ศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี เกษมทรัพย์ กล่าวถึงผลสี่ประการที่เกิดจากคำสอน ของทฤษฎีนิติศาสตร์ สำนักกฎหมายบ้านเมือง ดังนี้
(๑) ยกย่องว่า "รัฐ" เป็นอำนาจสูงสุดไม่อยู่ใต้กฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น (๒) เมื่อกฎหมายเป็นเรื่องของคำสั่ง ทำให้ต้องคิดต่อไปว่า กฎหมายเป็นเรื่อง ของ "อำนาจ" แทนที่จะเป็นเรื่องของ "ความถูก-ผิด" เป็นเรื่องของความชอบธรรมกับ ความไม่ชอบธรรม เป็นเรื่องของความยุติธรรมกับความไม่ยุติธรรม เพราะคำสั่งนั้นจะต้อง เป็นเรื่องที่ "ผู้มีอำนาจเหนือ" สามารถที่จะบังคับผู้อยู่ใต้อำนาจให้ "จำใจ" ที่จะต้อง ปฏิบัติตามเจตจำนงของผู้มีอำนาจ (๓) เมื่อเป็นเรื่องของอำนาจแล้ว ผู้สั่งจะสั่งอย่างไรก็ได้ กฎหมายจึงมาจาก "เจตจำนง" (Will) ของมนุษย์ ผลจึงเป็นว่า "กฎหมาย" จะมีเนื้อความเป็นอย่างไร มีความถูกต้องเป็นธรรมหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่นักนิติศาสตร์จะต้องพิจารณา นักนิติศาสตร์ สำนักนี้จะพิจารณาเพียงเฉพาะว่า กฎหมายมาจาก Will ของผู้ทรงอำนาจอธิปไตยหรือไม่ ถ้ามาจากการตัดสินใจขององค์อธิปัตย์แล้ว กฎเกณฑ์นั้นก็เป็นกฎหมาย เนื้อความของกฎหมายจะดีชั่วอย่างไรไม่ใช่เรื่องที่นักนิติศาสตร์จะก้าวล่วงไปพิจารณา (๔) ด้วยเหตุนี้กฎหมายจึงเป็นกฎเกณฑ์ที่แยกจากและเป็นคนละเรื่องกับกฎ เกณฑ์ทางศีลธรรม เราจึงมักได้ยินนักกฎหมายพูดอยู่เสมอว่า "นี่เป็นความยุติธรรมตาม กฎหมาย" ซึ่งคำพูดนี้มีความหมายโดยปริยายว่า ความยุติธรรมตามกฎหมายนั้น อาจ ไม่เป็นธรรมก็ได้
ที่มา อ้างอิงจาก : หนังสือรวมคำบรรยายเนติบัณฑิต 2/67 วิชา สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม(อ.วิชัย วิวิตเสวี) เล่มที่1