจะต้องเป็นการกระทำถึงขนาดเข้าไปยุ่งกับงานในอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ไม่ใช่กระทำในฐานะที่เป็นลูกจ้างหรือพนักงานของห้าง หรือเพียงแต่การออกความเห็นและแนะนำก็ดี ออกเสียงเป็นคะแนนนับในการตั้งและถอดถอนผู้จัดการตามกรณีที่มีบังคับไว้ในสัญญาหุ้นส่วน อีกทั้งต้องเป็นการติดต่อกับบุคคลภายนอก
หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่สอดเข้าไปจัดกิจการของห้างนั้นจะต้องรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวนเฉพาะหนี้ที่เกิดขึ้นจากกิจการที่ตนสอดเข้าไปจัดการเท่านั้น ไม่ใช่รับผิดอย่างไม่จำกัดจำนวนในหนี้อื่น ๆ ทั้งหมดของห้างด้วย
การที่ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดสอดเข้าจัดกิจการของห้างโดยไม่มีอำนาจ การกระทำนั้นก็ย่อมไม่ผูกพันห้าง หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่สอดเข้าจัดกิจการของห้างก็อาจต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว ห้างจะรับผิดก็ต่อเมื่อมีการเชิดให้หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดออกเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หรือเป็นตัวแทนของห้างตามมาตรา 821 หรือห้างได้ให้สัตยาบันต่อการกระทำนั้นตามมาตรา 823 มิฉะนั้นห้างก็ไม่ต้องรับผิด
มาตรา 1088 ที่บัญญัติให้หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่สอดเข้าจัดกิจการของห้างต้องรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวนนั้น เป็นความรับผิดต่อบุคคลภายนอก สำหรับระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันนั้น เขาก็ยังคงรับผิดจำกัดอยู่
คำพิพากษาฎีกาที่ 2189/2542 จำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อในเช็คพิพาท ย่อมต้องรับผิดในเนื้อความในเช็คนั้นตาม ป.พ.พ.มาตรา 900 แม้จำเลยจะได้ลงลายมือชื่อในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด ป. ก็หาให้จำเลยหลุดพ้นความรับผิดไปไม่ เพราะจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด จึงต้องร่วมรับผิดในหนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนจำกัด ป. ได้ก่อให้เกิดขึ้นด้วยตาม ป.พ.พ.มาตรา 1087 มาตรา 1080 และมาตรา 1050 โจทก์ในฐานะผู้ทรงจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยให้รับผิดตามเนื้อความในเช็คพิพาทเป็นการส่วนตัวได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 650/2545 จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่ง มีรถบรรทุกประกอบการถึง 30 คัน โดยไม่ใช่รถบรรทุกของจำเลยที่ 1 เลย แสดงว่าจำเลยที่ 1 มีรายได้และผลประโยชน์มาจากรถบรรทุกที่เข้าร่วมประกอบการขนส่ง ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 ยอมให้จำเลยที่ 4 จดทะเบียนเข้าร่วมประกอบการขนส่งกับจำเลยที่ 1 และด้านข้างรถก็พ่นสีระบุชื่อ จำเลยที่ 1 ไว้ด้วย จึงถือว่าจำเลยที่ 1 ยอมผูกพันตนเข้าร่วมกิจการและรับผลประโยชน์กันกับ จำเลยที่ 4 เมื่อจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 4 ขับรถบรรทุกดังกล่าวไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 4 โดยประมาท ถือได้ว่าจำเลยที่ 5 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ด้วย จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 4 ในผลแห่งละมิด ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ก็ต้องร่วมรับผิดในบรรดาหนี้ของจำเลยที่ 1 โดยไม่จำกัดจำนวนตาม ป.พ.พ.มาตรา 1077(2), 1087
คำพิพากษาฎีกาที่ 865/2546 จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นสามีภริยากัน ร่วมกันประกอบกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดเป็นผู้จัดการฝ่ายส่งออกสินค้า มีหน้าที่ส่งสินค้าออกไปต่างประเทศและติดต่อกับลูกค้าต่างประเทศ ในการจ้างโจทก์ขนสินค้าของจำเลยที่ 1 นั้น จำเลยที่ 3 เป็นผู้ติดต่อกับโจทก์ มอบนามบัตรระบุตำแหน่งให้โจทก์และได้ลงลายมือชื่อและประทับตราของจำเลยที่ 1 กระทำการแทนจำเลยที่ 1 ในหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์ ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 สอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานในขอบวัตถุประสงค์ ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิดชำระค่าจ้างขนส่งสินค้าแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1088
คำพิพากษาฎีกาที่ 2066/2545 จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการต้องรับผิดร่วมกับห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดแต่เป็นผู้ติดต่อส่งสินค้าไปยังต่างประเทศและได้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 1 ให้สั่งจ่ายเช็คได้ทั้งจำเลยที่ 3 ยังได้ทำบันทึกความเข้าใจ พร้อมประทับตราสำคัญของจำเลยที่ 1ด้วย โดยทำในนามของจำเลยที่ 1 ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดสอดเข้าไปเกี่ยวข้องจัดการงานของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อโจทก์โดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1088 วรรคหนึ่ง
9. หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดอาจได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนก็ได้
มาตรา 1089 ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดนั้นจะตั้งให้เป็นผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนก็ได้
การชำระบัญชีเป็นเรื่องที่ต้องกระทำเมื่อมีการเลิกห้าง การแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีนั้นอาจแต่งตั้งหุ้นส่วนจำพวกรับผิดโดยไม่จำกัด หรือหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด หรือบุคคลภายนอกก็ได้
10. หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดไม่ใช่บุคคลที่จะล่มหัวจมท้าย
(1) ค้าขายแข่งกับห้างได้: มาตรา 1090 ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดจะประกอบการค้าขายอย่างใดๆ เพื่อประโยชน์ตนหรือเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอกก็ได้ แม้ว่าการงานเช่นนั้นจะมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันกับการค้าขายของห้างหุ้นส่วนก็ไม่ห้าม
(2) หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดโอนหุ้นได้โดยเสรี: มาตรา 1091 ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดจะโอนหุ้นของตนปราศจากความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นๆ ก็โอนได้
(3) หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดตาย ล้มละลายหรือตกเป็นคนไร้ความสามารถ ไม่เป็นเหตุให้ห้างเลิก: มาตรา 1092 การที่ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดตายก็ดี ล้มละลายหรือตกเป็นคนไร้ความสามารถก็ดี หาเป็นเหตุให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องเลิกกันไม่ เว้นแต่จะได้มีข้อสัญญากันไว้เป็นอย่างอื่น
(4) หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดตาย ทายาทเข้าเป็นหุ้นส่วนแทนที่ได้: มาตรา 1093 ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดผู้ใดตาย ท่านว่าทายาทของผู้นั้นย่อมเข้าเป็นหุ้นส่วนแทนที่ผู้ตาย เว้นแต่จะได้มีข้อสัญญากันไว้เป็นอย่างอื่น
11. หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดล้มละลายทำให้หุ้นส่วนผู้นั้นพ้นจากความเป็นหุ้นส่วน
มาตรา 1094 ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดผู้ใดล้มละลาย ท่านว่าต้องเอาหุ้นของผู้นั้นในห้างหุ้นส่วนออกขายเป็นสินทรัพย์ในกองล้มละลาย
การที่หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดล้มละลายนั้นไม่ได้เป็นเหตุให้เลิกห้าง และการเอหาหุ้นของผู้ล้มละลายออกขายเป็นทรัพย์สินในกองล้มละลายนั้นมีผลเพียงทำให้หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดผู้นั้นพ้นจากความเป็นหุ้นส่วน กฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าผู้รับซื้อหุ้นไปนั้นจะกลายมาเป็นหุ้นส่วนแทนที่ผู้ล้มละลายหรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้มีความเห็นที่ยังแตกต่างกันอยู่ ท่านศาสตราจารย์โสภณ รัตนากรเห็นว่าผู้ซื้อหุ้นเข้ามาเป็นหุ้นส่วนแทนที่ผู้ล้มละลาย
12. หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดไม่ต้องรับผิดจนกว่าห้างจะเลิก
มาตรา 1095 ตราบใดห้างหุ้นส่วนจำกัดยังมิได้เลิกกัน ตราบนั้นเจ้าหนี้ของห้างย่อมไม่มีสิทธิจะฟ้องร้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้
แต่เมื่อห้างหุ้นส่วนนั้นได้เลิกกันแล้ว เจ้าหนี้ของห้างมีสิทธิฟ้องร้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้เพียงจำนวนดั่งนี้ คือ
(1) จำนวนลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนเท่าที่ยังค้างส่งแก่ห้างหุ้นส่วน
(2) จำนวนลงหุ้นเท่าที่ผู้เป็นหุ้นส่วนได้ถอนไปจากสินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วน
(3) จำนวนเงินปันผลและดอกเบี้ยซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนได้รับไปแล้วโดยทุจริตและฝ่าฝืนต่อบทมาตรา 1084
มาตรา 1095 ไม่นำมาใช้กับหุ้นส่วนจำพวกรับผิดโดยไม่จำกัด หรือกรณีที่กฎหมายให้หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดต้องรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวน
เนื่องจากมาตรา 1095 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ถ้าห้างยังไม่เลิกจะฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดไม่ได้ ดังนั้นจึงนำมาตรา 1070 และ 1071 มาใช้ไม่ได้ เพราะมาตราดังกล่าวเป็นกรณีที่ฟ้องเมื่อห้างยังไม่เลิก
มาตรา 1095 เป็นกรณีที่เจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด หากเป็นกรณีของเจ้าหนี้ส่วนตัวฟ้องบังคับเอาทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนมาชำระหนี้ของผู้เป็นหุ้นส่วนแล้ว จำต้องนำมาตรา 1072 มาใช้